Skip to content

เด็กอ้วน

January 21st, 2013

Webmaster

เด็กอ้วน

ปีนี้ วันหัวใจโลก ได้ให้ความสำคัญกับเด็กและวัยรุ่นอย่างยิ่ง เพราะเน้นหนักไปในเรื่องหลอดเลือดหัวใจของวัยเด็กเลยทีเดียว

ใครๆอาจจะคิดว่าหัวใจเด็กก็น่าจะใสสะอาด (ในเรื่องของจิตใจอาจจะใช่) แต่ความเป็นจริงแล้ว หลอดเลือดหัวใจของเด็กใช่จะใสบริสุทธ์ดังจิตใจทุกคนไป

เคยมีการศึกษาหลอดเลือดหัวใจเด็กหรือวัยรุ่นโดยทำการผ่าพิสูจน์ศพที่เสียชีวิตจากโรคอื่นๆที่ไม่ใช่โรคหัวใจ ไม่น่าเชื่อว่าเริ่มพบแผ่นคราบไขมันเกาะที่หลอดเลือดหัวใจในเด็กอายุแค่ ๑๐ ปีเท่านั้น!  สถานการณ์เช่นนี้ไม่ใช่แต่จะมีเพียงแต่ประเทศทางซีกโลกตะวันตกเท่านั้น แม้แต่ในประเทศไทย โรคหลอดเลือดหัวใจตีบก็พบในคนอายุน้อยลง แต่ก่อนคนที่เกิด heart attack  อายุเฉลี่ย คือ ๕๐-๖๐ ปี แต่ปัจจุบันนี้พบว่าคนไทยอายุน้อยที่สุดที่เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (heart attack) จากหลอดเลือดหัวใจตัน คืออายุเพียง ๒๑ ปี  น่าตกใจไม่ใช่น้อย เพราะอายุเพียงแค่นี้ ใครจะคิดว่าจะมีโรคหัวใจได้ (นอกจากเป็นโรคใจง่าย  ใจแตก)

แต่ความเป็นจริงก็คือ เด็กก็มีความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดหัวใจได้เช่นกัน  แต่จะรู้ได้อย่างไรว่าเด็กหรือวัยรุ่นคนไหนเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจ  ต้องลองดูว่ามีปัจจัยเหล่านี้

ฉ             มีประวัติครอบครัวที่มีปัจจัยเสี่ยงหรือเป็นโรคหัวใจ

ฉ             สูบบุหรี่

ฉ             น้ำหนักเกินหรืออ้วน!!!

ฉ             ไม่ออกกำลังกาย หรือเคลื่อนไหวร่างกายในการทำกิจวัตรประจำวันน้อย!!

ฉ             เบาหวานหรือมีความผิดปรกติของระดับน้ำตาลในเลือด

ฉ             ไขมันชนิดไม่ดีในเลือดสูง (high LDL cholesterol)

ฉ             ไขมันชนิดดีในเลือดต่ำ (low HDL cholesterol)

ฉ             มีความดันโลหิตสูง

                จะเห็นว่าปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคส่วนใหญ่เป็นพฤติกรรมที่เปลี่ยนแปลงได้คือ เลิกบุหรี่, บริโภคอาหารที่เหมาะสม และเคลื่อนไหวร่างกายและออกกำลังกายสม่ำเสมอ – ไม่เอาแต่นั่งดูที.วี.  เล่นคอมพิวเตอร์

พูดถึงเด็กอ้วน (ประเทศไทยมีเด็กที่น้ำหนักเกินหรืออ้วนประมาณร้อยละ ๒๕ และมีแนวโน้มจะสูงขึ้นเรื่อยๆ!!! ) ผู้ที่น้ำหนักเกินจะมีโอกาส ๓-๕ เท่า ที่จะเสียชีวิตจากหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน หรือหลอดเลือดในสมองตีบ/แตก ก่อนอายุ ๖๕ ปีเมื่อเทียบกับเด็กที่น้ำหนักปรกติ  ทั้งนี้เพราะพบว่า เด็กที่อ้วน โอกาสที่จะเป็นผู้ใหญ่ที่อ้วนจะมากขึ้น  และผู้ที่น้ำหนักเกินตั้งแต่เด็กแล้ว การที่จะลดน้ำหนักเมื่ออายุมากขึ้นจะทำได้ยากกว่าผู้ที่ไม่มีน้ำหนักเกินเมื่ออยู่ในวัยเด็ก

สิ่งที่บรรดาพ่อแม่และผู้ใกล้ชิดและตัวเด็กๆเองควรจะปฏิบัติก็คือ  ควรให้ลูกหลานได้อยู่ในสิ่งแวดล้อมที่ปลอดบุหรี่,  สร้างเสริมพฤติกรรมการรับประทานอาหารที่ดี ทั้งที่บ้านและโรงเรียน,  หลีกเลี่ยงการรับประทานขนม น้ำหวาน  น้ำอัดลม!!  หรืออาหารจานด่วน, ลดการดูโทรทัศน์ และกระตุ้นให้เกิดการเคลื่อนไหวร่างกายในชีวิตประจำวันมากขึ้น

