Skip to content

กินหรือชิม

January 14th, 2013

Webmaster

กินหรือชิม

การออกกำลังกาย (ที่ถูกวิธี) ทำให้คนที่มีโรคหัวใจไม่ว่าเบาหรือหนัก มีอาการดีขึ้นและทำให้โอกาสเสียชีวิตลดลงถึงร้อยละ ๓๐-๔๐  ในขณะที่การรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจด้วยยาหรือผ่าตัดส่วนมากจะทำให้ลดโอกาสดังกล่าวไปประมาณร้อยละ ๑๐ ถึงร้อยละ ๒๐ กว่าๆเท่านั้น!!

แต่ทั้งนี้ไม่ได้หมายความว่าผู้ป่วยที่เป็นโรคหัวใจจะรักษาด้วยการออกกำลังกายอย่างเดียวได้ เพราะการศึกษาเรื่องการออกกำลังกายในผู้ป่วยโรคหัวใจนั้น เขาทำการศึกษาในคนที่ได้รับการรักษาด้วยการใช้ยา (หรือผ่าตัดในรายที่จำเป็น) และควบคุมอาหารอย่างเต็มที่แล้ว เพราะทั้งยาและการออกกำลังกายจะให้ผลเสริมกัน

มีอยู่คราวหนึ่ง ผมมีคนไข้ผู้ชายอายุ ๖๐ ปลายๆ ซึ่งเป็นคนแข็งแรงดี (การที่คนไข้พูดว่าแข็งแรงดีนั้น หมายถึงไม่เคยมีอาการผิดปรกติที่รู้สึกได้)  แต่เป็นคนที่ไม่ค่อยสนใจดูแลสุขภาพของตัวเอง ไม่เคยตรวจร่างกายประจำปี รับประทานอาหารตามใจปากโดยเฉพาะอย่างยิ่งชอบรับประทานขนมหวานเป็นประจำทุกวัน (ควรจะเรียกว่า ทั้งวันมากกว่า)  ไม่เคยออกกำลังกายใดๆทั้งสิ้นและไม่ค่อยได้ทำอะไรมากมายนักนอกจากเดินจากบ้านที่อยู่ท้ายซอยออกไปหน้าปากซอยเพื่อเดินเล่นในตลาด หาซื้ออาหารและขนมมารับประทานเท่านั้น!!! แต่รูปร่างไม่อ้วน ไม่ผอม ไม่ลงพุง นอนหลับได้ดี ไม่ปวดข้อ ไม่ปวดเข่า ไม่เคยเข้า

โรงพยาบาล (โชคดีหรือโชคร้าย) จึงคิด (ผิด) ว่าตัวเองแข็งแรงดี

แต่ในระยะ ๑ – ๒ อาทิตย์ก่อนที่จะพบกัน คนไข้เริ่มมีอาการอึดอัดแน่นหน้าอก เดินได้ช้าและน้อยลงกว่าที่เคยเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าเดินขึ้นบันไดบ้านก็จะมีอาการจุกแน่นตรงกลางหน้าอกเหมือนมีอะไรทับอยู่ ต้องหยุดพักสักครู่หนึ่งถึงจะเดินต่อขึ้นไปได้ จะเดินไปตลาดหน้าปากซอยเหมือนทุกครั้งก็ไปไม่ไหว ในครั้งแรกคนไข้คิดว่าเป็นอาการของโรคกระเพาะเพราะมักจะมีอาการคล้ายๆกันหลังอาหารด้วย  แต่ได้ยาลดกรดเข้าไปแล้วก็ไม่ดีขึ้นจึงตัดสินใจมาพบแพทย์

