Skip to content

สองเกลอหัวแข็ง: เบาหวาน ความดันโลหิตสูง

December 6th, 2013

Webmaster

สองเกลอหัวแข็งเบาหวาน ความดันโลหิตสูง

ทั้งเบาหวานและความดันโลหิตสูง เป็นโรคที่พบได้บ่อยขึ้นเมื่ออายุมากขึ้น ทั้ง 2 มีความเกี่ยวเนื่องกัน เรียกว่าพบได้บ่อยๆที่มีทั้งโรคเบาหวานและความดันโลหิตสูงในคนๆเดียว ใครที่มีทั้งสองเกลอนี้อยู่ โอกาสที่จะเป็นโรคหัวใจ โรคไต โรคหลอดเลือดในสมองก็จะเพิ่มขึ้น

เบาหวาน คือโรคที่มีความผิดปกติของฮอร์โมนอินซูลินที่ผลิตจากเซลล์ในตับอ่อน ซึ่งมีหน้าที่ในการนำน้ำตาลที่ได้จากการรับประทานอาหารไปใช้ตามเซลล์ต่างๆในร่างกาย ความผิดปกติที่ว่านี้คือร่างกายผลิตอินซูลินได้น้อยลง หรือเกิดภาวะดื้อต่ออินซูลิน คืออินซูลินทำหน้าที่ได้ไม่ดีเหมือนเดิม ทำให้เกิดปัญหาคือน้ำตาลอยู่ในเลือดมากขึ้น กลายเป็นภาวะที่เรียกว่า เบาหวาน ซึ่งทราบได้จากการตรวจเลือดหลังอดอาหาร 8-12 ชั่วโมงแล้วพบว่ามีปริมาณน้ำตาลมากกว่า 126 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์

อาการเบื้องต้นที่สังเกตได้เองของเบาหวานคือปัสสาวะบ่อย หิวน้ำบ่อย กินบ่อย แต่น้ำหนักลด เพราะน้ำตาลไม่สามารถนำไปใช้ได้ ถูกขับออกมากับปัสสาวะหมด

โรคเบาหวานถ้าไม่รักษา ในที่สุดร่างกายจะไม่สามารถนำน้ำตาลไปใช้ได้เลยทำให้เกิดภาวะเลือดเป็นกรด ช็อค และอันตรายถึงชีวิตได้ ส่วนการรักษานั้นหลักการก็คือทำอย่างไรให้อินซูลินหลั่งได้มากขึ้นหรือทำให้อินซูลินทำงานได้ดีขึ้น ในระยะยาวยังเป็นการป้องกันไม่ให้เกิดภาวะแทรกซ้อนต่างๆจากเบาหวาน ซึ่งมีผลกระทบไปทั่วร่างกายตามระบบประสาท และหลอดเลือดทั่วตัว เช่นไต สมอง ตา ระบบประสาทและหลอดเลือดส่วนปลาย คนไข้เบาหวานครึ่งหนึ่งเสียชีวิตด้วยโรคหัวใจ เป็นสองโรคที่เกิดควบคู่ไปด้วยกัน จนสมัยนี้เรียกว่าใครเป็นเบาหวานก็ถือว่าเป็นโรคหัวใจด้วย

การรักษาโรคเบาหวานนอกจากการใช้ยาแล้ว สิ่งที่สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันคือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในการดำเนินชีวิต ทั้งเรื่องการรับประทานอาหารอย่างถูกต้องและการออกกำลังกาย

