Skip to content

อาหารในอเมริกา

April 1st, 2013

Webmaster

อาหารในอเมริกา

ผมไปประเทศสหรัฐอเมริกาครั้งล่าสุดไม่นานมานี้ มีหลายอย่างเปลี่ยนไปที่อยากจะนำมาเล่าให้ฟังกันครับ

ในฐานะที่เป็นหมอหัวใจ ผมต้องบอกว่าการเปลี่ยนแปลงที่เห็นนี้เปลี่ยนไปในทางที่ดีต่อหัวใจซึ่งก็เป็นที่น่า ยินดี ผมเองจำได้ว่าหลายปีก่อนที่ไปอเมริกานั้น เข้าไปสั่งอาหารรับประทานในร้านอาหาร จะรู้สึกกลุ้มใจทุกที เพราะอาหารจานใหญ่มากเรียกว่า คนไทยเราที่รับประทานปกติสั่งจานเดียวก็รับประทานได้ 2 คนอย่างน้อย ไม่น่าแปลกใจที่คนอเมริกามีปัญหาเรื่องโรคอ้วนเยอะ จะสั่งอะไรรับประทานที่จานเล็กก็ไม่ค่อยจะมี จะรับประทานเหลือก็เสียดายเพราะราคาเมื่อเปรียบเทียบเป็นเงินไทยก็แพงใช่ย่อย แต่ไปหนนี้ ชอบใจมากเพราะเดี๋ยวนี้เมนูในร้านอาหารหลายร้านที่นั่น มีแบบ half portion (ครึ่งส่วน) ให้เลือกสั่งได้ ถ้าเลือก half portion ก็จะได้อาหารจานที่เราอยากรับประทานที่มีปริมาณลดลงประมาณครึ่งหนึ่ง เหมาะเลยทีเดียว

เมื่อพูดคุยกับเพื่อนที่เป็นคนอเมริกัน เขาบอกว่าทางองค์กรสุขภาพของอเมริกาเขาทำวิจัยเรื่องคนอ้วน และพบว่าขนาดของอาหาร (คือมีขนาดใหญ่มาก) เป็นปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ทำให้คนของประเทศเขาอ้วน พอมีการรณรงค์โฆษณา ประชาสัมพันธ์กันมากๆ ร้านอาหารส่วนหนึ่ง (ที่พอจะมีกลุ่มคนรักสุขภาพเป็นกลุ่มเป้าหมาย)ก็เลยต้องปรับตัวให้มีทางเลือกมากขึ้น นับว่าเป็นผลดีของการวิจัยและการประชาสัมพันธ์ที่ทำให้มีการแข่งขันกันไปในทางที่ดี

ผมเข้าไปร้านแฮมเบอร์เกอร์ชื่อดัง (ที่มีอยู่หรือทั่วกรุงเทพฯ) ยังมีสลัดให้สั่งเลยครับ ขณะยืนสั่งสลัดไก่อยู่ ก็มีฝรั่งอีกคนมายืนสั่งแฮมเบอร์เกอร์อยู่ข้างๆ ความที่การได้ยินของผมยังดีอยู่ (ในขณะที่อย่างอื่นอาจจะเสื่อมถอยไปกับวัยเป็นธรรมดา) ผมก็เลยได้ยิน เขาคุยกับพนักงานขายว่า “เดี๋ยวนี้ขายสลัดด้วยหรือ” พนักงานขายรีบตอบเลยว่า “เพิ่งจะเอาใส่ในเมนูไม่นานหรอก นี่ก็กำลังจดสถิติกันอยู่ว่าจะขายได้มากน้อยแค่ไหน”  คนซื้อก็ทำท่ายักไหล่แล้วก็พึมพำๆ ประมาณว่าคงขายได้หรอก อะไรประมาณนี้