ผลการตรวจร่างกายในการพบกันครั้งแรกพบความดันโลหิตวัดได้ ๑๕๔/๙๘ มิลลิเมตรปรอท  ชีพจรเต้น ๗๐ ครั้ง/นาที  ฟังเสียงหัวใจก็ไม่พบว่ามีเสียงผิดปรกติ นอกจากบางครั้งได้ยินเสียงคล้ายๆ กับว่ามีการคลายตัวที่ไม่ปรกติของหัวใจ  ตรวจดูที่จอรับภาพของตาก็พบลักษณะการเปลี่ยนแปลงของเส้นเลือดบนจอรับภาพคล้ายๆกับว่าคนไข้มีความดันโลหิตสูงมานาน และบางตำแหน่งลักษณะคล้ายกับคนที่เป็นโรคเบาหวานอีกด้วย ผลการตรวจเลือดต่อมาพบว่ามีระดับน้ำตาล ๑๔๐ มิลลิกรัม/เดซิลิตร ซึ่งสูงอยู่ในระดับที่เรียกว่าเป็นเบาหวาน  โดยเฉพาะอย่างยิ่งค่าเฉลี่ยน้ำตาลสะสมเท่ากับ ๖.๘ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

ผลตรวจเลือดยังพบระดับคอเลสเตอรอลสูงถึง ๒๑๐ มิลลิกรัม/เดซิลิตร ไขมันชนิดร้าย (LDL) เท่ากับ ๑๗๐ มิลลิกรัม/เดซิลิตร ในขณะที่ไขมันตัวดี (HDL) เท่ากับ ๓๕ มิลลิกรัม/เดซิลิตร (ต่ำเกินไป!!) แต่ยังดีที่ผลการทำงานของไตจากการตรวจเลือดอยู่ในเกณฑ์ปรกติ

คลื่นไฟฟ้าหัวใจ มีลักษณะของกล้ามเนื้อหัวใจหนาตัวและลักษณะของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดร่วมอยู่ด้วย จึงให้การวินิจฉัยเบื้องต้นว่าเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด และต้องประเมินความรุนแรงของโรคด้วยการตรวจเอ็กซเรย์ฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจต่อไป ซึ่งผลการฉีดสีพบว่าคนไข้มีหลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจตีบมากเป็นจุดๆ หลายตำแหน่งในหลอดเลือดหัวใจใหญ่ๆ ทั้งสามเส้น  แต่กล้ามเนื้อหัวใจบีบตัวแรงเป็นปรกติดี                                            คนไข้ลักษณะนี้ควรได้รับการรักษาด้วยการควบคุมปัจจัยเสี่ยงต่างๆของหัวใจอย่างเข้มงวดและใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งต้องควบคุมระดับน้ำตาลให้เป็นปรกติ ระดับไขมันให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะต่ำได้ และควบคุมความดันโลหิตที่สูงให้ได้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ยิ่งไปกว่านั้นการเพิ่มระดับไขมันชนิดดี (HDL พระเอกของเรื่องไขมันกับหัวใจ) โดยคนไข้ควรได้รับการแนะนำให้ออกกำลังกายอย่างถูกต้องและสม่ำเสมอ

ส่วนหลอดเลือดที่ตีบหลายๆแห่งนั้นเนื่องจากกล้ามเนื้อหัวใจยังบีบตัวแรงเป็นปรกติดี  จึงอาจจะทำการรักษาด้วยการขยายหลอดเลือดโดยใช้ขดลวดพิเศษที่มียาเคลือบอยู่ (ซึ่งแพงกว่าปรกติ!!) พร้อมรักษาด้วยยาและควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างจริงจังเพื่อป้องกันการตีบตันที่อาจเกิดขึ้นอีกในอนาคต

คนไข้คนนี้เลือกที่จะรักษาด้วยยาและควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างเคร่งครัดพร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาว่าจะออกกำลังกายอย่างจริงจัง (ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้เป็นคนที่ไม่ชอบออกกำลังมาก่อนเลย) ผมจึงได้ส่งคนไข้ไปเข้าโปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจกับหมอที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้ เพื่อจัดโปรแกรมการออกกำลังกายที่เหมาะสม รวมทั้งให้คำปรึกษาเกี่ยวกับอาหารและควบคุมน้ำหนักสำหรับคนไข้โรคหัวใจคนนี้โดยเฉพาะ

หนึ่งเดือนต่อมา ผมได้รับรายงานว่าคน

ไข้มาออกกำลังกายเป็นประจำสม่ำเสมอ พร้อมกับควบคุมอาหารทุกอย่างอย่างเข้มงวด เลิกรับประทานขนมหวานที่เคยซื้อเป็นประจำทุกวันๆละ

๖ มื้อ (คือทุกมื้อหลังอาหารและระหว่างอาหารอีก ๓ ครั้ง) ควบคุมตัวเองได้ดีมาก!!!

