Skip to content

บางอย่างที่เปลี่ยนไปเมื่อวัยใกล้เลข 3

July 29th, 2013

Webmaster

บางอย่างที่เปลี่ยนไปเมื่อวัยใกล้เลข 3  1

เมื่ออายุมากขึ้น เอาเป็นว่าเมื่อเข้าใกล้เลขสาม เกือบทุกคนจะสังเกตว่าหลายสิ่งหลายอย่างในตนเองที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ต้องถึงกับเป็นโรคภัยไข้เจ็บ แค่สรีระที่เปลี่ยนไปก็อาจส่งผลต่อสุขภาพร่างกายแล้ว บางคนไม่เคยมีอาการปวดอะไรเลยอยู่ดีๆ ก็ปวดเข่าปวดหลัง บางคนรูปร่างที่เคยเพรียวก็เริ่มมีพุงเล็กๆทั้งนี้ เพราะเมื่ออายุมากขึ้นเซลล์ต่างๆ ในร่างกายย่อมมีการเสื่อมสภาพลง

ลองดูกันว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ปรากฏขึ้นกับตัวคุณหรือไม่

  • กล้ามเนื้อนิ่มขึ้น ไม่กระชับเหมือนแต่ก่อน
  • ตึงตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย โดยเฉพาะหลังจากนอน หรือ หลังจากอยู่ในท่าใดท่าหนึ่งนานๆ
  • สารพัดจะปวด ทั้งๆ ที่ก็ไม่เคยได้รับอุบัติเหตุใดๆ มาก่อนเลยแม้แต่น้อยเดี๋ยวปวดหลัง เดี๋ยวปวดเข่า ปวดส้นเท้า ปวดไหล่
  • เดินๆ แล้วเหมือนจะไม่ค่อยมั่นคง ข้อเท้าพลิกอยู่บ่อยๆ
  • เหนื่อยง่ายขึ้น อย่างเช่นเมื่อ 3-4 ปีที่แล้ว เคยเดินบันไดที่ทำงานได้ 5 ขั้นสบายๆ ตอนนี้ก็ยังเดินได้ แต่ต้องพัหเนื่อยเสียก่อนถึงจะเดินพ้นจากราวบันไดไปทำอย่างอื่นได้
  • น้ำหนักเริ่มขึ้น ทั้งๆที่ก็ไม่เห็นได้กินแตกต่างไปจากเดิมมากนัก ก่อนอายุ 30 ยังไงก็รักษาน้ำหนักเดิมเหมือนสมัยอายุ 20 ไว้ได้ ตอนนี้กินก็แทบจะเหมือนเดิมอยู่แล้ว น้ำหนักยังขึ้นไปตั้ง 3 กิโลกรัม
  • พุงเริ่มใหญ่ขึ้น (เรื่อยๆ) และดูเหมือนไขมันที่สะสมจะเริ่มก่อร่างสร้างตัวอย่างสม่ำเสมอรอบเอวของเรานี่เอง

และอื่นๆอีกมากมาย (ที่ไม่อยากจะกล่าวถึงให้หลายๆคนช้ำใจ)

การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ แม้จะไม่ใช่โรค แต่ก็มีผลอย่างยิ่งต่อการออกกำลังกายของผู้วัยเริ่มเข้าเลขสาม ไม่ว่าจะเป็นคนที่ออกกำลังกายมานาน หรือคนที่อยากจะเริ่มออกกำลังกาย

การเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อวัยสูงขึ้น

- ความฟิตของร่างกาย(ซึ่งเป็นตัวบอกถึงความแข็งแรงของระบบหัวใจและหลอดเลือด)ลดลงประมาณ 10% ทุกๆ 10 ปี

- ระบบปอดและการหายใจ ความยืดหยุ่นและความสามารถในการแลกเปลี่ยนก๊าซลดลง ความแข็งแรงและทนทานของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการหายใจลดลง

- ความดันโลหิต มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตามวัย

- กล้ามเนื้อ กระดูกและข้อ มวลกล้ามเนื้อลดลง10%ในช่วงอายุ25-50ปี และลดลงมากถึง 50% เมื่ออายุเกิน 80 ปี ทำให้อ่อนแรงและล้าได้ง่ายเมื่อทำกิจกรรม และกระดูกบางลง ทำให้หักง่ายขึ้นความยืดหยุ่นและการเคลื่อนไหวของข้อต่อลดลง

- ระบบทางเดินอาหาร การบีบตัวของทางเดินอาหารลดลงท้องผูกได้ง่าย

- ระบบผิวหนัง ต่อมเหงื่อทำงานลดลง เนื่อเยื่อใต้ผิวหนังบางและขาดความยืดหยุ่นทำให้ผิวหนังแห้ง และมีริ้วรอย

- ระบบประสาท เลือดไปเลี้ยงสมองลดลง สายตาและการได้ยินมีการปรับเปลี่ยน

- ระบบภูมิคุ้มกัน ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายค่อยๆเสื่อม ทำให้ติดเชื้อง่ายและรุนแรงขึ้น

- ระบบทางเดินปัสสาวะ ไตทำงานลดลงปัญหาในการกลั้นปัสสาวะไม่อยู่เพิ่มขึ้น

- ระบบต่อมไร้ท่อ มีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนและสารคัดหลั่งรวมทั้งการตอบสนองของร่างกายไปในทางที่ลด/ช้าลง

