Skip to content

หัวใจที่ปรารถนา

February 18th, 2013

Webmaster

หัวใจที่ปรารถนา

ในช่วงวันปีใหม่ วันพ่อž ผมถูกขอร้องให้ช่วยจัดอภิปรายให้ความรู้แก่ประชาชนในวันพ่อเรื่องพ่อและหัวใจ คิดว่าทุกๆคนคงปรารถนาให้พ่อตัวเองมีหัวใจที่แข็งแรง (อยู่นานๆ) จึงได้ตั้งหัวข้ออภิปรายว่า หัวใจที่ปรารถนาž

พ่อของคนที่มาฟังอภิปรายคงมีอายุมากกันพอสมควรและแน่นอนที่สุดต้องเป็นผู้ชาย! (ใครเถียงก็ว่ามา) ทั้งสองประการนั้นคือ ปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหัวใจโดยเฉพาะโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ

คนที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบนั้นร้อยละ ๒๕ หรือ ๑ ใน ๔ มักเสียชีวิตอย่างเฉียบพลันโดยไม่มีอาการนำมาก่อน ดังนั้นเราจะอาศัยอาการ (ความรู้สึก) ผิดปรกติที่เกิดขึ้นเพียงอย่างเดียวคงไม่ค่อยดีนัก จึงต้องพยายามตรวจหาความเสี่ยงต่างๆ ของโรคหลอดเลือดหัวใจให้ได้ก่อนเกิดอาการหรือก่อนเสียชีวิต!! (ให้ดีที่สุดคือเกิดโรค!!) ปัจจัยเสี่ยงอื่นๆของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบก็มีประวัติครอบครัวที่มีญาติใกล้ชิดเสียชีวิตกะทันหัน (หรือเป็นลม) ตายเฉียบพลัน, บุหรี่, ความดันในเลือดสูง, ไขมันในเลือดสูง และเบาหวาน ก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องได้รับการรักษาและแก้ไขแต่เนิ่นๆเช่นเดียวกัน

การตรวจว่าใครมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบมากน้อยแค่ไหน หมอสามารถทำได้แต่ไม่ง่ายนัก (นอกจากจะเป็นทั้งหมอดูและหมอหัวใจ!!) โดยต้องใช้การตรวจพิเศษหลายๆอย่างร่วมกัน แม้ในคนที่ไม่มีอาการก็สามารถตรวจหาความเสี่ยงเหล่านี้ได้ การตรวจที่ว่านี้เริ่มต้นด้วยการตรวจร่างกายและซักถามประวัติโดยพบแพทย์ที่เชี่ยวชาญ  (เพราะคนที่คิดว่าตัวเองไม่มีอาการอะไร แต่พอถามราย

ละเอียดแล้วอาจมีอาการผิดปรกติได้เหมือนกัน)

การตรวจอื่นๆ แพทย์จะทำเป็นขั้นตอนไปโดยเริ่มจากการตรวจที่มีความเสี่ยงน้อยไปจนถึงการตรวจที่มีความเสี่ยงมาก มักตั้งต้นด้วยการตรวจสมรรถภาพหัวใจโดยการเดินสายพาน และ/หรือการตรวจเลือด การตรวจวัดความดันที่แขนและขา (Ankle Brachial Index – ABI) การตรวจวัดความหนาของผนังหลอดเลือดที่คอ (Internal Carotid Media Thickness – IMT) และการตรวจแบบใหม่ที่สามารถช่วยคาดเดาความเสี่ยงได้ดีมากคือการตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ดูปริมาณหินปูน (Calcium) หลอดเลือดหัวใจและการตรวจฉีดสีโดยไม่ต้องสวนหัวใจ ท้ายสุดถ้ามีความจำเป็นก็อาจตรวจด้วยการฉีดสีสวนหัวใจเพื่อให้ได้การวินิจฉัยที่แม่นยำ

สำหรับการตรวจเลือดในปัจจุบันนี้มีการตรวจเลือดหลายๆอย่างซึ่งสามารถตรวจหาความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในอนาคตได้ แต่ยังไม่เป็นที่แพร่หลายนักอาจจะต้องไปตรวจในโรงพยาบาลที่เป็นโรงเรียนแพทย์หรือโรงพยาบาลที่มีผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคหัวใจหรือศูนย์หัวใจโดยเฉพาะ เมื่อตรวจพบสิ่งผิดปรกติในคนที่ไม่มีอาการแล้วแพทย์ก็สามารถให้การรักษา ลดความเสี่ยงเหล่านั้นลงได้เสียแต่เนิ่นๆ ก่อนที่จะเกิดหลอดเลือดตีบหรือตัน

ยกตัวอย่างเช่น ในคนที่มีภาวะหินปูนเกาะที่หลอดเลือดมากและมีระดับไขมันในเลือดสูงเพียงเล็กน้อยแต่ไม่สูงมากนัก เราอาจจะป้องกันโรคหลอดเลือดตีบได้โดยลดระดับไขมันให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้โดยทันที (ไม่ต้องรอให้เกิดโรค

ก่อน) โดยใช้ทั้งยาและควบคุมอาหารร่วมกัน (แทนที่จะให้คนไข้ควบคุมอาหารอย่างเดียวแล้วตรวจระดับไขมันซึ่งใหม่อีก ๒-๓ เดือน) และหวังว่าจะลดความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจในคนไข้ประเภทนี้ได้