การออกกำลังกายมีประโยชน์ในการรักษาเบาหวานตรงที่

เวลาที่เราออกกำลังกาย ร่างกายจะมีการนำน้ำตาลในเลือดไปใช้มากขึ้น คนที่ไม่ได้เป็นเบาหวานการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันโรคนี้ได้ถึงร้อยละ 50 เพราะเวลาเราออกกำลังก็เหมือนกับมีตัวช่วยดึงน้ำตาลไปใช้มากขึ้น นอกจากนี้การออกกำลังยังมีผลกับเซลล์กล้ามเนื้อซึ่งเมื่อรวมทั้งตัวแล้วถือว่าเป็นอวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในการนำน้ำตาลไปใช้ ขณะเดียวกันถ้าเป็นเบาหวานแล้ว การออกกำลังที่พอเหมาะ (ขอเน้นว่าพอเหมาะ เพราะออกกำลังมากไปก็ไม่ดีกับคนเป็นเบาหวาน) ก็จะทำให้กล้ามเนื้อดึงน้ำตาลไปใช้ได้มากขึ้น ภาวะดื้อต่ออินซูลินก็จะลดน้อยลง หมายความว่าอินซูลินปริมาณเท่าเดิมแต่สามารถทำงานได้ดีขึ้น

การออกกำลังกายช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน ความจริงไม่ใช่คนไข้ทุกคนจะน้ำหนักเยอะ แต่สำหรับคนที่น้ำหนักเยอะมีเซลล์ไขมันมากจะทำให้การควบคุมน้ำตาลทำได้ยากขึ้น เพราะเซลล์ไขมันไม่ได้ใช้พลังงาน การควบคุมคือลดน้ำหนัก และเพิ่มปริมาณกล้ามเนื้อให้ได้ จะทำให้การทำงานของระบบเผาผลาญในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น

การออกกำลังยังมีประโยชน์ต่อผลเกี่ยวเนื่องจากโรคเบาหวาน คือทำให้หัวใจแข็งแรง ป้องกันโรคหัวใจ และช่วยป้องกันความดันโลหิตสูง

การออกกำลังในคนไข้เบาหวาน

คนไข้เบาหวานทุกคนควรปรึกษาแพทย์และตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยสายพานก่อนเริ่มออกกำลังกายที่หนักกว่าการเดินธรรมดา ทั้งนี้เพราะผู้ที่เป็นเบาหวานจัดว่ามีความเสี่ยงในขณะออกกำลังกายเหมือนผู้ที่เป็นโรคหัวใจเลยทีเดียวเรียกว่าเมื่อเริ่มออกกำลังกายควรเริ่มภายใต้การดูแลของแพทย์และบุคลากรฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ มีการติดตามดูแลกันอย่างใกล้ชิด แต่ถ้าปฏิบัติตามหลักที่ดีที่สุดไม่ได้ อาจจะเริ่มออกกำลังกายด้วยตนเองเบาๆ เน้นที่เวลาไม่เน้นว่าเหงื่อต้องออก

หลักการเหมือนการออกกำลังทั่วไป ประกอบด้วย 4 แบบคือ การออกกำลังแบบแอโรบิก การออกกำลังแบบมีแรงต้าน การยืดคลายกล้ามเนื้อ และฝึกการทรงตัว ต้องมีการวอร์มอัพคูลดาวน์ และควรออกกำลังในระดับเบาถึงปานกลาง (ไม่เกินความเหนื่อยระดับที่เดินเร็วๆ) อย่างน้อยวันละ 20 นาทีขึ้นไป โดยค่อยๆเริ่มเช่นถ้าเดินได้ 10 นาทีก็ 10 นาทีแล้วพักแล้วจึงเดินต่อเท่าที่ทำได้ แต่มีข้อควรระวังเพิ่มเติมในคนไข้เบาหวาน คือ

