Skip to content

ยาอะไร

March 31st, 2014

Webmaster

IMG_5723

ผมได้มีโอกาสเข้าร่วมประชุมนานาชาติที่ทวีปยุโรป เรื่อง “การแข็งตัวของหลอดเลือดและการเกิดลิ่มเลือด (Atherothrombosis)”  โดยการสนับสนุนของบริษัทยาที่ผลิตยาป้องกันการเกาะตัวของเกร็ดเลือด การที่เกร็ดเลือดมีความสำคัญต่อหัวใจเพราะในปัจจุบันนี้ เราทราบกันว่าภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน  ภาวะหลอดเลือดในสมองอุดตัน (ทำให้เกิดอัมพาตหรืออัมพฤกษ์) รวมทั้งภาวะหลอดเลือดส่วนปลายอุดตัน  เช่น ในคนที่มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อบริเวณน่องจากการเดิน (หรือในรายที่เป็นมาก การอุดตันของหลอดเลือดส่วนปลายอาจทำให้โดนตัดขา)  เกิดจากกระบวนการที่คล้ายกัน คือ เกิดจากการที่หลอดเลือดที่เลี้ยงหัวใจ  สมอง หรือขาถูกอุดตันโดยลิ่มเลือด

สำหรับคนที่ไม่รู้จักว่า ลิ่มเลือดคืออะไรนั้นขออธิบายคร่าวๆ ว่า ลิ่มเลือด ก็คือ เลือดที่เกิดการแข็งตัวจับเป็นก้อนซึ่งโดยปกติเลือดที่อยู่ในร่างกายจะไหลหมุนเวียนอยู่ในระบบหลอดเลือดซึ่งเปรียบเสมือนท่อน้ำ เลือดก็เหมือนของเหลวลักษณะเหมือนน้ำที่ไหลอยู่ในท่อ  การเกิดลิ่มเลือดนี้เป็นระบบป้องกันตัวเองของมนุษย์ที่เมื่อเกิดอุบัติเหตุมีการฉีกขาดของหลอดเลือดจะมีเลือดเร็ดรอดออกมาอยู่นอกระบบไหลเวียนของหลอดเลือดเหมือนท่อน้ำที่แตก มีน้ำรั่วออกมาอยู่นอกท่อ

เลือดของมนุษย์มีสารละลายอยู่หลายประเภทร่วมกับเซลล์บางชนิด เช่น เกร็ดเลือดซึ่งจะทำปฏิกิริยากับหลอดเลือดที่แตกรวมตัวกันเกิดเป็นลิ่มเลือด เพื่ออุดรอยรั่วหรือรอยแตก ป้องกันไม่ให้มีเลือดหลุดเล็ดลอดออกนอกหลอดเลือดไปได้  ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดๆ คือ แผลตามผิวหนังเมื่อทิ้งไว้ไม่นานนักจะเกิดลิ่มเลือดเกาะอยู่บนแผลเหล่านั้น และเกิดแข็งตัวเป็นลิ่มทำให้เลือดหยุดไหวและต่อไปกลายเป็นสะเก็ดในที่สุด

ร่างกายของคนเราเกิดมีการเสียหายฉีกขาดของหลอดเลือดอยู่ตลอดเวลา แต่ร่างกายจะมีระบบซ่อมแซมไม่ให้ร่างกายเสียเลือดออกไปจากหลอดเลือด แต่ในทางตรงกันข้ามก็ยังมีมีกระบวนอีกกระบวนการหนึ่งเพื่อคอยละลายหรือตรวจสอบลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นไม่ให้เกิดมากเกินไปจนอุดตันหลอดเลือด ทำให้เลือดไม่สามารถไหลเวียนหรือไหลผ่านหลอดเลือดนั้นได้

หลอดเลือดของผู้ป่วยที่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน อัมพาต / อัมพฤกษ์และหลอดเลือดแดงส่วนปลายอุดตันนั้น ความสมดุลที่เคยมีอยู่ของการละลายลิ่มเลือดและการเกิดลิ่มเลือดเสียไปเพราะภาวะแข็งตัวของหลอดเลือดจากคราบไขมันและหินปูนที่เกาะฉาบติดอยู่บริเวณภายในหลอดเลือด เมื่อคราบเหล่านี้แตกออกหรือหลุดร่อนก็จะทำให้มีลิ่มเลือดมาเกาะภายในบริเวณนั้น  แล้วเกิดการอุดตันของหลอดเลือดตามมาเพราะขบวนการที่จะละลายลิ่มเลือดมีไม่มากพอที่จะละลายลิ่มเลือดที่เกิดขึ้นมากกว่าได้