หรือในคนไข้ที่มีความดันโลหิตสูงไม่มากนัก เช่น ๑๓๖/๙๐ มิลลิเมตรปรอท แต่จากการเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ฉีดสี (โดยไม่ต้องสวนหัวใจ) พบมีรอยตีบแคบเพียงแค่ร้อยละ ๒๐ ของเส้นผ่าศูนย์กลางของหลอดเลือดหัวใจที่ส่วนต้นๆ โดยคนไข้ไม่มีอาการนั้น แพทย์ที่ทำการรักษาก็อาจจะให้ยาควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปรกติ ๑๒๐/๘๐ มิลลิเมตรปรอท พร้อมกับแนะนำให้ออกกำลังกาย  ควบคุมอาหารและไขมันให้ต่ำที่สุดเท่าที่จะทำได้

สำหรับการรักษา โรคหลอดเลือดหัวใจตีบที่พบจากการฉีดสีสวนหัวใจ การรักษาที่ดีที่สุดในขณะนี้คือ การขยายหลอดเลือดที่ตีบนั้นด้วยลูกโป่งพร้อมกับใช้ขดลวด (Stent) ที่มียาเคลือบพิเศษถ่างหลอดเลือดนั้นไว้ด้วย

ก่อนหน้านี้เราขยายหลอดเลือดหัวใจที่ตีบด้วยลูกโป่ง และ/หรือใส่ขดลวดที่ไม่มียาเคลือบ ซึ่งการรักษาทั้ง ๒ วิธีนี้มีข้อเสียเพราะหลอดเลือดตรงบริเวณที่ได้รับการขยายมีโอกาสตีบซ้ำได้อีกประมาณร้อยละ ๑๐ ถึงร้อยละ ๓๐ แต่ปัจจุบันถ้าใช้ขดลวดพิเศษที่มียา เคลือบโอกาสตีบกลับซ้ำมาอีกจะเหลือเพียงร้อยละ ๑ ถึงร้อยละ ๓ เท่านั้น แม้แต่ในคนที่เป็นเบาหวานโอกาสตีบกลับซ้ำก็จะมีเพียงประมาณร้อยละ ๕ เท่านั้น  ในปัจจุบันขดลวดดังกล่าวที่มียาเคลือบอยู่นั้นราคายังค่อนข้างแพง ส่วนการรักษาด้วยการผ่าตัดซึ่งอาจจะทำได้เมื่อจำเป็นต้องทำในปัจจุบันดีขึ้น  มีการพัฒนาใหม่ๆ ให้ผลดีในระยะยาว คือการผ่าตัดที่ไม่ต้องทำให้หัวใจหยุดเต้น (Off pump bypass) และการผ่าตัดที่ใช้หลอดเลือดแดงภายในร่างกายต่อข้ามหลอดเลือดที่ตีบแทนที่จะใช้หลอดเลือดดำแบบเดิมๆ

ระยะยาวสิ่งจำเป็นที่สำคัญในการทำให้หัวใจแข็งแรงและลดโอกาสที่หลอดเลือดหัวใจตีบใหม่ (ถึงแม้ผ่าตัดถ้าดูแลตัวเองไม่ดีก็มีโอกาสตีบอีกได้มากเหมือนกัน) คือควบคุมปริมาณและชนิดอาหารโดยรับประทานอาหารไขมันจากสัตว์ให้น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้ ควบคุมน้ำหนักตัวให้อยู่ในอยู่เกณฑ์ปรกติ และการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งควรจะทำเป็นประจำทุกวันหรืออย่างน้อยอาทิตย์ละ ๔ ครั้งๆละ  ๒๐-๓๐ นาที

การออกกำลังที่ถูกควรมีการ warm up cool down และการยืดเส้นคลายกล้ามเนื้อ (stretching) ก่อนและหลังการออกกำลังกาย  และที่ขาดไม่ได้ในการออกกำลังคือการเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆ ด้วยการยกน้ำหนักเบาๆ ร่วมด้วย

ถ้าเราสามารถ…

ช ตรวจพบโรคก่อนที่จะเป็นโรค

ช ให้การรักษาที่ดีที่สุด

ช ควบคุมป้องกันปัจจัยเสี่ยงไม่ให้เกิดโรคขึ้นมา (ใหม่)

ก็คงจะเป็นสิ่งที่ดีที่สุดหรือที่สุดที่เราสามารถทำให้ (หัวใจ) พ่อของเรามีสุขภาพแข็งแรงอยู่กับเราได้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้

ท้ายที่สุด…ความรัก ความเป็นห่วงของเราที่มีต่อคุณพ่อ ควรมีความพอดี อย่าปกป้องมากเกินไปนัก ผมมีคนไข้หลายครอบครัวที่พยายามไม่ให้พ่อแม่ที่มีปัญหาหัวใจทำอะไรเลย ให้นั่งอยู่บ้านเฉยๆ ไม่ให้ออกจากบ้าน ไม่ให้ออกกำลัง ผลคือหัวใจของท่านเหล่านั้นก็จะเหี่ยวแห้งและฝ่อเฉาไปในที่สุด

สรุป ….การดูแลสุขภาพหัวใจให้ผู้สูงอายุโดยเฉพาะ พ่อž ซึ่งมีความเสี่ยงมากกว่าผู้ที่เป็น แม่ž ที่สำคัญคือ การให้ความรักความเข้าใจผู้สูงอายุ ดูแลเรื่องอาหารและการออกกำลังกาย รักและดูแลท่านเหมือนกับที่ท่านรักและดูแลเราเมื่อตอนที่เรายังเป็นเด็ก ทำให้ได้นะครับ….แล้วคุณพ่อทั้งหลายจะมีสุขภาพแข็งแรง!!!

บทความที่เกี่ยวข้อง

นวดหัวใจ
ธรรมะกับหัวใจ
Aortic aneurysm
Fishy advice
The D Element
วิถีชีวิตสี่ประการที่ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ(blog)


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.