Skip to content

ที่สุดของหัวใจ

April 8th, 2014

Webmaster

ที่สุดของหัวใจ

ที่สุดของหัวใจทุกคน คือ  ใจหยุดเต้นหรือหยุดทำงานนั่นเอง เมื่อถึงเวลานั้นคนที่เป็นเจ้าของคงไม่สามารถรู้สึกได้ว่าตอนที่ถึงที่สุดของหัวใจนั้นเป็นความสุขหรือทุกข์  การที่จะไปถึงที่สุดของหัวใจนี้บางคนก็ค่อยๆ ไปถึง อย่างช้าๆ  เช่น ในคนที่มีโรคต่างๆ แล้วในที่สุดหัวใจค่อยๆ ทำงานน้อยลงๆ จนหยุดในที่สุด ไม่ว่าจะเป็นโรคอะไรก็ตามท้ายที่สุดเมื่อสังขารทนไม่ไหวต่อโรคนั้นๆ หัวใจก็จะหยุดทำงาน  ในสมัยก่อนเวลาแพทย์ต้องเขียนมรณะบัตร ไม่ว่าคนไข้จะเป็นโรคอะไรก็ตามมักจะเขียนลงไปอย่างง่ายๆ ว่า ตายจากโรคหัวใจทั้งสิ้น ถึงแม้ว่าคนไข้เหล่านั้นจะตั้งต้นเป็นโรคมะเร็งหรือปอดบวมหรือโรคติดเชื้อ!!!..

อย่างไรก็ดีการเสียชีวิตจากโรคหัวใจมีลักษณะที่จำเพาะของตัวเอง คือ มักจะเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันกระทันหัน เช่น คนเป็นลมเสียชีวิตนั้นส่วนใหญ่แล้วน่าจะเป็นการเสียชีวิตซึ่งมีสาเหตุมาจากโรคหัวใจแทบทั้งสิ้น

เพราะโรคอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นโรคอัมพาต อัมพฤกษ์ที่มีเส้นเลือดในสมองอุดตันเฉียบพลันก็ไม่ทำให้คนเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว  มีลักษณะเป็นลมเสียชีวิตแบบปุบปับ เช่น โรคหัวใจ จะมีก็โรคพิษ (ลูก) ตะกั่ว และอุบัติเหตุเท่านั้นที่ทำให้คนตาย (โหง) กระทันหันได้

เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญเนื่องจากว่าใครก็ตามที่มีประวัติว่า มีญาติที่เสียชีวิตกระทันหัน หรือเป็นลมเสียชีวิตนั้นน่าจะนึกว่าเป็นเรื่องโรคหัวใจ และการที่มีประวัตินี้ก็บ่งว่าคนนั้นๆ มีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบตันและเสียชีวิตกระทันหันสูงกว่าคนทั่วๆ ไปถึง 4 – 5 เท่า!!!

คนที่มีประวัติบุคคลในครอบครัวเป็นลมกระทันหันแล้วเสียชีวิตโดยเฉพาะญาติชั้นต้นซึ่งรวมพ่อ แม่ พี่น้องและลูก ควรที่จะพบแพทย์และได้รับการตรวจอย่างละเอียดว่า มีปัจจัยเสี่ยงจากโรคหัวใจอื่นๆ อีกหรือไม่ และถ้ามีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ของโรคหลอดเลือดหัวใจอีกตีบก็ควรได้รับการรักษาอย่างเข้มงวด!!  และดูแลตัวเองอย่างดีเยี่ยม

“ดีเยี่ยม” ในที่นี้หมายถึงหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยงจากการเกิดโรคหัวใจทั้งหลาย คือ ถ้าเป็นคนไม่สูบบุหรี่ก็พยายามอยู่ห่างๆ จากคนที่สูบบุหรี่และไม่เข้าไปในสถานที่ที่มีผู้สูบบุหรี่อยู่ โดยเฉพาะในห้องปรับอากาศที่ถ่ายเทไม่ดี ถ้าสูบบุหรี่ก็เลิกเสียและพยายามรักษาน้ำหนักตัวให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมซึ่งการดูว่า มีน้ำหนักตัวเหมาะสมหรือไม่ ดูได้จากมวลของร่างกายซึ่งควรจะอยู่ระหว่าง 18.5 – 23  ตัวเลขนี้จะคำนวณได้จากการที่เอาส่วนสูงของเราเป็นเมตรยกกำลังสองแล้วไปหารน้ำหนักของตัวเราเป็นกิโลกรัม  ถ้าใครได้ค่าเกิน 23 ก็ถือว่าน้ำหนักไป อีกวิธีหนึ่งคือ ดูรอบเอวเพราะรอบเอวนี้มีความสัมพันธ์กับความเสี่ยงของการเป็นโรคหัวใจค่อนข้างมาก  โดยที่ผู้หญิงที่มีรอบเอวมากกว่า 32 นิ้ว หรือผู้ชายที่มีรอบเอวมากกว่าถึง 36 นิ้วนั้น จะมีความเสี่ยงของการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจเฉียบพลันที่สูงพอๆ กับคนที่มีระดับไขมันในเลือดสูง

นอกจากการควบคุมน้ำหนักตัวแล้วทุกๆ คนที่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจควรดูแลรักษาตัวเองด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ โดยทำการออกกำลังให้ได้อย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 – 4 ครั้ง ครั้งหนึ่งประมาณ 20 – 30 นาที  เมื่อพูดถึงการออกกำลังกายแล้วต้องอธิบายว่า การออกกำลังกายที่ถูกต้องนั้นต้องประกอบด้วย 3 ส่วน