เรื่องความฟิตร่างกายที่เปลี่ยนไปนี้ บางครั้งดูเหมือนจะเกิดขึ้นกะทันหันจนนึกไม่ถึงว่าจะเกิดขึ้นเพราะวัยอย่างเดียว เพื่อนสนิทของหมอคนหนึ่ง (ซึ่งเป็นหมอเหมือนกัน) โทรศัพท์มาหาหมอ หลังจากที่ไม่ได้เจอกันมาเกือบปี หลังจากทักทายกันครู่ใหญ่ เพื่อนก็เล่าให้ฟังว่า ที่โทรมาหาเพราะอยากให้ช่วยดูหน่อยว่าตัวเองจะออกกำลังได้มากน้อยแค่ไหน ซึ่งหมอก็สงสัยเป็นอย่างยิ่งเพราะเพื่อนคนนี้เป็นหมอที่แอคทีฟมาก เรียกว่าอยู่นิ่งไม่เป็น เดินดูคนไข้ตามวอร์ดต่างๆ ไม่เคยขึ้นลิฟท์ และยังออกกำลังกายเพิ่มเติมสม่ำเสมอ (แต่น้อยลงไปกว่าเดิมมาก ตากสัปดาห์ละ 3-4 วัน เป็นเหลือสัปดาห์ละวัน)

ชักไปชักมาก็ได้ความว่า เมื่อ 2 เดือนที่แล้วเพื่อนเดินขึ้นบันได 5 ชั้นอย่างรวดเร็ว ซึ่งตนเองจำได้ว่าปกติก็ทำอยู่บ่อยๆ (หมอค้านอยู่ในใจว่า ที่ว่าทำเป็นประจำน่ะ คงจะใช่แต่อาจจะนานมาแล้วกระมัง) แต่หนนี้ปรากฏว่าเหงื่อแตกพลั่กต้องหยุดยืนหอบตรงบันไดอยู่หลายนาทีกว่าจะเดินไปดูคนไข้ต่อได้

เอาละสิ ด้วยความรู้ที่มีก็ทำให้เกิดความวิตกกังวลว่า ที่ตัวเองเหนื่อยนั่นเป็นเพราะมีโรคหัวใจแอบซ่อนอยู่หรือเปล่า เพราะไม่เคยเช็คร่างกายเลย แถมยุก็เข้าใกล้เลข 40 อยู่รอมร่อแล้ว จึงไปตรวจเช็คร่างกายขนานใหญ่ค้นหาสาเหตุต่างๆที่ทำให้เหนื่อยได้ (ขอเน้นว่าขนานใหญ่จริงๆ เพราะทำทุกอย่างเท่าที่การแพทย์ปัจจุบันพึงกระทำได้) ผลออกมาว่านอกจากจะมีคอเลสเตอรอลสูงนิดหน่อยแล้วร่างกายและหัวใจยังอยู่ในเกณฑ์ดี

แต่เพื่อนก็ยังกังวลใจไม่หาย ไม่กล้าไปออกกำลังกายเพราะกลัวความเหนื่อยที่ยังหาสาเหตุไม่ได้แน่ชัด แต่ก็เหมือนมีอุปาทาน (หรือเปล่า?) ว่าทำอะไรก็เหนื่อยกว่าเดิมไปหมด

หมอจึงจับเพื่อนมาเข้าคอร์สออกกำลังกาย ซึ่งก็บอกได้เลยว่า สาเหตุของอาการเหนื่อยที่เกิดขึ้นและหาสาเหตุไม่เจอ (ขอเน้นว่าอาการเหนื่อยที่ผิดปกติอย่างนี้ ต้องพบแพทย์เพื่อหาสาเหตุร้ายแรงที่อาจเป็นไปได้ก่อนเสมอ) นั้น เป็นเพราะความไม่ฟิตของร่างกาย*

นี่ขนาดว่าเพื่อนคนนี้เป็นคนที่มีกิจกรรมทางกายมากกว่าคนทั่วไปโดยเฉลี่ยแล้ว อายุที่มากขึ้นยังทำให้ความฟิตลดลงไปได้ขนาดนี้ ลองนึกถึงคนที่วันๆแทบไม่ได้ขยับเขยื้อนร่างกายดูสิว่าความฟิตจะลดลงไปมากขนาดไหน

*การบอกว่าร่างกายฟิตสมวัยหรือไม่นั้นมีหลายวิธี วิธีที่หนึ่งก็คือการดูชีพจรในขณะพักหลังจากหยุดออกกำลังกายแบบแอโรบิกทันที ว่าภายใน 1 นาทีหลังจากหยุดออกกำลังกายแล้ว ชีพจรเต้นช้าลงมาแค่ไหนเมื่อเทียบกับตอนออกกำลังกายเหนื่อยสุด

เรื่องโดย แพทย์หญิงปิยะนุช รักพาณิชย์ สถาบันหัวใจเพอร์เฟคฮาร์ท

 

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

เลือดใส เลือดข้น หรือเลือดจาง
โรคหัวใจกับการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
กาลเวลาที่เปลี่ยนไป
Diabetic Foot
Putting your heart to test
Food is medicine (Part I)


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

2,831 comments on “บางอย่างที่เปลี่ยนไปเมื่อวัยใกล้เลข 3

  1. Pingback: vuelosdelalma.blogspot.com/2013/11/kampung-inggris-pare-kediri.html

  2. Pingback: The glades condo

  3. Pingback: obat kemaluan bernanah

  4. Pingback: Workplace ESL Classes

  5. Pingback: Atlanta Commercial Kitchen Repair

  6. Pingback: Pranks