  • คนไข้เบาหวานจะมีการทำงานของระบบประสาทอัตโนมัติบกพร่อง  เช่นระบบควบคุมการเต้นของหัวใจ และระบบควบคุมความดันจะเปลี่ยนแปลงไป บางคนปลายเส้นประสาทชา ไม่ใช่แค่ปลายมือปลายเท้า แต่ระบบประสาทรับความรู้สึกทั่วตัวจะเสีย เช่น เราพบว่าคนไข้เบาหวานที่เป็นโรคหัวใจน้อยกว่าครึ่งจะรู้สึกเจ็บหน้าอก เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องสำคัญทีเดียว บางคนไปออกกำลังโดยไม่มีอาการเจ็บทั้งที่หัวใจขาดเลือดไปแล้ว หรือบางทีจับชีพจรดูก็เต้นไม่เพิ่มเท่าไรก็ยิ่งออกกำลังใหญ่เลย แต่ความจริงเป็นเพราะระบบควบคุมการเต้นของหัวใจเสียไปแล้วจึงต้องรู้จักสังเกตอาการอื่นแทน เช่น ระดับความเหนื่อย พยายามอย่าให้เกินระดับเหนื่อยปานกลางเท่าๆกับเวลาเดินเร็ว คือขณะออกกำลังกายยังพูดคุยกับคนข้างๆได้
  • คนไข้เบาหวานจะมีระดับน้ำตาลในเลือดทั้งสูงและต่ำ คนที่น้ำตาลในเลือดสูงเกินไปคือวัดได้เกินกว่า 250 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ควรควบคุมน้ำตาลให้ได้ก่อนไปออกกำลังกาย ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดการช็อคได้ ขณะเดียวกันถ้ามีระดับน้ำตาลในเลือดลดต่ำลงจนเหลือน้อยกว่า 100 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ก่อนออกกำลังกายจะเสี่ยงต่อภาวะน้ำตาลต่ำ ควรต้องชดเชยน้ำตาล (ดูการชดเชยน้ำตาลในเรื่องภาวะน้ำตาลต่ำ) เสียก่อนถึงเริ่มออกกำลังกายได้

คนไข้เบาหวานจึงควรปรึกษาแพทย์ก่อนออกกำลังกาย เพราะภาวะแทรกซ้อนเยอะ อาจต้องมีการเจาะเลือดวัดระดับน้ำตาลทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย เพื่อดูว่าระดับน้ำตาลเท่าไรจะได้ปรับชดเชยน้ำตาลระหว่างนั้นได้ถูกต้องเหมาะสมโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไข้ที่ได้รับอินซูลิน

อีกข้อที่สำคัญมากสำหรับคนเป็นเบาหวานคือ รองเท้า เพราะการออกกำลังอาจกระตุ้นให้มีการบาดเจ็บที่เท้าได้ หากเป็นแผลโดยคนไข้ไม่รู้สึกเจ็บก็อาจทำให้เกิดการลามเป็นแผลใหญ่โตจนอาจถึงขั้นต้องตัดเท้าได้ ผู้ป่วยเบาหวานต้องดูแลทำความสะอาดเท้าทุกวัน ระวังอย่าให้มีการหมักหมมชื้นแฉะ  รองเท้าที่ใส่ต้องพอดีกับเท้า มีอุปกรณ์รองรับการกระแทก หากมีแผลอยู่แล้วก็ไม่ควรใส่รองเท้าแบบหุ้มปิดมิดชิด

    อาการน้ำตาลต่ำ

  • ส่วนมากจะมีอาการเหงื่อแตก ใจสั่น หน้าซีด อ่อนเปลี้ยเพลียแรง พูดจาเริ่มไม่ค่อยรู้เรื่อง หน้ามืดหรืออาจเป็นลมหมดสติได้ ถ้ามีอาการดังกล่าวควรหยุดออกกำลังกาย และทดสอบระดับน้ำตาลถ้าทำได้ ถ้าระดับน้ำตาลต่ำกว่า 70 มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ให้เลือกรับประทานอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้ (ในกรณีที่ไม่มีเครื่องวัดระดับน้ำตาลและเกิดอาการขณะที่ออกกำลังกายให้ชดเชยน้ำตาลก่อนได้)
  • น้ำตาลก้อน 2-3 ก้อน
  • น้ำผลไม้ ½ ถ้วย (ประมาณ 120 มิลลิลิตร)
  • เครื่องดื่มที่ไม่ควบคุมความหวาน เช่น น้ำแดง น้ำอัดลม (ที่ไม่ได้ใช้สารเพิ่มความหวาน) ½ ถ้วย
  • นม 1 ถ้วย (ประมาณ 240 มิลลิลิตร)
  • ลูกอม 5-6 เม็ด
  • น้ำผึ้งหรือน้ำตาล 1-2 ช้อนชา