จริงๆแล้วเรื่องของอาหารเพื่อสุขภาพนี้ การที่ไม่มีทางเลือก (หรือบางทีไม่มีความรู้เพียงพอที่จะเลือก) ก็เป็นปัญหาเหมือนกัน คนไข้ของผมหลายคนที่ผมแนะนำเรื่องอาหารบอกว่าไม่รู้จะทำอย่างไรเพราะตอนกลางวันรับประทานนอกบ้าน ก็มีแต่ข้าวแกง ก๋วยเตี๋ยว ข้าวมันไก่ ราดหน้า อะไรทำนองนั้น ไม่รู้จะเลือกสั่งอะไรดี จริงๆแล้วการรับประทานอาหารนอกบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งอาหารจานด่วนแบบไทยๆเรา อย่างเช่นข้าวแกง ก็พอจะมีเคล็ดลับสำหรับคนที่ต้องการคุมน้ำหนักได้ คือถ้าเลือกได้อย่าให้คนขายราดอาหารลงไปบนข้าวเลย

เช่น ผัดผัก หรือ แกง ถ้ารับประทานแต่ผัก หรือ เนื้อในน้ำแกง ไม่ราดน้ำไปบนข้าวทั้งหมด ก็จะลดปริมาณแคลอรี่จากน้ำมัน และ น้ำแกง (โดยเฉพาะแกงกะทิ) ไปได้เยอะแล้วครับ ถ้าจะให้ดีต้องลดปริมาณข้าวลงไปด้วย เริ่มแรกๆก็ไม่ต้องมากหรอกครับ ตักออกสัก ¼ ของที่เคยรับประทานก็พอ!!!

พูดถึงขนาดของอาหารที่อเมริกาที่ใหญ่มหึมาจนน่าสงสัยว่า นอกจากที่ล่อใจคนซื้อว่าราคาถูกถ้าซื้อขนาด ใหญ่แล้ว คนที่ซื้อกินหมดหรือไม่  น้ำอัดลมที่ขายเป็นแก้ว (แก้วหนึ่งประมาณ 1 ลิตรขึ้นไป!) หรืออาหารขบเคี้ยว เช่นมันฝรั่งทอด ที่ขนาดถุงใหญ่มาก ผมพลิกๆดูฉลากอาหาร ปรากฏว่ารับประทานหมดถุง (ซึ่งบางทีก็หมดภายในพริบตาถ้ารับประทานไปดูหนังไป)  ได้พลังงาน 1,000 แคลอรี่ หรือ เท่ากับรับประทานข้าวสวยประมาณ 15 ทัพพี!! แถมยังได้ trans fatty acid ที่ไม่ดีต่อสุขภาพอีกด้วย

พูดถึง trans fatty acid ก็กำลังเป็นที่สนใจ เพราะพบว่าอาจจะเป็นอันตรายต่อหัวใจมากกว่าคอเลส-
เตอรอล และจะพบในอาหารทอดน้ำมัน การใช้น้ำมันซ้ำๆ หรือ อาหารขบเขี้ยวหรือขนมเช่นคุกกี้ที่เป็นอาหารแปรรูป ทางต่างประเทศจะมีการบังคับให้ฉลากอาหารต้องบ่งถึงสัดส่วนของ trans fatty acid ในอาหารแล้ว แต่ทางบริษัทอาหารก็ไวเหมือนกัน เพราะผมเห็นมันฝรั่งยี่ห้อหนึ่งประชาสัมพันธ์ว่า ทางบริษัทเขาได้ทำวิจัยร่วมกับสถาบันทางการแพทย์เพื่อจะปรับปรุงให้มันฝรั่งของเขามีประโยชน์ต่อสุขภาพยิ่งขึ้น
อีกอย่างที่ประทับใจก็คือ ที่ร้านอาหารจานด่วน (fast food) อีกแห่งหนึ่ง มีข้อมูลทางโภชนาการของอาหารทุกอย่างในร้าน และยังมี มุม Healthy Dining (อาหารสุขภาพ) สำหรับคนที่ห่วงใยสุขภาพแต่เลือกไม่ถูกว่าจะรับประทานอะไร ก็สามารถมาเลือกจากตรงนี้ได้เลย

แต่อย่างไรก็เห็นคนน้ำหนักเกินคนอ้วนเต็มไปหมดละครับ ตามสถิติของประเทศเขา คนอ้วนก็เพิ่มขึ้น คงต้องรอดูว่า หลังจากที่เริ่มตื่นตัวและรณรงค์แล้วจะได้ผลหรือไม่ บ้านเราเองซิครับ ถ้าไม่ระวังกันตั้งแต่เดี๋ยวนี้ ในอนาคตอาจจะมีปัญหาเพราะตอนนี้สถิติเด็กบ้านเราโดยเฉพาะในเมืองใหญ่พบว่า เกือบร้อยละ 20น้ำหนักเกินกว่ามาตรฐาน