เราไม่ทราบสาเหตุที่แน่ชัดว่า ทำไมคราบไขมันที่เกาะอยู่ภายในหลอดเลือดถึงแตกออก  มีหลักฐานพอที่จะสันนิษฐานให้คิดว่าอาจเกิดจากการอักเสบของหลอดเลือดบริเวณดังกล่าว  แต่อย่างไรก็ดีสาเหตุที่เกิดการอักเสบขึ้นยังไม่กระจ่างชัดว่าเป็นเพราะเหตุใด จากการประชุมที่ได้เข้าร่วมประชุมในครั้งนั้น ได้มีผู้เสนอข้อมูลบางอย่างที่ชี้ให้เห็นตัวเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างการเกิดลิ่มเลือด  การแข็งตัวของหลอดเลือด  การอักเสบของหลอดเลือด และปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ของการเกิดการแข็งตัวของหลอดเลือด  เช่น ภาวะไขมันในเลือดสูง  การสูบบุหรี่  เบาหวานและความดันโลหิตสูง

ที่น่าสนใจก็คือ  เรื่องการใช้ยาลดระดับไขมันในเลือด  ซึ่งเดิมเราคิดว่า ยาดังกล่าวรักษาภาวะแข็งตัวของหลอดเลือด และป้องกันการอุดตันของหลอดเลือดจากการที่ไปลดระดับไขมันในเลือดลงสู่ภาวะปกตินั้น แต่จริงๆ แล้วยากลุ่มดังกล่าวมีผลลดภาวะอักเสบของหลอดเลือดที่เกิดขึ้นด้วย จึงทำให้ผู้ที่ได้ยาดังกล่าวมีความเสี่ยงต่อการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดลดลงมากกว่าที่คาดคิด

อันนี้ทำให้นึกถึงว่าในปัจจุบันมียาหลายประเภทที่โดยทั่วๆ ไป เราใช้รักษาภาวะหนึ่งแต่กลับมีผลดีต่อร่างกายอย่างอื่น ในขณะที่บางครั้งก็เกิดผลเสีย เช่น อาการข้างเคียงหรือภาวะแพ้ยา  ตัวอย่างเช่น  ยาแอสไพริน เมื่อแรกที่เราใช้กันนั้นเราใช้เป็นยาแก้ปวด  ต่อมาเรารู้ว่า แอสไพรินทำให้เกิดภาวะเลือดออกในทางเดินอาหาร จึงรู้ว่ายาแอสไพรินนั้นมีฤทธิ์ต้านเกร็ดเลือดสามาถป้องกันการก่อตัวของเกร็ดเลือดและการเกิดลิ่มเลือดได้ จึงได้ใช้ยาแอสไพรินในผู้ป่วยที่มีภาวะแข็งตัวของหลอดเลือดป้องกันมิให้เกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด  นอกจากนี้ยาลดความดันบางชนิดปัจจุบันนี้ เราทราบว่าสามารถช่วยลดภาวะการแข็งตัวของหลอดเลือดได้อีกด้วย

สมัยนี้ผู้ป่วยมีความรู้มากขึ้น ถ้าสังเกตตามซองหรือภาชนะที่ใส่ยาจะเห็นชื่อยาและบางแห่งเขียนระบุ ข้อบ่งชี้การใช้ยาดังกล่าวไว้ด้วย ซึ่งเรื่องนี้เป็นข้อดีที่ทำให้ผู้ป่วยที่รับประทานยานั้นๆ ได้ทราบว่าใช้ยาดังกล่าวเพื่ออะไร แต่แพทย์ที่จ่ายยาก็ควรอธิบายรายละเอียดของยาที่ให้ผู้ป่วยทุกชนิดด้วยตัวเองว่า ให้ยาดังกล่าวเพราะอะไร และหวังผลรักษาภาวะใดรวมทั้งอาการข้างเคียงและผลเสียของยาที่อาจจะเกิดขึ้นให้ผู้ป่วยทราบด้วย  ในขณะที่ควรระวัง คือ ข้อบ่งชี้ที่ระบุบนซองยานั้นเป็นข้อบ่งชี้ทั่วๆ ไป  เช่น ยาแอสไพริน จะระบุว่าเป็นยาแก้ปวด แต่ส่วนมากแพทย์โรคหัวใจมักจะให้ยาแอสไพรินขนาดเด็ก (แก่ผู้ป่วยผู้ใหญ่)  เพื่อป้องกันภาวะลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือด หรือในรายที่แพ้ยาแอสไพรินก็จะให้ยาซุปเปอร์แอสไพริน (ซึ่งราคาเม็ดละหนึ่งร้อยกว่าบาท)  ยิ่งไปกว่านั้นยาทั้งสอง นอกจากจะป้องกันเกร็ดเลือดเกาะตัวแล้ว ยังอาจจะสามารถลดภาวะอักเสบของหลอดเลือดได้ด้วย