เมื่อตรวจระดับน้ำตาลหลังจากที่อยู่ในโปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจได้ประมาณ ๑ เดือนพบว่าระดับน้ำตาลในเลือดกลับลงมาอยู่ในเกณฑ์ปรกติ พร้อมทั้งค่าน้ำตาลเฉลี่ยก็ลดลงมาเหลือแค่

๖.๐ มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์เท่านั้น ระดับคอเลสเตอ

รอล ในเลือดลดลงมาอยู่ต่ำกว่าเกณฑ์ปรกติ ส่วนเรื่องการออกกำลังกายนั้นคนไข้ก็ค่อยๆได้รับการปรับระดับการออกกำลังกายอย่างเหมาะสม ซึ่งก็ทำให้ระดับการออกกำลังกายของคนไข้ค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ คือ ออกกำลังได้นานขึ้นและมากขึ้น รวมทั้งปริมาณกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดก็ลดลงอีกด้วย

ผมได้พบคนไข้คนนี้หลังจากนั้นสองเดือน ดูท่าทางแข็งแรงดี กระฉับกระเฉงขึ้นมาก พุงซึ่งเคยโตก็เล็กลงมาก น้ำหนักตัวลดลง ๔ กิโลกรัม  คนไข้รายงานว่าไม่มีอาการอึดอัดแน่นหน้าอก ออกกำลังกายได้เป็นประจำทุกวัน โดยมาออกกำลังกายที่แผนกฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจอาทิตย์ละ ๒-๓

ครั้ง ส่วนที่เหลือนั้นออกกำลังกายเองที่บ้าน ไม่มีปัญหาใดๆ เดินไปเที่ยวในตลาดหน้าปากซอยโดยไม่เหนื่อยหรือแน่นหน้าอกเหมือนก่อนหน้านี้

ที่ประหลาดคือ เมื่อตรวจระดับน้ำตาลในเลือดพบว่าน้ำตาลในเลือดที่เคยดีกลับสูงขึ้นอีกประมาณ ๑๓๘ มิลลิกรัม/เดซิลิตร ซึ่งสูงกว่าเมื่อหนึ่งเดือนที่แล้ว จึงได้ถามคนไข้เรื่องการควบคุมอาหาร คนไข้ก็ยืนยันว่าไม่ได้ซื้อขนมรับประทานอีกเลยจนที่แม่ค้าในตลาดซึ่งเคยซื้อกันเป็นประจำต่อว่า

แต่ในที่สุดคนไข้ทำท่าอายเล็กน้อยก่อนถามเบาๆว่า เอ..คุณหมอครับ กินนั้นมันต่างจากชิมหรือเปล่า?ž ผมถามด้วยความงงว่า หมายความว่ายังไงครับ?ž คนไข้ ก็….คือที่ว่า ผมบอกคุณหมอว่าไม่ได้กินขนมอีกเลยนั้นเป็นความสัตย์จริงทุกประการ แต่ตอนนี้เริ่มอาการดีขึ้น ทุกๆเช้าผมจึงเดินออกกำลังไปหน้าปากซอยและเดินผ่านในตลาด อาทิตย์ที่ผ่านมานี้ผมแวะชิมขนมของแม่ค้าเจ้าเก่าๆที่คุ้นเคยกันทุกเจ้า  เจ้าละนิดเจ้าละหน่อยเท่านั้นเองครับ!Ž

โธ่!! มิน่าเล่าระดับน้ำตาลถึงกลับสูงขึ้นไปอีก….

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฝึกจิต ออกกำลัง
หัวใจกับความดัน
Weight worries
What ain’t broke, don’t replace it
Heart Check-up
Food is medicine (Part II)


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.