หลังจากนั้น 15 นาทีควรตรวจวัดระดับน้ำตาลในเลือดอีกครั้ง ถ้ายังต่ำให้รับประทานเพิ่มได้ เพื่อความปลอดภัยในขณะที่ออกกำลังกายควรพกลูกอมหรือน้ำตาลก้อนเพื่อรักษาอาการน้ำตาลในเลือดต่ำ

คนไข้เบาหวานอาจเริ่มออกกำลังเองได้ง่ายๆด้วยการค่อยๆทำแบบน้อยๆก่อน เช่น เดิน 10-20 นาที ยกน้ำหนักเบาๆหรือออกกำลังกายแบบผสมผสานควรเตรียมน้ำตาลหรือลูกอมใส่กระเป๋าเอาไว้ เผื่อเกิดอาการน้ำตาลต่ำ ถ้าให้ดีควรมีป้ายชื่อบอกไว้ว่าเราเป็นเบาหวานให้เพื่อนหรือคนอื่นรู้ว่า ถ้ามีอาการให้หยิบน้ำตาลในกระเป๋าให้เรากิน อาการต่างๆก็จะดีขึ้น

ความดันโลหิตสูง

คุณณัฐ  เป็นโรคหัวใจตั้งแต่อายุยังน้อยและได้ทำบอลลูนขยายหลอดเลือดไปจนเมื่อสองปีที่แล้ว คุณณัฐถูกส่งมาหาหมอเพราะเจ้าตัวเกิดอาการเหนื่อยและแน่นหน้าอกทุกครั้งเวลาวิ่ง หมอหัวใจตรวจร่างกายทุกอย่างแล้วไม่เจออะไรขดลวดเคลือบยาที่ใส่ไว้ขยายหลอดเลือดก็ยังเป็นปกติดี จนเกิดคำถามว่าตกลงแล้วคุณณัฐเป็นอะไรกันแน่

ปกติแล้วคุณณัฐชอบออกกำลังด้วยการยิงปืน ที่ไม่ใช่แบบยืนยิง แต่เป็นยิงปืนในสนามคล้ายๆการเล่นเพนท์บอล ซึ่งต้องใช้พลังงานเยอะทีเดียว แต่เมื่อวิ่งแล้วเกิดอาการผิดปกติเขาจึงไม่กล้ากลับไปยิงปืนซึ่งเป็นกีฬาสุดโปรดอีก

หมอเลยต้องให้คุณณัฐมาเข้าโปรแกรมออกกำลังแล้วติดตามดูแลอย่างใกล้ชิด (หมายถึงมีบุคลากรทางการแพทย์ที่ฝึกมาทางด้านการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจและหลอดเลือดดูแลอย่างใกล้ชิดขณะออกกำลังกาย ร่วมกับการวัดความดันโลหิตระดับออกซิเจนในเลือดและติดคลื่นไฟฟ้าหัวใจขณะออกกำลังกาย) ปรากฏว่าสิ่งที่พบคือ ความดันโลหิตของคุณณัฐขึ้นสูงมากๆทั้งที่แค่เริ่มเดินไปได้นิดเดียวยังไม่ทันออกวิ่งด้วยซ้ำ ความดันจากปกติ (130/80)ขึ้นไปเป็น 180/100 มิลลิเมตรปรอท ซึ่งเวลาคุณณัฐมาตรวจที่โรงพยาบาลความดันโลหิตจะอยู่ในระดับปกติ หมอถึงได้บอกเสมอว่าการวัดระดับความดันแค่ครั้งเดียวไม่สามารถบอกอะไรได้แน่ชัด อาการของคุณณัฐที่ความดันพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็วแสดงว่าการออกกำลังแบบนี้หนักเกินไปสำหรับเขา ซึ่งคนไข้ไม่เคยรู้ตัวเลยว่าความดันพุ่งขึ้นขนาดนั้นแล้ว จนกระทั่งเกิดอาการไม่สบาย แน่นๆเจ็บๆที่หน้าอก ถ้าปล่อยให้ความดันโลหิตสูงมากๆอาจเกิดอันตราย ทำให้หลอดเลือดในสมองตีบหรือแตกได้

