Skip to content

ลิ้นหัวใจรั่ว

June 17th, 2013

Webmaster

ลิ้นหัวใจ

ไม่นานมานี้ ผมมีคนไข้จากตะวันออกกลางคนหนึ่งเป็นผู้หญิง อายุเกือบ70ปี สูงประมาณ130เซนติเมตร แต่น้ำหนักตัวมากถึง130กิโลกรัม เธอมีอาการเหนื่อยหอบที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเมื่อประมาณ2เดือนก่อน หอบจนกระทั่งนอนราบไม่ได้ ต้องเข้าไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลในประเทศของเธอ และพบว่ามีน้ำท่วมปอดและมีลิ้นหัวใจรั่วซึ่งเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน
ก่อนหน้าการเจ็บป่วยครั้งนี้ เธอไม่มีอาการหอบเหนื่อยหรือแน่นหน้าอก แต่อย่างไรก็ตาม เธอไม่ค่อยได้ทำอะไรมากหนัก เนื่องจากน้ำหนักตัวที่มากนั้นเอง เธอมีอาการปวดเข่าทั้งสองข้างจึงไม่ค่อยลุกเดินไปไหนมาไหนนอกจากไปห้องน้ำ โต๊ะอาหารและห้องนอน เป็นแบบนี้มา2ปีกว่าๆ ระยะหลังเธอเริ่มมีอาการปวดหลัง และปวดตามข้อต่างๆด้วย (ทั้งๆที่ไม่ได้เดินมาก) ก็เพราะกล้ามเนื้อและข้อต่างๆ ของเธอเริ่มยึดติดจากการที่ไม่ได้ใช้งาน


โรงพยาบาลในประเทศของเธอตรวจพบว่า เธอมีลิ้นหัวใจไมทรัล (Mitral Valve) รั่วอย่างเฉียบพลัน ซึ่งเกิดจากการฉีกขาดของสายที่ยึดระหว่างหัวใจกับตัวลิ้นหัวใจ สายยึดสิ้นหัวใจนี้เปรียบเสมือนกับสายที่ยึดร่มที่นักโดดร่มใช้ ตัวลิ้นหัวใจเปรียบเสมือนตัวร่มที่เป็นผ้า ส่วนสายยึดนั้นก็คือสาย (ที่มีอยู่หลายๆ เส้น) โยงจากส่วนที่เป็นผ้า (หรือวัสดุสังเคราะห์) มายังตัวนักโดดร่มนั่นเอง ถ้าสายนี้ขาดออกสัก1-2เส้น ก็จะทำให้ตัวร่มเผยอ ถ้าเป็นลิ้นหัวใจก็จะทำให้ลิ้นหัวใจปิดตัวไม่สนิท
สายยึดลิ้นหัวใจไมทรัลอาจจะเกิดการฉีดขาดได้จากหลายสาเหตุ เช่นมีการติดเชื้อ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ลิ้นหัวใจหย่อน หรืออย่างเช่นในรายนี้ คือไม่ทราบสาเหตุ (คือ สาเหตุจริง) นั้นมีแต่เราไม่รู้ (เพราะทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้เกิดและเป็นอย่างที่เป็นเพราะมีเหตุและปัจจัย)
ลิ้นหัวใจไมทรัลเป็นลิ้นหัวใจที่กั้นห้องหัวใจด้านซ้ายระหว่างห้องบนและห้องล่าง หัวใจห้องบนด้านซ้ายรับเลือดที่ฟอกด้วยออกซิเจน แล้วจากปอดกลับมาสู่หัวใจ แล้วส่งต่อไปยังหัวใจห้องล่างซ้ายที่เป็นหัวใจแข็งแรงที่สุด ประกอบไปด้วยกล้ามเนื้อหัวใจพันกันไปมา ทำงานหนักที่สุดในจำนวนหัวใจทั้งสี่ห้อง
หัวใจห้องล่างซ้ายที่ทำงานหนักที่สุดก็เพราะมีหน้าที่ฉีดเลือดออกไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย ลิ้นหัวใจไมทรัลนี้จะมีหน้าที่กั้นไม่ให้เลือดที่ถูกฉีดออกจากหัวใจเพื่อไปเลี้ยงร่างกายนั้นไหลย้อนกลับไปที่หัวใจห้องบนซ้ายอีก


