Skip to content

บอลลูนหัวใจ และการรักษาด้วยการสวน

May 20th, 2007

Webmaster

บอลลูนหัวใจ และการรักษาด้วยการสวน

เมื่อใดก็ตามที่ผู้ป่วยได้รับการวินิจฉัยว่ามีหลอดเลือดหัวใจตีบ หรืออุดตัน ไม่ว่าจะเป็นแบบเรื้อรังหรือเฉียบพลัน จะมีหนทางรักษา 3 ทาง คือ รักษาด้วยยา การขยายหลอดเลือดหัวใจที่ตีบหรืออุดตันด้วยบอลลูน และการผ่าตัดทำทางเบี่ยง(ผ่าตัดบายพาส)หลอดเลือดหัวใจ

การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนได้รับการศึกษาและพัฒนาเทคนิคการทำ รวมไปถึงเครื่องมือและอุปกรณ์ที่มาใช้ตลอดระยะเวลาเกือบ40ปี หลังจากที่แพทย์หัวใจชาวเยอรมันเริ่มทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจให้กับผู้ป่วยรายแรกในปี ค.ศ.1974

ปัจจุบันการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนเป็นหนึ่งในมาตรการการรักษามาตราฐานที่ยอมรับกันใช้กันทั่วโลก ด้วยเหตุผลที่เป็นวิธีการรักษาภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบที่ได้ผลดี โดยมีข้อมูลอ้างอิงจาการศึกษามากมายในผู้ป่วยจริงทั่วโลก ตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน

กระบวนการทั้งหมดของการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนจะเกิดขึ้นในห้องปราศจากเชื้อคล้ายห้องผ่าตัด แต่สิ่งที่กระทำจะไม่ใช่การผ่าตัด และจะไม่มีการดมยาสลบ ใช้แต่ยาชาเฉพาะที่เท่านั้น ผู้ป่วยรู้สึกตัวตลอดเวลา สามารถพูดคุยได้ ผู้ป่วยจะต้องได้รับการฉีดสารทึบรังสีสวนหัวใจดูหลอดเลือดหัวใจก่อนเพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่แน่นอนว่ามีหลอดเลือดหัวใจตีบที่ตำแหน่งใดของหลอดเลือดเส้นใดบ้าง ตีบมากน้อยแค่ไหน เพื่อวางแผนว่าจะต้องใช้อุปกรณ์อะไร ต้องทำบอลลูนขยายทีื่จุดใดบ้าง ต้องใส่ขดลวดหรือไม่ฯลฯ

หลังจากนั้นจึงเริ่มทำลอลลูน หลักการคือใส่ท่อพลาสติกขนาดเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2-3 มิลลิเมตรผ่านเข้าทางหลอดเลือดแดงที่ขาหรือที่แขนให้ปลายท่อไปจ่ออยู่ที่ทางเข้าหลอดเลือดแดงที่ขาหรือแขนให้ปลายท่อไปจ่ออยู่ที่ทางเข้าของหลอดเลือดแดงของหัวใจ หลังจากนั้นร้อยลวดเล็กๆผ่านเข้าทางท่อพลาสติกนั้น เข้าไปในหลอดเลือดแดงจนกระทั้งปลายของลวดดังกล่าวผ่านจุดตีบไป

หลังจากนั้นจะร้อยบอลลูนที่มีลักษณะเป็นทรงยาว เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 1-3 มิลลิเมตรผ่านเข้าไปโดยมีเส้นลวดเป็นตัวนำ (บอลลูนอยู่ในภาวะแฟบ) เมื่อบอลลูนถูกดันผ่านไปถึงจุดที่ตีบที่ต้องการขยาย ก็จะใช้อุปกรณ์เป่าให้บอลลูนขยายออก เบียดให้คราบไขมันและหินปูนที่เกาะอยู่เป็นเหตุให้หลอดเลือดตีบแบนราบลง เปิดทางให้รูที่ตีบแคบนั้นกว้างขึ้น หลอดเลือดก็จะถูกเปิดขยายออกทำให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจบริเวณนั้นดีขึ้น

ในอดีตเมื่อครั้งยังไม่มีการใส่ขดลด บริเวณที่ได้รับการทำบอลลูนขยายแล้วก็ยังมีโอกาสกลับมาตีบซ้ำได้อีกในอัตราเฉลี่ยประมาณร้อยละ 30-40 ที่ 6 เดือนหลังทำ แต่เมื่อมีการพัฒนาใส่ขดลวดเข้าไปจุดที่ตีบดังกล่าวหลังจากทำบอลลูนขยายแล้ว อัตราเฉลี่ยของกลับมาตีบซ้ำลดลงเหลือร้อยละ 20 กรณีใช้ขดลวดแบบธรรมดา และเหลือต่ำกว่าร้อยละ 10 ที่ 6 เดือนกรณีใช้ขดลวดเคลือบยา ขณะเดียวกันผู้ป่วยที่เป็นเบาหวานมีอัตราการตีบซ้ำของหลอดเลือดสูงกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้เป็นเบาหวานอย่างชัดเจน

