Skip to content

ลิ้นกับฟัน

November 29th, 2012

Webmaster

IMG_5089

เมื่อ “ลิ้น” กับ “ฟัน”  อยู่ใกล้กันจึงกระทบกันได้อยู่บ่อยครั้ง  ส่วนใหญ่เมื่อกระทบกันลิ้นจะเป็นฝ่ายเจ็บตัว แต่ฟันนั้นไม่ค่อยรู้สึกอะไรมาก (นอกจากจะไม่ได้เคี้ยวอาหารอร่อยๆ ไปสักพัก)  เรายังมีลิ้นที่อยู่ใกล้กับฟัน แต่ก็ถูกฟันทำร้ายได้เหมือนกัน ลิ้นที่ว่านี้ ไม่ใช่ลิ้นของคนอื่น ลิ้นวัวหรือลิ้นหมู แต่เป็นลิ้นที่ซ่อนอยู่ตามอวัยวะอื่นๆ ในตัวเรา ในร่างกายเรานอกจาก “ลิ้น”  ในปากที่มีหน้าที่รับรสชาติของอาหาร และช่วยในการพูดออกเสียงแล้ว ยังมีลิ้นอื่นๆ ที่ไม่สามารถรับรสชาติหรือช่วยในการพูดได้  ที่อยู่ใกล้กับลิ้นในปากมากที่สุด คือ “ลิ้นไก่”  (ไม่ใช่ลิ้นของคนชื่อ “ไก่”)  ซึ่งเป็นอวัยวะส่วนหนึ่งของเพดานปาก มีรูปร่างเหมือนกับลิ้นของไก่ (ที่เป็นสัตว์) แต่อยู่ในปากคนซึ่งเมื่ออ้าปากออกก็จะมองเห็นได้ (ตามคำสุภาษิต)

ในสมัยโบราณ ลิ้นไก่นี้มีประโยชน์ช่วยในการวินิจฉัยโรคหัวใจบางชนิดได้

ในผู้ป่วยที่มี “ลิ้นหัวใจ เอออร์ติก (Aortic)” รั่วซึ่งพบได้บ่อยและอาการรุนแรงมากกว่าที่พบในปัจจุบัน เพราะการรักษาและยาที่มีไม่ดีเหมือนเดี๋ยวนี้  ผู้ป่วยบางคนจะพบมีลิ้นไก่เต้นเป็นจังหวะเดียวกับลิ้นที่หัวใจได้!!

ที่หัวใจมีลิ้นอยู่  4 ลิ้น คือ ลิ้นหัวใจที่กั้นระหว่างหัวใจด้านขวาบนและล่าง 1 ลิ้น และลิ้นหัวใจที่กั้นระหว่างด้านซ้ายบนและล่าง 1 ลิ้น  ส่วนอีกสองลิ้น คือ  ลิ้นที่กั้นระหว่างหัวใจและเส้นเลือดแดงใหญ่ที่ออกจากหัวใจไปปอด  และเส้นเลือดแดงใหญ่ที่ออกจากหัวใจไปเลี้ยงอวัยวะอื่นๆ ของร่างกาย  ลิ้นหัวใจทั้งสี่ลิ้นนี้ ต่างจากลิ้นในปาก คือ ไม่สามารถรับรสชาติและไม่มีหน้าที่ช่วยในการพูด

ลิ้นหัวใจมีทั้งประเภทสองแฉกและสามแฉกต่างจากลิ้นในปากเช่นกันซึ่งปกติไม่มีแฉก (ยกเว้นคนที่ถูกว่าเป็นลิ้นสองแฉก)

“ลิ้น”  ที่หัวใจ มีหน้าที่บังคับเลือดให้ไหลไปในทางเดียวไม่ย้อนกลับสวนทาง  เปิดและปิดตามจังหวะการบีบตัวของหัวใจเหมือนบานประตู (ที่เป็นบานพับ ไม่ใช่บานเลื่อน) สาเหตุที่เราเรียกว่า “ลิ้น” เหมือนลิ้นในปากนั้น ไม่ทราบว่าเพราะอะไร เพราะหน้าที่ก็ต่างกันและรูปร่างลักษณะก็ไม่ค่อยจะคล้ายกันเท่าไหร่

ภาษาอังกฤษก็เรียกไม่เหมือนกัน  ลิ้นที่หัวใจเรียกว่า “valve” ส่วนลิ้นที่ปากเรียกว่า “tounge” ส่วนลิ้นไก่เรียกว่า “Uvular”