ในกรณีที่ลิ้นหัวใจไมทรัลรั่วแบบค่อยเป็นค่อยไป คนไข้จะไม่ค่อยมีอาการ และหมอหัวใจก็จะไม่ค่อยอยากผ่าตัดเปลี่ยนหรือซ่อมลิ้นหัวใจให้ เพราะความเสี่ยงจากการผ่าตัดนั้นอาจจะไม่คุ้มกับประโยชน์ที่จะได้โดยเฉพาะถ้าคนไข้ไม่มีอาการ ในกรณีเช่นนี้ หมอจะติดตามดูการเปลี่ยนแปลงของหัวใจอย่างใกล้ชิด ถ้าหัวใจเริ่มโตถึงระดับหนึ่งก็จะแนะนำให้ทำการผ่าตัด ถึงแม้ในบางรายคนไข้จะยังไม่มีอาการก็ตาม เนื่องจากถ้าปล่อยไป แล้วไปทำการผ่าตัดเมื่อมีอาการมาก แต่ผลการผ่าตัดจะไม่ดีนัก คนไข้จะไม่ได้ประโยชน์จากการผ่าตัด คือ หัวใจอาจจะไม่กลับเล็กลงเป็นปกติได้
ในรายที่ลิ้นหัวใจรั่วอย่างเฉียบพลันแบบคนไข้รายนี้ ร้อยทั้งร้อยคนไข้จะมีอาการมาก เนื่องจากหัวใจปรับตัวไม่ทัน การให้ยาช่วยก็มักจะไม่เพียงพอในการที่จะรักษาภาวะหัวใจล้มเหลว (น้ำท่วมปอด) ได้เต็มที่ แต่คนไข้รายนี้ทั้งตัวคนไข้และหมอมี่ความกังวลมากว่า หลังผ่าตัดอาจจะเกิดปัญหาแทรกซ้อนได้มาจากขนาดร่างกายที่ใหญ่โตของเธอ เพราะคนอ้วนที่ไม่ค่อยได้ทำอะไรมากเช่นนี้ กล้ามเนื้อต่างๆที่ใช้ในการหายใจก็จะไม่แข็งแรง หลังผ่าตัดต้องใช้เครื่องช่วยหายใจอยู่นานกว่าเธอจะลุกขึ้น นั่งหรือเดินได้คงใช้เวลานานมากๆ
ในช่วงที่เธอหายใจเองได้ไม่พอและยังลุกนั่งได้ไม่ดี จะมีโอกาสเกิดโรคแทรกซ้อนหลังการผ่าตัด ไม่ว่าจะเป็นปอดติดเชื้อ แผลกดทับหรือลิ่มเลือดอุดตันที่ขาและปอดได้ค่อนรข้างง่าย ผมตัดสินใจให้คนไข้คนนี้เข้าโปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและฝึกการหายใจ ออกกำลังให้กล้ามเนื้อก็ลดน้อยลง ที่สำคัญน้ำหนักตัว(จากไขมันไม่ใช่น้ำ)ก็ค่อยๆลดลงอีกด้วย
ผมรู้สึกว่า เธอน่าจะพร้อมที่จะได้รับการผ่าตัดจึงได้ทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งเสียก่อน ก็ต้องเจอกับความประหลาดใจ คือ ปรากฎว่าลิ้นหัวใจของเธอยังรั่วอยู่เหมือนเดิม แต่หัวใจเธอกลับทำงานปกติ ขนาดหัวใจไม่เปลี่ยนแปลง (คือ ไม่ได้โตมากกว่าปกติ) ที่สำคัญเมื่อทำการสวนหัวใจ วัดความดันในหัวใจและปอด ก็พบว่า ความดันตางๆ เหล่านั้นกลับลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ ผลการตรวจเลือดดูพบว่า NT ProBNP (ซึ่งถ้าสูงแสดงว่ามีภาวะหัวใจล้มเหลวและมีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหารุนแรงและเฉียบพลันทางหัวใจในอนาคตสูง) ก่อนหน้าที่จะได้รับการรักษาและเข้าโปรแกรมฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจนั้น ระดับเลือดตัวนี้ของเธอสูงเป็นพัน แต่ครั้งสุดท้ายที่ตรวจปรากฎว่า ระดับผลเลือดตัวดังกล่าวลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ปกติ ซึ่งหมายความว่า ถึงแม้ว่าลิ้นหัวใจของเธอจะยังรั่วอยู่ แต่ร่างกายและหัวใจของเธอสามรถปรับตัวและทำงานได้เพียงพอกับที่ร่างกายเธอต้องการ
คนไข้คนนี้ ในที่สุดจึงได้มาเที่ยวประเทศไทยฟรีและไม่ต่องผ่าตัดหัวใจน้ำหนักลดไป 4-5กิโลกรัม จากที่ไม่ชอบเดินเพราะปวดเข่าปวดขา ก็กลับไปเดินชอปปิ้งกรุงเทพฯ แทน…สบายไป!
ใครที่ขยัน อดทน มุ่งมั่น มีความเพียรและตั้งใจจริง อะไรที่ดูเหมือนเป็นไปไม่ได้ก็เป็นไปได้ ฉันทะ วิริยะ จิตตะ วิมังสาครับ

บทความที่เกี่ยวข้อง

หัวใจหล่นไปที่ตาตุ่ม
ขดลวดเคลือบยา
เหล้าใหม่ในขวดเก่า
Heart attack and heart failure: Thedifference
หัวใจกับถั่ว
เรื่องของไข่อีกฟอง


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

2,153 comments on “ลิ้นหัวใจรั่ว

  1. Pingback: dieta detox

  2. Pingback: vuelosdelalma.blogspot.com/2013/11/kampung-inggris-pare-kediri.html

  3. Pingback: Arcade