Skip to content

นอก(หัว)ใจ

June 2nd, 2014

Webmaster

นอก(หัว)ใจ

เพราะว่าโรคหัวใจเป็นโรคที่พบได้บ่อยและมีคนพูดถึงมากขึ้น แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ มักจะสอนให้ความรู้แก่ประชาชนว่า โรคหัวใจเป็นโรคที่สามารถป้องกันได้ถ้าตรวจพบแต่เนิ่นๆ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง บางทีขู่ว่าบางโรคอาจจะไม่มีอาการเตือนล่วงหน้าเสียด้วย  แพทย์ทั้งหลายก็พยายามโฆษณาประชาสัมพันธ์ว่า โรคต่างๆ ถ้าตรวจพบแต่เนิ่นๆ จะรักษาได้ง่ายกว่า  จึงทำให้ทั้งคนไข้และคนดีมากมายที่ห่วงสุขภาพของตนเอง อยากตรวจเพื่อให้ทราบว่า เขาเหล่านั้นมีโอกาสหรือเป็นโรคหัวใจหรือโรคอื่นๆ อยู่หรือไม่  โรคหลายๆ โรคเป็นภัยเงียบ คือ ไม่มีอาการนำ เมื่อมีอาการปรากฏขึ้นก็อาจจะสายเกินแก้โรคเหล่านี้ได้  เช่น โรคไต หรือมะเร็ง เป็นต้น การที่แพทย์พยายามจะบอกให้ประชาชนทั้งหลายทราบว่า  โรคต่างๆ ถ้าพบแต่เนิ่นๆ แล้วทำให้รักษาง่ายขึ้น  ไม่แน่ว่า  จริงๆ แล้วโรคเหล่านั้นส่วนใหญ่แพทย์ไม่สามารถรักษาให้หายได้มากกว่า จึงต้องพูดออกตัวไว้ก่อน

ไม่นานมานี้ได้เกิดสาขาใหม่ในวงการแพทย์  คือ การตรวจร่างกาย Check up ประจำปี ทั้งนี้โดยมีนัยว่า เพื่อให้ตรวจพบโรคต่างๆ ที่แพทย์กลัวจะรักษาไม่หายนั้นเสียแต่เนิ่นๆ การตรวจ Check up ประจำปีนี้มีทั้งสถานพยาบาลของรัฐและเอกชนร่วมกับประชาสัมพันธ์ชักจูงให้ประชาชน (ลูกค้า) ซึ่งมีทั้งคนดีและผู้ป่วยรวมถึงคนที่ไม่คอยดีนัก (กำลังจะป่วย) หรือคนที่มีปัจจัยเสี่ยงและมีโอกาสเป็นโรคสูงให้ไปใช้โปรแกรมตรวจสุขภาพประจำปีเหล่านั้นอย่างมากมาย  โดยมีองค์กรของรัฐและบริษัทเอกชนให้การสนับสนุนให้การตรวจร่างกายประจำปีเหล่านั้นเป็นผลประโยชน์ของลูกจ้างของบริษัทที่พึงมี

ผมมักชอบชักชวนให้คนตรวจร่างกายและดูแลสุขภาพตัวเองสม่ำเสมอ   จึงได้รับคำถามอยู่เรื่อยว่า การตรวจร่างกายประจำปีนั้นคุ้มหรือไม่ ซึ่งเป็นคำถามที่ตอบยากมาก เพราะความคุ้มของแต่ละคนไม่เหมือนกัน เช่น ชายหนุ่มที่กำลังจีบสาวสวยสักคน  จะซื้อดอกกุหลาบช่อโตๆ ให้แพงเท่าไร ก็คงคุ้มถ้าสาวคนนั้นยอมรับข่อดอกไม้และพูดคุยด้วย  ในทางตรงกันข้ามผู้ชายส่วนใหญ่ (ไม่รวมผม) ที่แต่งงานมานานแล้วหลายปี เพียงแค่จะเดินไปหยิบน้ำเย็นๆ ให้ภรรยาสักแก้วก็อาจจะคิดว่า ไม่คุ้ม เพราะนอกจากเธอจะไม่พูดสักคำว่า ขอบคุณ แล้ว  ภรรยาอาจจะหาว่าเปลืองน้ำเปล่าๆ  ดังนั้นถ้าจะมีพิจารณาว่าคุ้มหรือไม่!!!