หมอจึงปรับการออกกำลังของคุณณัฐให้เบาลงกว่าเดิมเพื่อให้ร่างกายค่อยๆปรับระดับความดันอย่างเหมาะสม พร้อมกับจับคุณณัฐลดน้ำหนักลงจาก 100 กิโลกรัมเหลือ 93 กิโลกรัมในเวลา 3-4 เดือน (น้ำหนักที่ลดลงประมาณ 10 กิโลกรัมจะช่วยลดระดับความดันได้ 5-20 มิลลิเมตรปรอทเลยทีเดียว)

ขณะเดียวกันก็ต้องควบคุมอาหารที่รับประทานให้มีระดับเกลือโซเดียมน้อยกว่า 2,400 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งจะช่วยลดความดันได้ 2-8 มิลลิเมตรปรอท การกินอาหารแบบเน้นอาหารไขมันต่ำ ผัก ผลไม้ และธัญพืช จะลดความดันได้ 8-14 มิลลิเมตรปรอท ส่วนการออกกำลังสม่ำเสมอจะลดความดันได้ประมาณ 4-9มิลลิเมตรปรอท

ปริมาณที่ลดลงนี้อาจดูเหมือนน้อย แต่มีการศึกษาพบว่า ระดับความดันโลหิตที่ลดลง 3-4 มิลลิเมตรปรอทจะช่วยลดโอกาสเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจได้ร้อยละ 5-9 ลดโอกาสเกิดหลอดเลือดในสมองตีบหรือแตกได้ร้อยละ 8-14 และลดอัตราการเสียชีวิตโดยรวมจากระดับความดันที่ลดลงเพียงแค่นี้ได้ถึงร้อยละ 4

เพราะฉะนั้นการดูแลไลฟ์สไตล์ของคนไข้จะช่วยลดอันตรายจากความดันโลหิตสูงลงได้เยอะ

ในที่สุดคุณณัฐก็เริ่มรู้สึกดีขึ้น ร่างกายแข็งแรงขึ้นเรื่อยๆจนตอนท้ายก็สามารถกลับไปยิงปืนได้เหมือนเดิมแล้ว

เมื่อก่อนเราเคยเชื่อว่าความดันโลหิตสูงเป็นภาวะปกติที่เกิดเมื่ออายุมากขึ้นทำให้ปล่อยไปไม่จำเป็นต้องรักษา แต่จริงๆแล้วไม่ใช่ คำแนะนำล่าสุดบอกว่าทุกคนควรรักษาระดับความดันให้ต่ำกว่า 130/80 มิลลิเมตรปรอท ถ้าเป็นคนทั่วไปที่ยังไม่มีความดันโลหิตสูงควรควบคุมให้อยู่ในระดับ 120/80 มิลลิเมตรปรอท ได้ตลอดไปก็จะดี

การออกกำลังในคนไข้ความดันโลหิตสูง

การออกกำลังอย่างสม่ำเสมอช่วยป้องกันภาวะความดันโลหิตสูงได้ร้อยละ 30-50 ส่วนคนที่เป็นโรคนี้แล้วการออกกำลังจะช่วยให้สามารถควบคุมความดันโลหิตได้ดีขึ้น โดยควรออกกำลังให้ครบทั้ง 4 ประเภทคือ แอโรบิก ออกกำลังแบบมีแรงต้าน การยืดคลายกล้ามเนื้อ และฝึกการทรงตัว โดยเน้นเรื่องแอโรบิกเป็นหลัก อย่าลืมปฏิบัติตามหลักในการออกกำลังที่ถูกต้อง โดยออกกำลังขนาดเบาถึงปานกลาง อย่างน้อย 3-5 วันต่อสัปดาห์