แต่มีอีกลิ้นหนึ่งที่อาจจะคล้ายลิ้นที่หัวใจและเรียกว่า “valve” เหมือนกัน คือ ลิ้นที่อยู่ในหลอดเลือดดำขนาดใหญ่บางแห่ง ซึ่งมีหน้าที่เหมือนลิ้นในหัวใจ คือ บังคับให้เลือดไหลไปข้างหน้าแต่เพียงทางเดียวไม่ไหลย้อนกลับ

ลิ้นที่หัวใจนั้น แม้จะห่างจากฟันในปาก แต่ก็ยังโดนกระทบ (กระทั่ง) จากฟันได้ โดยเฉพาะคนที่มีลิ้นหัวใจผิดปกติไม่ว่า  “ลิ้นหัวใจตีบหรือลิ้นหัวใจรั่ว”
ภาวะลิ้นหัวใจตีบ คือ ภาวะที่ลิ้นในหัวใจไม่สามารถเปิดออกได้เต็มที่ทำให้เลือดผ่านไปได้ไม่สะดวก เกิดมีเลือดคั่งอยู่ด้านหลังลิ้นหัวใจ

ส่วนภาวะลิ้นหัวใจรั่ว คือ ภาวะที่ลิ้นหัวใจปิดไม่สนิททำให้มีเลือดไหลย้อนทางกลับเข้าไปอยู่ในหัวใจได้อีก

ภาวะทั้งสองนี้หัวใจทำงานหนักมากกว่าปกติถ้าไม่รับการแก้ไขก็จะเกิดภาวะหัวใจโตและหัวใจล้มเหลวตามมาได้ในที่สุด

ลิ้นหัวใจตีบ และลิ้นหัวใจรั่วนี้ อาจมีสาเหตุได้ต่างๆ กัน เช่น เป็นมาแต่กำเนิด,  โรคหัวใจรูเมติก,  โรคความเสื่อมของลิ้น (หัวใจ),  เกิดจากการติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ, หรือการทำงานที่ผิดปกติของกล้ามเนื้อที่ยึดลิ้นเพราะขาดเลือดหรือกล้ามเนื้อหัวใจตาย

เมื่อมีลิ้นหัวใจรั่ว หรือลิ้นหัวใจตีบ  เลือดที่ต้องไหลผ่านรูแคบๆ จะทำให้กระแสเลือดนั้นมีลักษณะเป็น jet ที่แรงคล้ายๆ กับการที่เราเอานิ้วอุดปลายสายยางที่น้ำไหล ถ้ารูแคบน้ำก็จะพุ่งแรงไปกระทบส่วนของหัวใจที่อยู่ตรงข้ามทำให้เกิดมีรอยถลอกหรือแผลของเยื่อบุภายในหัวใจบริเวณนั้นๆ ซึ่งรอยแผลนี้จะเป็นจุดที่อาจเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียบางประเภทตามมาได้ง่ายกว่าปกติ

ดังนั้น ในคนที่มีลิ้นหัวใจผิดปกติ (ทั่งรั่วและตีบ) จะได้รับคำแนะนำจากแพทย์ให้รักษาสุขภาพปากให้ดีอยู่ตลอดเวลาโดยพบทันตแพทย์อย่างสม่ำเสมอและเรียนรู้การแปรงฟันที่ถูกวิธีเพื่อป้องกันโรคเหงือก  ฟันผุ หรือความผิดปกติอื่นๆ ในช่องปาก

เพราะว่าโดยธรรมชาติแล้วในช่องปากของเราเป็นแหล่งที่มีเชื้อโรคสะสมอยู่ค่อนข้างมาก โดยเฉพาะตามซอกเหงือกและไรฟัน ในคนที่แปรงฟันหรือรักษาสุขภาพช่องปากไม่ดีจะมีเชื้อโรคสะสมอยู่มากกว่าคนทั่วๆ ไป  (คนเราถึงปากเสียได้ง่าย)

ในปากเราอาจมีรอยถลอกหรือแผลเล็กน้อยโดยที่ไม่ทันสังเกต แผลนี้จะเป็นช่องทางให้เชื้อโรคสามารถเล็ดรอดเข้าไปในกระแสโลหิตได้

