Skip to content

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

November 12th, 2012

Webmaster

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ 2

พูดถึงโรคหลอดเลือดหัวใจตีบแล้ว คงมีหลายๆคนอยากที่จะรู้ว่า ขณะที่ยังไม่มีอาการผิดปรกติใดๆนั้น จะมีโอกาสที่ตรวจหาโรคตั้งแต่เนิ่นๆได้หรือไม่

ในทางการแพทย์ เรามีการตรวจบางอย่างที่จะสามารถช่วยตรวจ คัด กรอง กลุ่มคนที่มีโอกาสเกิดความผิดปรกติสูงได้

การตรวจคัดกรองและการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบตัน  มักจะทำในรายที่แพทย์คิดว่ามีความเสี่ยงอยู่บ้าง

ถ้าใครมีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดแดงแข็ง แพทย์จะแนะนำให้ทำการตรวจเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยถึงแม้ไม่มีอาการใดๆ ซึ่งการตรวจเพิ่มเติมเพื่อการวินิจฉัยโรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบตัน มีดังนี้

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ (ECG) ขณะพัก การตรวจนี้สามารถวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันที่เคยเป็นมาก่อน หรือวินิจฉัยโรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบตันที่เป็นมากขึ้นได้ การตรวจนี้ทำได้ง่าย ไม่เสี่ยง แต่ความไวในการตรวจพบความผิดปรกติมีไม่มาก

การตรวจบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ๒๔ ชั่วโมง

(Holter monitor) คือ การบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจเป็นเวลา

๒๔ ชั่วโมง โดยผู้ป่วยสามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ตามปรกติ ซึ่งอาจช่วยวินิจฉัยโรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบตันในรายที่ไม่มีอาการได้ การตรวจนี้ก็มีความไวในการตรวจไม่มากเช่นกัน

การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจในขณะออกกำลังกาย

(Exercise stress test)  คือ การบันทึกคลื่นไฟฟ้าหัวใจในขณะเดินบนสายพานหรือขี่จักรยานอยู่กับที่ เพื่อดูการตอบสนอง

ของหัวใจต่อการเพิ่มการทำงานของหัวใจ ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่สามารถเดินออกกำลังกายได้ แพทย์จะให้ยาทางหลอดเลือดดำเพื่อเพิ่มการทำงานของหัวใจได้คล้ายกับการออกกำลังกาย ซึ่งการตรวจชนิดนี้ มีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอีกเล็กน้อย แต่มีความไวในการตรวจพบความผิดปรกติสูงขึ้น อย่างไรก็ดี ความแม่นยำจากการตรวจนี้ไม่ดีนัก (ประมาณร้อยละ ๖๐-๗๐ เท่านั้น)

การตรวจคลื่นเสียงสะท้อนหัวใจ (Echocardiography)  โดยดูลักษณะการบีบตัวของกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งอาจทำร่วมกับการออกกำลังกายหรือให้ยาทางหลอดเลือดดำเพื่อกระตุ้นการทำงานของหัวใจ สามารถวินิจฉัยโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจากหลอดเลือดแดงหัวใจตีบตันได้ และมีความแม่นยำเพิ่มขึ้นอีกบ้าง

การตรวจวัดปริมาณแคลเซียมในผนังหลอดเลือดแดงหัวใจ (Coronary calcium score)  คือ การตรวจวัดปริมาณแคลเซียมที่สะสมในบริเวณรอยตีบในผนังหลอดเลือดแดงหัวใจโดยใช้เครื่องเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์  สามารถทำนายการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันได้ โดยที่การตรวจนี้ทำได้ไม่ยาก รวดเร็ว ไม่เจ็บตัว มีความเสี่ยงน้อยมากๆ (จากรังสีเอ็กซเรย์) แต่ได้ข้อมูลในการดูแลตัวเองอีกมาก

การตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์หลอดเลือดแดงหัวใจ (CT angiography)  คือ การใช้เอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ในการสร้างภาพสามมิติของหลอดเลือดแดงหัวใจ เพื่อดูว่ามีการตีบของหลอดเลือดแดงหัวใจหรือไม่

การตรวจคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหลอดเลือดแดงหัวใจ

(MR angiography) คือ การใช้เครื่องมือที่สามารถสร้างสนามแม่เหล็กไฟฟ้าเพื่อสร้างภาพสามมิติของหลอดเลือดแดงหัวใจ

เพื่อดูว่ามีการตีบของหลอดเลือดแดงหัวใจหรือไม่

การตรวจทั้งสองประเภทหลังนี้ไม่เสี่ยงมาก (ไม่ต้องสวนหัวใจ) แม่นยำพอใช้ แต่ก็มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

การตรวจขั้นสุดท้าย คือการฉีดสีสวนหัวใจ ซึ่งถือว่า มีความถูกต้องที่สุดก่อนที่จะใช้วางแนวทางการรักษาที่ดีต่อไป

การรักษาโรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบตันนั้นมีหลายวิธี ขึ้นกับความรุนแรงของโรค ส่วนใหญ่สามารถรักษาได้โดยการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดำเนินชีวิตในประจำวันร่วมกับการรักษาทางยา ถ้าหลอดเลือดแดงหัวใจตีบมากอาจจำเป็นต้องทำบอลลูนถ่างขยายหลอดเลือดแดงหัวใจหรือการผ่าตัดในรายที่ไม่สามารถทำบอลลูนได้ แต่การรักษาที่จำเป็นกว่าก็คือ

การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมการดำเนินชีวิตในประจำวัน เป็นวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพดีที่สุดในการยับยั้งการดำเนินโรค ซึ่งได้แก่

การเปลี่ยนชนิดของอาหารที่รับประทาน โดยเลือกรับประทานอาหารที่มีไขมันต่ำ รับประทานอาหารประเภทผักและผลไม้ และรับประทานปลาอย่างน้อย ๑-๒ ครั้ง/สัปดาห์ เพื่อลดอัตราการตีบซ้ำของหลอดเลือดแดงหัวใจ (คนไข้โรคหัวใจควรมีระดับไขมันในเลือดต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่คำนึงว่า ค่าปรกติเท่าไร)

ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายอย่างน้อย ๒๐-๓๐ นาทีต่อวัน สามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบตันได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่มีหลอดเลือดแดงหัวใจตีบรุนแรงอาจต้องจำกัดการออกกำลังกาย

ดังนั้น ควรปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกายเพื่อพิจารณาว่าการออกกำลังกายประเภทใดเหมาะสมที่สุดในผู้ป่วยแต่ละราย

หยุดสูบบุหรี่

ส่วนการรักษาอื่นๆ ก็คือ

1.  การรักษาทางยา ซึ่งมีอยู่หลายชนิดและหลายๆอย่าง ต้องรับประทานไปตลอดชีวิต

2. การทำบอลลูนถ่างขยายหลอดเลือดหัวใจ ที่แพทย์จะสอดท่อเล็กๆที่มีส่วนปลายเป็นบอลลูนเข้าไปในหลอดเลือดแดงที่บริเวณขาหนีบหรือแขน และจะสอดท่อเข้าไปถึงตำแหน่งหลอดเลือดแดงหัวใจที่ตีบเพื่อถ่างขยายหลอดเลือด เพื่อให้เลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้มากขึ้น และมักใส่ขดลวดเล็กๆ ไว้ในบริเวณดังกล่าวเพื่อลดอัตราการตีบซ้ำ

3.  การผ่าตัดหลอดเลือดแดงหัวใจ

แต่การป้องกันโรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบตันมีความสำคัญมาก คนที่มีความเสี่ยงควรจะ

เข้ารับการตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ เนื่องจากโรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง และโรคหลอดเลือดแดงหัวใจตีบ อาจไม่ทำให้เกิดอาการในระยะเริ่มแรก

วัดความดันโลหิตอย่างน้อยปีละครั้ง

ตรวจเลือดเพื่อวัดระดับไขมันคอเลสเตอรอล และระดับน้ำตาลในเลือดอย่างสม่ำเสมอ

หยุดสูบบุหรี่!!!

ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

ลดภาวะเครียด

เคยมีคนไข้เป็นผู้ชายอายุ ๗๐ ปีเศษ จากการฉีดสีสวนหัวใจพบว่า มีหลอดเลือดหัวใจตีบ ๓ เส้น  ๖-๗ จุด  ซึ่งอาจจะรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดและใส่ขดลวดชนิดพิเศษที่มียาเคลือบ หรือผ่าตัดต่อเส้นเลือด (Bypass) ก็ได้

หลังจากอธิบายข้อดี ข้อเสีย และค่าใช้จ่ายของการรักษาทั้งสองแบบที่แตกต่างกันจนคนไข้เข้าใจดีแล้ว คนไข้ก็ยังตัดสินใจไม่ได้

ถามว่า    ทำผ่าตัด Bypass แล้ว อยู่ได้นานแค่ไหนครับ?

หมอ       เฉลี่ยก็เกือบๆสิบปี แล้วแต่ชนิดของเส้นเลือดที่ใช้ทำเส้น Bypass และเส้นเลือดที่โดน Bypass ร่วมกับฝีมือหมอผ่าตัด และคนไข้ในการดูแลปัจจัยเสี่ยงต่างๆ

คนไข้     ..แล้วไอ้ขดลวดชนิดพิเศษที่เคลือบยา ราคาแพงไหมครับ?

หมอ (ชักหิวข้าว!!) ขดลวดที่ว่านั้น จะอยู่กับคนไข้ได้ไปตลอดชีวิตเลยครับ!!!

คนไข้     ….????

หมอ อธิบายต่อ…

เพราะมันทำด้วยขดลวดที่เป็นโลหะที่ไม่มีปฏกิริยาต่อภูมิต้านทานของร่างกาย ถึงคุณตายไปแล้ว มันก็ยังอยู่……. เผาก็ไม่ไหม้ (แต่จะตันหรือไม่ตันอีกเรื่องนะครับ!!)

ไว้โอกาสหน้าจะเล่าเรื่องขดลวดเคลือบยาให้ฟังโดยละเอียดครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

ช่องว่างระหว่างใจ
บางสิ่งที่เปลี่ยนไป
ธรรมะกับหัวใจ
การออกกำลังกาย
ความอ้วนกับโรคหัวใจ
ลิ่มเลือดในปอด


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.