แต่มีข้อจำกัดว่า ไม่แนะนำให้ออกกำลังแบบหนักมากเกินไป เพราะการออกกำลังกายที่หนักมากๆจะมีผลทำให้ความดันโลหิตเพิ่มสูงมากขึ้น ซึ่งไม่ดีต่อคนไข้ที่มีความดันโลหิตสูงอยู่แล้ว อันนี้จะต่างจากคนไข้เบาหวานที่ถ้าค่อยๆฝึกก็ยังพอไปได้ แต่ในคนไข้ความดันสูงไม่ควรออกกำลังแบบหนักมากโดยสิ้นเชิง

คนที่มีภาวะความดันโลหิตสูง หลอดเลือดจะแข็งไม่มีความยืดหยุ่นเวลาที่หัวใจบีบเลือดส่งมา แทนที่หลอดเลือดจะบีบตัวรับก็กลับแข็งทื่อเหมือนท่อแข็งๆ ความดันจึงสูงขึ้นตามแรงกระแทกของเลือด การออกกำลังช่วยให้หลอดเลือดมีการขยายตัว เซลล์ผนังหลอดเลือดทำงานได้ดีมีความยืดหยุ่นมากขึ้น ระบบไหลเวียนของเลือดมีการใช้งานตลอดเวลาทำให้หัวใจแข็งแรง เลือดไหลกลับสู่หัวใจได้ดี และหลอดเลือดส่วนปลายก็ขยายมากขึ้น  ขณะเดียวกันกล้ามเนื้อส่วนต่างๆก็สามารถดึงเอาออกซิเจนจากกระแสเลือดไปใช้ได้มากขึ้นด้วย

ข้อควรระวังในคนไข้ที่เป็นความดันโลหิตสูง

  • ถ้ามีความดันโลหิตสูงมาก ควรปรึกษาแพทย์ก่อน หากเป็นไปได้ระหว่างออกกำลังควรมีการมอนิเตอร์ดูความดันโลหิตที่เพิ่มขึ้นในขณะที่ออกกำลังกายสักครั้งก็จะดี
  • ไม่ควรออกกำลังกายถ้าความดันโลหิตขณะพักสูงกว่า 160/100 มิลลิเมตรปรอทควรพบแพทย์และควบคุมระดับความดันโลหิตให้ได้เสียก่อนที่จะเริ่มไปออกกำลังกาย
  • ถ้ารับประทานยาลดความดันโลหิตอยู่ หลังจากออกกำลังกายแล้ว ระดับความดันโลหิตอาจจะลดลงมากจนอาจจะมีอาการเวียนศีรษะได้ ควรวัดระดับความดันโลหิตดูถ้าทำได้ การชดเชยน้ำให้พอเพียงในระหว่างการออกกำลังกายจะช่วยได้บ้าง ถ้าออกกำลังกายต่อเนื่องมานานและความดันโลหิตขณะพักเริ่มลดลง (ซึ่งเป็นผลดีจากการออกกำลังกาย) และมีอาการมึนงง เวียนศีรษะขณะเปลี่ยนท่าทาง ควรปรึกษาแพทย์เพราะความดันโลหิตอาจจะต่ำเกินไป แพทย์อาจจะพิจารณาปรับยารักษาความดันโลหิต

เรื่องโดย แพทย์หญิงปิยะนุช  รักพาณิชย์

บทความที่เกี่ยวข้อง

Life really is a bowl of cherries
เมื่อหมอหัวใจ...ให้คนไข้ไปนวด
ฝึกจิต ออกกำลัง
Uncertainty is certainty
เด็กอ้วนเสี่ยงเกิดความดันโลหิตสูง(blog)
Heart and Nuts


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

4,010 comments on “สองเกลอหัวแข็ง: เบาหวาน ความดันโลหิตสูง

  1. Pingback: Air Quality Monitoring

  2. Pingback: پنجره دوجداره ویستابست

  3. Pingback: Facial Spa Services Oakland Park

  4. Pingback: Facial Spa Services Tamarac

  5. Pingback: Acne Facial Treatments Coral Springs

  6. Pingback: Facial Spa Services Weston

  7. Pingback: handmade pottery gifts

  8. Pingback: situs alternatif sbobet

  9. Pingback: فروش توری

  10. Pingback: sexy