วันก่อนมีผู้หญิงอายุ 60 กว่าปี มาพบเพื่อขอตรวจว่ามีปัญหาทางหัวใจหรือไม่  แต่ก่อนหน้าที่จะมาพบกันครั้งนี้  ผู้ป่วยคนดังกล่าวไม่เคยมีอาการทางโรคหัวใจเลยเป็นคนที่ค่อนข้างแข็งแรง เดินออกกำลังกายเป็นประจำอาทิตย์ละ 4-5 ครั้งๆ ละ ½ ชั่วโมงเศษ ชอบทำสวนทำงานบ้านเองเป็นประจำโดยไม่มีอาการเหนื่อยหอบ หรือแน่นหน้าอกแต่อย่างใด  แต่สิ่งที่น่าเป็นกังวลในผู้ป่วยคนนี้ คือ  มีภาวะปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดแข็งหรือโรคหลอดเลือดหัวใจตีบอยู่หลายอย่าง คือ มีภาวะไขมันในเลือดสูงถึง 400 กว่ามาหลายปีแล้ว และยังเป็นเบาหวานร่วมกับภาวะความดันโลหิตสูง  นอกจากนี้ยังมีประวัติของคนในครอบครัวซึ่งเสียชีวิตจากกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน คือ ทั้งบิดาและมารดาเสียชีวิตกระทันหันในช่วงอายุ 50 ปีเศษๆ ทั้งคู่    ผู้ป่วยไม่มีประจำเดือนมา 10 กว่าปีแล้ว แต่การตรวจร่างกายไม่พบว่าผิดปกติแต่อย่างใด ผมจึงได้ให้คำแนะนำเรื่องการปฏิบัติตัว คือ การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควบคุมน้ำหนักตัว และการลดอาหารไขมันจากสัตว์ทุกประเภทเพื่อลดระดับไขมันให้ต่ำลงจนปกติและแนะนำให้ดื่มน้ำมากๆ เป็นประจำอยู่เสมอ พร้อมทั้งให้ยา baby aspirin วันละ 1 เม็ด เนื่องจากผู้ป่วยได้รับยาควบคุมความดันโลหิต  เบาหวาน ระดับไขมันอยู่แล้วโดยนอกจากประโยชน์ของยาที่อาจจะป้องกันการเกิดลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดหัวใจสำหรับคนที่มีความเสี่ยงหลายอย่าง

หลังจากนั้นอีก 2 เดือนผู้ป่วยได้กลับมาพบผมอีกครั้งหนึ่งก็พบว่ายังไม่มีอาการผิดปกติแต่อย่างใด แต่น้ำหนักตัวลดลงไปประมาณ 3 กิโลกรัม ระดับไขมันในเลือดอยู่ในเกณฑ์ปกติรวมทั้งความดันโลหิตซึ่งก็อยู่ในระดับปกติ เนื่องจากผู้ป่วยได้ออกกำลังกายมากขึ้นและงดอาหารไขมันจากสัตว์ทุกประเภทแต่ผู้ป่วยสารภาพว่า ไม่ได้รับประทานยา baby aspirin ซึ่งให้ไปเพราะคิดว่าได้ยาผิดกลับบ้าน  หลังจากที่อ่านซองยาพบว่าเป็นยาลดไข้สำหรับเด็ก

……..ยังดีที่เธอไม่ได้นำยาไปให้ลูกรับประทานเวลามีไข้!!!!!…

 

นิธิ  มหานนท์

บทความที่เกี่ยวข้อง

หัวใจสัญจร (๑)
Angina and Heart Disease
Integrative Cardiology…has a lot of Tender & L...
การให้ฮอร์โมนส์ทดแทนแก่ผู้หญิงเมื่อหมดประจำเดือนช่...
Love your legs
ใจหญิง


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.