ในทางการแพทย์ต้องแยกคิดถึง 4 เรื่อง คือ 

เรื่องแรกต้องดูว่า   *   คนที่จะได้รับการตรวจมีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคแค่ไหน

ต่อไปต้องดูว่า        *   ราคาของการตรวจนั้นแพงหรือไม่ 

และ                          *   ความเสี่ยง และความแม่นยำของการตรวจเป็นอย่างไร  

ท้ายที่สุด                 *   มีสิ่งผิดปกติและจะนำไปสู่การรักษาหรือแก้ไขได้หรือไม่

ประการแรกในเรื่อง ของความเสี่ยงต่อการเป็นโรค จะมากแค่ไหนนั้นคงจะต้องดูเป็นรายๆ ไป  เช่น โรคหัวใจ ถ้ามีปัจจัยเสี่ยง  เช่น  สูบบุหรี่  มีความดันโลหิตสูง  เบาหวาน  ไขมันในเลือดสูง หรือมีประวัติครอบครัวที่มีคนเป็นโรคหัวใจแล้ว  คนเหล่านี้จะมีความเสี่ยงในการเป็นโรคหัวใจกว่าคนทั่วๆ ไปที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง  การตรวจประจำปีเพื่อหาภาวะเหล่านั้นและให้การรักษาเสียแต่เนิ่นๆ  ก็จะมีความคุ้มค่าอยู่  ถ้าการตรวจนั้นไม่แพง (โดยไม่คำนึงถึงเงินที่ต้องเสียไปสำหรับคนที่ตรวจไม่พบโรค) หรือเสี่ยงเกินไปนัก (เช่น ตรวจแล้วมีโอกาสตายจากการตรวจมากกว่า 50%)

ยกตัวอย่างเช่น  ถ้านำผู้หญิงอายุ  18  ปี ไม่มีอาการทางหัวใจ ไม่สูบบุหรี่  ไม่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจและไม่เคยเป็นเบาหวาน ไขมันในเลือดสูง หรือความดันโลหิตสูง มาตรวจคลื่นหัวใจเพื่อดูว่ามีโอกาสที่เป็นหลอดเลือดหัวใจตีบหรือไม่ ถึงแม้จะไม่เสี่ยงและราคาไม่แพง แต่คงไม่ใช่การตรวจที่คุ้มค่านักเพราะโอกาสตรวจพบโรคคงเป็นศูนย์   ในทางตรงกันข้ามถ้านำผู้ชายอายุ 60 ปี ที่สูบบุหรี่จัด มีไขมันในเลือดสูงและเป็นเบาหวานร่วมด้วย มาทำคลื่นหัวใจเพื่อที่จะหาว่า มีหลอดเลือดหัวใจตีบหรือไม่  ก็คงจะได้ผลคุ้มค่าพอใช้ได้อยู่