เรื่องแรก การยืดกล้ามเนื้อ (Stretching) ซึ่งผู้ที่ออกกำลังกายควรจะทำการยืดกล้ามเนื้อที่จะกำลังกายให้ครบทุกมัดเพื่อที่จะลดการบาดเจ็บ (injury) ที่อาจจะเกิดขึ้นต่อกล้ามเนื้อหรือเส้นเอ็นที่อาจเกิดหลังออกกำลังได้ หลังจากทำการยืดกล้ามเนื้อและเอ็นดังกล่าวแล้ว ก่อนทำการออกกำลังกาย ผู้ที่ออกกำลังกายทุกคนควรจะทำการอุ่นร่างกาย (warm up)  คือ ออกกำลังกายเบาๆ ก่อน เพื่อให้หัวใจเริ่มเต้นเร็วขึ้นทีละน้อยแล้วจึงทำการออกกำลังกายอย่างแอโรบิคซึ่งควรจะทำอยู่ไม่ต่ำกว่า 20 นาที

เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดกับปอด หลังจากการออกกำลังกายแบบแอโรบิคเสร็จแล้วสิ่งที่ควรทำอย่างยิ่ง ก็คือ การผ่อนร่างกาย (cool down)  คือ ค่อยๆ ลดการออกกำลังกายลงจนหัวใจเต้นช้าลงทีละเล็กทีละน้อยก่อนกลับสู่ภาวะปกติ และทำการยืดกล้ามเนื้อ  (stretching) อีกครั้งหนึ่ง ถ้าทำได้อย่างนี้แล้วการออกกำลังกายก็จะได้ประโยชน์ได้อย่างครบถ้วนและไม่เกิดอันตราย  อย่างเช่นตัวอย่างที่เคยมีประวัติผู้เสียชีวิตอย่างเฉียบพลันจากโรคหัวใจหลังจากการเล่นกีฬาหนักแล้วหยุดทันทีกลับมานั่งพักเฉยๆ ไม่มีการ cool down ที่ถูกต้อง

แต่การออกกำลังกายที่สมบูรณ์ทั้งร่างกายนั้นควรรวมถึงการออกกำลังเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยการยกน้ำหนักเบาๆ  1- 3 กิโลกรัม  ซึ่งไม่ใช่การเล่นกล้ามหรือเพาะกายเหมือนที่เห็นโดยทั่วไป เป็นเพียงแค่การเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแต่ละมัดเท่านั้น เรื่องการออกกำลังกายนี้ยังมีอีกยาวถ้ามีโอกาสในคราวหน้าจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งหนึ่ง สำหรับผู้ที่จะทำตามสมัยเชื่อผู้นำรัฐบาล จะเริ่มออกกำลังกายกัน ถ้าอายุมากกว่า 45 ปีแล้ว ไม่เคยออกกำลังมาก่อน ควรจะไปรับคำแนะนำจากผู้รู้เสียก่อน

ผมมีคนไข้ซึ่งครอบครัวพี่น้องผู้ชาย 4 – 5 ราย  มีโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหลายๆ ครอบครัว ได้รับการดูแลรักษากันอย่างต่อเนื่อง  และน้องๆ มักจะพบโรคนี้ได้เร็วกว่าทั้งที่มีอาการหรือไม่มีอาการมากนัก   ที่แปลกคือ ครอบครัวไหนที่ชอบออกกำลังกายก็จะทำกันทุกคน  ครอบครัวไหนที่เอาแต่ทำงานไม่ออกกำลังก็จะเป็นอย่างนั้นกันไปทุกคนในครอบครัว
มีคนไข้อีกหลายๆ คนที่มีหลอดเลือดตีบมากๆๆๆ สมควรได้รับการผ่าตัด แต่กลัวมากๆๆๆๆ เช่นกัน ไม่ยอมผ่าตัด ส่วนมากอายุ 70-80 ปีขึ้นไป (90 กว่าก็มี)  ผมจำใจต้องรักษาด้วยยาและการปฏิบัติตัวที่ถูกต้องจะเน้นเรื่องการออกกำลังกาย   คนไข้เหล่านี้จะปฏิบัติตัวตามคำแนะนำได้เป็นอย่างดี (เพราะกลัวตาย!!  ………ซึ่งคิดถูกเพราะหมอก็กลัวคนไข้ตายเหมือนกัน!!.)   และค่อยๆ มาเข้าโปรกแกรมการออกกำลังกายที่ถูกต้อง  หลายๆ คนอยู่มาได้หลายปีแล้ว  อาการดีขึ้นมาก (และยังไม่ตาย!!)

ผมจึงสรุปว่า  การออกกำลังกายที่ถูกต้องนั้นทำกันได้ ในทุกโรค………… ทุกวัน………… มียกเว้นอยู่ 2 โรคครับคือ       “ โรคขี้เกียจ  และโรคใจไม่ถึง!!!……………”

นิธิ มหานนท์

บทความที่เกี่ยวข้อง

หัวใจหล่นไปที่ตาตุ่ม
Red Rice
Pulmonary blood pressure
The no-nonsense way to ditch the fat
หลักในการออกกำลังกายที่ถูกต้อง
ประโยชน์หลากหลายจาก EECP


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.