ขดลวด ​(stent)ถูกออกแบบมาให้ใส่ไว้เพื้อค้ำยันไม่ให้ผนังหลอดเลือดที่ถูกขยายหดกลับเข้ามาและป้องกันไม่ให้คราบหินปูนและไขมันกลับเข้ามาทำให้รูเปิดของหลอดเลือดตีบแคบลงอีก อย่างไรก็ตามแม้จะทำบอลลูนใส่ขดลวดไว้แล้ว ในตัวขดลวดเองก็เกิดการตีบซ้ำได้ เพราะร่างกายสร้างเนื้อเยื้อเข้ามาปกคลุมขดลวดที่อยู่ผนังด้านในของขดลวดเอาไว้ ดังนั้นจึงมีการพัฒนาขดลวดเคลือบยาขึ้มมา โดยยาจะออกฤทธิ์ชะลดไม่ให้เนื้อเยื่อถูกสร้างเข้ามาปกคลุมภายในรูเปิดของขดลวดเร็วเกินไปหรือมากเกินไปโอกาสที่จะเกิดการตีบซ้ำในขดลวดก็น้อยลง

การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนทำได้ในทั้งสถานการณ์ด่วน และไม่ด่วน กรณีที่ต้องทำโดยด่วนคือในผู้ป่วยที่มาด้วยอาการเจ็บแน่นหน้าอกที่เกิดจากหลอดเลือดหัวใจอุดตันจากลิ่มเลือดแบบเฉียบพลัน ที่ต้องรีบเปิดหลอดเลือดหัวใจดังกล่าวให้ได้ภายในเวลาอันรวดเร็วที่สุด เพื่อไม่ให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดนานเกินไปจนเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตาย เป็นเหตุให้หัวใจวายในอนาคต

ส่วนการทำแบบไม่เร่งด่วนคือกรณีที่ผู้ป่วยมาด้วยอาการเจ็บแน่นหน้าอกที่เกิดจากหลอดเลือดหัวใจตีบ แต่ไม่ได้อุดตันแบบเฉียบพลัน ผู้ป่วยลักษณะนี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำการเปิดหลอดเลือดหัวใจแบบทันทีทันใด

นอกเหนือจากวิวัฒนาการของเส้นลวดบอลลูน และขดลวด ที่ได้รับการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องแล้ว มีอุปกรณ์อีกหลายอย่างที่ถูกคิดค้นขึ้นมา เพื่อให้การทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจทำได้อย่างเหมาะสมถูกต้อง และมีประสิทธิภาพสูงสุด เช่น เครื่องมือตรวจอัลตราซาวนด์ภายในหลอดเลือดหัวใจ หัวกรอกากเพชร หรือหัวเลเซอร์ที่ออกแบบมาเพื่อกรอหินปูนที่เกาะอยู่ที่ผนังด้านในของหลอดเลือดหัวใจแม้กระทั่งอุปกรณ์วัดความดันเลือดภายในหลอดเลือดหัวใจเพื่อใช้ตัดสินว่าจุดตีบที่หลอดเลือดจุดนั้น ตีบมากพอที่จะจำเป็นต้องทำบอลลูนขยายหรือไม่ ฯลฯ อุปกรณ์เหล่านี้ แพทย์จะพิจารณาใช้กับผู้ป่วยเป็นรายๆ ไป

คำถามที่มักจะเกิดขึ้นเสมอคือ วิธีการเปิดหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนนี้ มีข้อดีข้อเสียแต่งต่างกับการให้ยา(ซึ่งอาจจะมีทั้งยากินและยาฉีด แล้วแต่กรณี) แต่เพียงอย่างเดียว หรือกับการผ่าตัดบายพาสหลอดเลือดหัวใจอย่างไรบ้าง กรณีผู้ป่วยมาด้วยภาวะหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลันดังที่กล่าวมาข้างต้นตามทฤษฎีแล้วมีทางเลือก 2 ทางที่จะเปิดหลอดเลือดที่กำลังอุดตันอยู่ นั้นคือการให้ยาละลายลิ่มเลือดเข้าทางหลอดเลือดดำเหมือนการให้ยาทั่วไป หรือทำบอลลูนขยายจุดอุดตันอยู่ขณะนั้นโดยทำเป็นกรณีเร่งด่วน มีีการศึกษามากมายที่ยืนยันว่าการทำบอลลูนสามารถเปิดหลอดเลือดหัวใจที่กำลังอุดตันอยู่ได้สำเร็จเกินกว่าร้อยละ 90 ในขณะที่การให้ยาละลายลิ่มเลือดเปิดหลอดเลือดได้ร้อยละ 25-50 เท่านั้น ณ เวลา 90 นาทีหลังได้ยา