ในคนที่ลิ้นหัวใจปกติ เชื้อโรคสองหรือสามตัวเล็ดรอดเข้าไปอยู่ในกระแสโลหิตนั้น ร่างกายมีการป้องกันเป็นอย่างดี สามารถกำจัดเชื้อโรคนั้นออกไปได้  เพราะในหลอดเลือดหรือหัวใจที่ไม่มีแผลรอยถลอกอยู่ จะไม่มีที่ให้เชื้อโรคเกาะติดเจริญเติบโตต่อไปได้  แต่ในคนที่มีภาวะลิ้นหัวใจผิดปกติ กระแสเลือดกระทบผนังในหัวใจด้วยความแรงมีรอยถลอกอยู่ก็จะทำให้เชื้อโรคที่หลุดเล็ดรอดเข้าไปมีที่พักพิงเจริญเติบโต   เกิดภาวะติดเชื้อที่ลิ้น (หัวใจ) หรือในหัวใจได้ง่าย

ภาวะติดเชื้อของลิ้นหัวใจหรือในหัวใจนี้เป็นภาวะที่รักษาได้ลำบาก

บางครั้งที่เชื้อมีความรุนแรงมากทำลายลิ้นหัวใจจนต้องทำการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ  ยาปฏิชีวนะที่มีอยู่ในปัจจุบันนี้ไม่ค่อยสามารถทะลุทะลวงเข้าไปรักษาภาวะติดเชื้อที่อยู่ในหัวใจได้ดีนัก เนื่องจากเชื้อโรคมักจับตัวกันเป็นก้อนคล้ายลูกฟุตบอล  ต้องให้ยาปฏิชีวนะรักษาทางหลอดเลือดเป็นเวลานาน 3-4 อาทิตย์
ถ้าโชคร้ายเชื้อโรคที่ติดอยู่ในหัวใจนั้นยังอาจถูกกระแสเลือดพัดให้หลุดออกจากหัวใจไปติดอยู่ในสมองหรืออวัยวะต่างๆ ได้อีก

เมื่อพูดถึงเรื่อง เชื้อโรคในปากและโรคฟันโรคเหงือกกับโรคหัวใจแล้ว  ในระยะหลังมีรายงานทางวารสารการแพทย์ถึงความสัมพันธ์ระหว่างโรคหลอดเลือดหัวใจตีบกับโรคเหงือก ว่าผู้ที่มีโรคเหงือกหรือช่องปากไม่สะอาดนั้นจะมีโอกาสเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจแข็งตัวและตีบมากกว่าผู้ที่ไม่มีโรคเหงือก คือ หากปากเสียก็จะทำให้ (หัว) ใจไม่ดีตามไปด้วย

ผู้ป่วยอีกประเภทหนึ่งที่ควรได้รับการตรวจดูแลรักษาสุขภาพช่องปากให้ดีอยู่เสมอ คือ ผู้ที่มีลิ้นหัวใจเทียมจากการผ่าตัดเปลี่ยนลิ้นหัวใจ   การมีลิ้น (หัวใจ) เทียมถือว่ามีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในหัวใจและเป็นแหล่งที่เกิดการติดเชื้อง่ายเหมือนๆ กับคนที่มีลิ้นหัวใจผิดปกติ

ดังนั้นลิ้นหัวใจ (ทั้งของจริงและของปลอม) ซึ่งต้องทำงานหนัก เคลื่อนไหวปิด / เปิดอยู่ตลอดเวลาอย่างน้อยนาทีหนึ่งก็ 70 – 80 ครั้ง  ต่างจากลิ้นที่อยู่ในปาก วันๆ หนึ่งไม่ได้ทำอะไรมากได้แต่รับรสชาติความอร่อยของอาหารและพูดมาก บางครั้ง (คน) เรื่อยเปื่อย เป็นลิ้นที่อาจติดเชื้อโรคได้ง่ายถ้าดูแลรักษาไม่ดี   ถ้าใครอยากมีสุขภาพหัวใจที่ดีต่อไปนี้ นอกจากจะต้องออกกำลังสม่ำเสมอ  ลดน้ำหนัก และไม่สูบบุหรี่แล้ว

ควรต้องแปรงฟันวันละอีกหลายๆ ครั้งด้วยครับ!!!…………..

บทความที่เกี่ยวข้อง

How to derive the greatest benefits from eating fi...
Food is medicine
ขดลวดเคลือบยา
คนที่มีฟันผุเสี่ยงต่อมะเร็งช่องปากและโพรงจมูกลดลง(...
(Another) Heart-healthy food
ประโยชน์หลากหลายจาก EECP


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.