คนไข้ของผมคนหนึ่งหลังจากมาพบผมเพราะรู้สึกแน่นหน้าอก มีประวัติความดันโลหิตสูง ไขมันในเลือดสูง ไขมันตัวดี หรือ เอชดีแอล ต่ำเพราะไม่ค่อยได้ออกกำลังกาย ผมส่งตรวจวิ่งสายพาน เอกซเรย์ดูหลอดเลือดหัวใจ ก็ปกติดี ผมก็เลยแนะนำให้คุมอาหารออกกำลังกาย หลังจากนั้นคนไข้ ก็ระมัดระวังการรับประทานอาหารอย่างเข้มงวด พร้อมทั้งออกกำลังกายเป็นประจำ ปรากฏว่าภายใน  เดือนแรกน้ำหนักลงไป 4 กิโลกรัม เดือนที่ 2 น้ำหนักลงไปอีก 3 กิโลกรัม คนไข้เริ่มรู้สึกวิตกกังวลว่าตนเองจะเป็นมะเร็งที่ไหนสักแห่ง ทั้งๆที่ไม่ได้มีอาการผิดปกติอะไร อาหารก็ยังอยากรับประทานไม่ได้เบื่ออาหาร เพียงแต่มีวินัยมากในการควบคุมตนเอง สุดท้ายกังวลมากเลยต้องไป เช็คลำไส้ด้วยเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ (ไม่ต้องสวนด้วยกล้อง) ปรากฏว่าไม่เจออะไร ซักประวัติการรับประทานในอดีตก็เลยทราบว่าเมื่อก่อนรับประทานเยอะมากๆ พอคุมอาหารเข้ารับประทานน้อยลงไปเยอะบวกกับการออกกำลังกาย  เลยน้ำหนักลงจนตกใจ แต่เดี๋ยวนี้เขาสบายใจแล้วครับ ครั้งสุดท้ายเจอกัน บอกผมว่า เดี๋ยวนี้หุ่นดีขนาดเวลายืนปัสสาวะ  เขามองเห็นปลายเท้าตัวเองแล้ว

ทางพุทธศาสนาท่านว่า คนเราตายเพราะกินกันมากมาย เพราะกินไม่เลือก กินเพราะอยากทำให้ตายทีละน้อย โดยไม่รู้ตัว พระท่านถึงสอนให้พิจารณาอาหารเสียก่อน เพราะการกินนั้นทำให้โง่ก็ได้ ทำให้ฉลาดก็ได้  ทำให้เป็นคนทุจริตก็ได้ และทำให้ตายก็ได้

ที่สำคัญจะทำให้ทุกข์นาน ทั้งๆ ที่สุขแค่ไม่เกินครึ่งชั่วโมง (ก็ตอนกินนั่นแหละครับ!)

ผมมีคนไข้คนหนึ่ง สมัยทำงานอยู่ต่างประเทศเป็นคนยิว  อ้วนมาก น้ำหนักร้อยกว่ากิโลกรัม  เป็นเบาหวานและโรคหัวใจ  ผมแนะนำให้เขาควบคุมอาหารและลดน้ำหนัก  แต่เขายืนยันกับผมอย่างหนักแน่นว่า จะไม่มีทางยอมอดอาหารเด็ดขาด เพราะเขาเคยอยู่ในค่ายกักกันสมัยสงครามโลก  อดอาหารเกือบตาย เขาสาบานกับตัวเองว่า ชาตินี้จะไม่ยอมอดอาหารอีกแล้ว ถึงจะตายก็ยอม!!!

ถ้าแบบนี้ก็กรรมใครกรรมมันครับ!………..

นิธิ  มหานนท์

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคหัวใจนักกีฬา
ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ
การนอนไม่เพียงพอมีผลต่อสุขภาพมาก(blog)
Bacterial endocarditis
What goes up must come down
Food is medicine (Part II)


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.