โดยทั่วไปอัตราการขยายหลอดเลือดหัวใจที่ตีบได้สำเร็จในปัจจุบันอยู่ร้อยละ 82-98 เปรียบเทียบกับร้อยละ 72-74 ในอดีต เนื่องจากมีการพัฒนาอุปกรณ์เครื่องมือ การใส่ขดลวด การค้นพบยาใหม่ที่มีประโยชน์ ฯลฯ ขณะเดียวกันข้อดีของการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนเมื่อเทียบกับการรักษาด้วยยา คือ ผู้ป่วยที่ได้รับการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนจะมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกน้อยกว่า ในแง่ของความถี่ ความรุนแรง และสามารถออกแรง หรือออกกำลังกายได้ดีกว่า คุณภาพชีวิตดีกว่า แม้จะในระยะยาวแล้ว อัตราการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันหรืออัตราการตายจากโรคหัวใจจะไม่แตกต่างกันก็ตาม ข้อมูลนี้สำหรับกรณีรักษาหลอเลือดหัวใจตีบแบบไม่เร่งด่วนเท่านั้น เพราะหากเป็นกรณีเร่งด่วน การขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนมีข้อดีมากกว่าอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม ต้องทำความเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า ผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจทุกรายไม่ว่าจะได้รับการทำบอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ ทุกราย ไม่ว่าจะทำบอลลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ หรือผ่าตัดบายพาสแล้วก็ตาม ก็ยังคงต้องรับประทานยาที่จำเป็นไปตลอดชีวิต เช่นเดียวกันกับผู้ที่รักษาด้วยยาเพียงอย่างเดียว ไม่ใช่ว่าทำบอลลูนหรือบายพาสแล้วจะหายจากโรคจนไม่ต้องรับประทานยาอีกต่อไป

ในปัจจุบัน ผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบมากกว่า 2 เส้นขึ้นไป มักได้รับคำแนะนำหรือเสนอทางเลือกสำหรับการรักษา 2 ทาง คือ ขยายหลอดเลือดหัวใจทุกจุดที่ตีบ (ที่จำเป็นต้องขยาย)ในหลอดเลือดหัวใจทุกเส้นพร้อมกับใส่ขดลวด หรือทำการผ่าตัดบายพาสไปเลย ทั้งสองวิธีนี้เป็นวิธีที่ทำให้กล้ามเนื้อหัวใจส่วนที่เลือดไปเลี้ยงไม่พอเนื่องจากหลอดเลือดหัวใจตีบ มีเลือดไปเลี้ยงมากขึ้น แต่ด้วยหลักการที่ต่างกัน

ข้อดีของวิธีขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบอลลูนคือ ผู้ป่วยไม่ต้องเข้ารับการผ่าตัดเปิดช่องอก ซึ่งถืิอว่าเป็นการผ่าตัดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีอายุมาก และมีโรคประจำตัวหลายโรคการทำบอลลูนและใส่ขดลวดสามารถทำได้ง่ายกว่าด้วยการใช้ยาชาเฉพาะที่ ผู้ป่วยไม่ต้องนอนโรงพยาบาลนาน และแทบไม่ต้องใช้เวลาพักฟื้นเลย

อย่างไรก็ตามผู้ป่วยมีส่วนหนึ่งที่ลักษณะของหลอดเลือดหัวใจตีบที่มีความเสี่ยงสูงเกินไปที่จะทำบอลลูนขยาย หริือไม่คุ้มค่าใช้จ่ายถ้าจะต้องทำการขยายด้วยบอลลูนตามด้วยการใส่ขดลวดจำนวนมาก ผู้ป่วยเหล่านี้ก็มีความจำเป็นที่จะต้องได้รับการผ่าตัดบายพาส ซึ่งแพทย์หัวใจจะพิจารณาปัจจัยหลายๆด้าน พร้อมกับพูดคุยถึงแนวทางการรักษาเพื่อให้ได้ข้อตกลงที่เหมาะสม และลงตัวที่สุดระหว่างแพทย์ ผู้ป่วย และญาติ

การขยายหลอดลือดหัวใจด้วยบอลลูนเป็นวิธีการรักษาผู้ป่วยที่มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ร่วมกับการรักษาด้วยยาร่วมกับการออกกำลังกาย และการควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างเคร่งครัดเป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูง การพัฒนาอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้อย่างต่อเนื่อง และการเก็บข้อมูลจากผู้ป่วยจริงจำนวนมหาศาลตั้งแต่อดีต ทำให้การรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป ประเด็นสำคัญคือ ผู้ป่วยต้องได้รับการตรวจค้นตามขั้นตอนเพื่อให้ได้ข้อวินิจฉัยที่แน่นอนและได้รับการรักษาจากแพทย์ผู้เชียวชาญอย่างแท้จริง ผู้ป่วยและญาติต้องมีความเข้าใจภาวะโรคที่เป็นอยู่อย่าดี และต้องได้รับการตรวจติดตามการรักษาอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันก็ต้องดูแลสุขภาพตนเองตลอดเวลาด้วย

 

WebRep
currentVote
noRating
noWeight

บทความที่เกี่ยวข้อง

การสวนหัวใจ
ขาของใคร
เรื่องของนม
Cholesterol Reducing Agents (Part I)
Heart attack and heart failure : what’s the differ...
ประโยชน์หลากหลายจาก EECP


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.