ทั้งนี้ในเรื่องการออกกำลังจะพบว่า เด็กที่มีการออกกำลังกายมาแต่เด็กๆ เมื่ออายุมากขึ้น มาเริ่มออกกำลังกายใหม่ (เพราะหมอสั่งและกลัวตาย!!) พบว่าคนกลุ่มนี้จะออกกำลังกายต่อไปได้อย่างสม่ำเสมอ  ดีกว่าคนที่ไม่ได้ออกกำลังมาตั้งแต่เด็กๆ  ถึงแม้จะเชื่อ (จำใจ) ทำตามคำแนะนำแต่แรก ต่อไปสักพักหนึ่งก็จะหยุดออกกำลังกายไป!  ด้วยเหตุผลสารพัด

ทั้งนี้การที่จะเสริมสร้างพฤติกรรมดังกล่าว พ่อแม่หรือผู้ดูแลต้องเป็นต้นแบบที่ดีด้วยเหมือนทุกอย่างที่ลูกๆ หลานๆก็จะเรียนมาจากพ่อแม่

คุณพ่อ-คุณแม่, คุณตา-คุณยาย, คุณปู่-คุณย่า ทั้งหลาย ควรจะช่วยๆกันให้ลูกๆ หลานๆ

ฉ             เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์

ฉ             ออกกำลังกาย โดยเริ่มต้นจากขยันที่จะขยับเขยื้อนร่างกายมากขึ้นในชีวิตประจำวัน เช่น เดินมากขึ้นที่โรงเรียน ทำกิจกรรมนอกบ้านแทนการดูโทรทัศน์ เล่นคอมพิวเตอร์ และออกกำลังกายหรือเล่นกีฬาเป็นประจำ

ฉ             ควบคุมน้ำหนัก – อย่าคิดว่าเด็กๆอ้วนแล้วน่ารัก น่าเอ็นดูเลยครับ

ฉ             ได้ดื่มนมแม่ น้ำนมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับลูกในช่วง  ๖ เดือนแรก ลูกจะมีโภชนาการที่ดีตั้งแต่แรกเกิด ส่งผลให้สุขภาพแข็งแรงในอนาคต และไม่อ้วน

                ถ้าใครปล่อยให้ลูกๆ หลานๆอ้วน  จงทราบไว้ด้วยว่าท่านทำบาปอย่างมหันต์ให้แก่เด็กๆเหล่านั้น  ท่านอาจจะคิดว่าเขาดูน่ารัก ไม่ให้เขาเล่นกีฬา  ให้แต่ดูหนังสือ  เรียนพิเศษ จะได้ทำงานดีๆ มีเงินมากๆเมื่อโตขึ้น แต่เมื่อเขาโตขึ้น  ถึงช่วงที่เขากำลังมีความก้าวหน้าในหน้าที่การงาน (อายุ ๔๕-๖๐ ปี) เขาก็จะมีปัญหาเรื่องหัวใจและสมองค่อนข้างแน่  ค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาพยาบาลตอนนั้นจะมากกว่าเงินที่เขาหาได้เสียอีกแล้วจะหาว่าไม่เตือน!!!

การที่เด็กๆจะปราศจากโรคหัวใจในอนาคตได้นั้น ครอบครัวและผู้ใกล้ชิดมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งที่จะสร้างเสริมนิสัยที่ดีให้กับพวกเขาตั้งแต่อายุน้อยๆ

ทั้งนี้มีการศึกษาในต่างประเทศพบว่า เด็กที่ดูที.วี. (นั่งเล่นคอมพิวเตอร์) มากกว่าวันละ ๔ ชั่วโมงนั้น เมื่อโตขึ้นมีโอกาสเป็นโรคเบาหวานมากกว่าเด็กที่ดูที.วี.น้อยกว่า ๒ ชั่วโมงมากนัก

แต่ทั้งนี้ก็ไม่ได้หมายความว่า คนที่น้ำหนักเกินหรืออ้วน เมื่ออายุมากๆแล้วนั้นจะไม่สามารถลดน้ำหนักได้นะครับ มีคนอยู่พวกหนึ่งที่ผมไม่สามารถลดน้ำหนักได้  คนไข้พวกนี้คือ  คนอ้วนที่ไม่คิดว่าตัวเองอ้วนครับ!!!

บทความที่เกี่ยวข้อง

หัวใจกับ Sex
หัวใจหล่นไปที่ตาตุ่ม
ไม่อ้วนเอาเท่าไหร่ (๑)
การออกกำลังกายในผู้ป่วยโรคหัวใจ
การอดนอนทำให้ตัดสินใจเลือกอาหารที่ไม่ดีต่อสุขภาพ(b...
สังกะสี


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.