ในการตรวจอื่นๆ  มะเร็งเต้านม  มะเร็งปากมดลูก หรือมะเร็งปอด หรือตับ  ก็คงใช้หลักการเช่นเดียวกัน  ดังนั้นถ้าใครคิดจะตรวจร่างกายเป็นประจำทุกปีแล้ว คงต้องพิจารณาก่อนว่า มีความเสี่ยงเป็นโรคใด แค่ไหน  ถ้าอยากตรวจร่างกายประจำปีก็พยายามหาโปรแกรมการตรวจต่างๆ  แยกแยะพิเศษสำหรับคนที่สงสัยจะเป็นโรคต่างๆ กันออกไป  ไม่ใช่เป็นการตรวจรวมๆ เท่านั้นที่ได้ผลไม่มากนัก  อีกประการหนึ่ง คือ ต้องถามตัวเองอยู่ก่อนเสมอว่า ถ้าตรวจพบอะไรผิดปกติแล้ว พร้อมหรือไม่ที่จะแก้ไขสิ่งผิดปกตินั้น เช่น  วันก่อนผมพบผู้ป่วย (ไม่แน่ใจว่าจะเรียกผู้ป่วยหรือไม่)  เป็นผู้หญิงอายุ 40 ปี  ไม่เคยมีอาการอะไรผิดปกติ  แต่เป็นคนค่อนข้างอ้วนและรับประทานเก่ง  แต่มีผลการตรวจเลือดจากการตรวจร่างกายประจำปีของบริษัทฯ นั้นพบ  ไขมันในเลือดสูงกว่าปกติ  หลังจากได้พูดคุยซักประวัติตรวจร่างกาย (เหมือนกับเป็นผู้ป่วย) แล้ว ผมได้แนะนำว่า  สิ่งแรกที่ต้องทำคือ  ลดอาหารไขมันจากสัตว์ทุกประเภท เช่น มันหมู มันเนื้อ หนังเป็ด หนังไก่ ไข่แดง กะทิ นม เนย อาหารทอดทุกประเภท (รวมแล้ว คือ อาหารที่อร่อยทุกชนิด) และออกกำลังกายให้มากขึ้นอย่างน้อย 4 ครั้ง/สัปดาห์  ครั้งหนึ่งประมาณ  20 –30 นาที ซึ่งเป็นสูตรที่ผมแนะนำให้ผู้ป่วยเป็นประจำอยู่แล้ว    หลังจากนั้นอีก 2 เดือน  ด้วยความที่เธอเป็นคนที่ห่วงใยสุขภาพของตัวเอง จึงกลับมาพบผมอีกครั้งหนึ่งตามนัดพร้อมทั้งเจาะเลือดดูไขมันซึ่งพบว่า  ระดับไขมันสูงขึ้นกว่าเดิมอีก  และน้ำหนักตัวสูงขึ้นกว่าเดิม 2 กิโลกรัม  ซึ่งเธอก็ยอมรับทุกประการที่ไม่สามารถทำตามคำแนะนำที่ผมให้ได้เลย  ผมจึงบอกเคล็ดลับวิธีสุดท้ายสำหรับลดระดับไขมัน และลดน้ำหนักให้กับผู้ป่วย (คราวนี้ผมเรียกได้ว่า  ผู้ป่วยจริงๆ สักที)   รายนี้ไปว่า  วิธีสุดท้ายที่จะทำให้เธอไม่มีระดับไขมันในเลือดสูง คือ เลิกเจาะเลือดดูระดับไขมัน (เพราะไม่เจาะดูก็คงไม่รู้ว่า มันสูง) และน้ำหนักคงไม่เพิ่มขึ้นอีก ถ้าเธอไม่ขึ้นบนเครื่องชั่งน้ำหนัก!!!

เรื่องการตรวจสุขภาพประจำปี  ผมมีตัวอย่างจะเล่าให้ฟัง คือ เพื่อนแพทย์รุ่นพี่ที่ต่างประเทศซึ่งเป็นคนที่ดูแลสุขภาพตัวเองดีมาก ออกกำลังกายวิ่งเป็นประจำทุกวัน ไม่รับประทานอาหารมันๆ และตรวจระดับไขมันตัวเองอยู่เป็นประจำทุกปี  บางครั้งตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการวิ่งสายพาน  ซึ่งไม่เคยพบความผิดปกติใดๆ ในเรื่องหัวใจ  แต่อยู่มาวันหนึ่ง 2 เดือนหลังจากที่เพิ่งจะตรวจร่างกายประจำปีไปอย่างละเอียดนั้น   เกิดไม่สบาย  เป็นหวัดอยู่นานกว่าปกติจึงไปเจาะเลือด  พบว่าเป็นมะเร็งในเม็ดเลือดซึ่งต่อมาก็เสียชีวิตลงจากมะเร็งในเม็ดเลือด ซึ่งเป็นตัวอย่างให้เห็นว่า  การตรวจร่างกายประจำปีบางครั้งก็ไม่สามารถตรวจได้ทุกอย่าง  ถ้าใครมีความต้องการจะตรวจร่างกายประจำปี  ควรดูโปรแกรมการตรวจที่ท่านต้องได้พบแพทย์ และแพทย์มีเวลาพูดคุยกับท่านอยู่เป็นระยะเวลาพอสมควร จึงจะเป็นโปรแกรมการตรวจสุขภาพประจำปีที่ดีและได้ประโยชน์ที่สุด

นิธิ  มหานนท์

บทความที่เกี่ยวข้อง

Ginseng
การแข่งขันทางการค้าทำให้มีการเติมเกลือและความหวานล...
เบาหวานเสี่ยงมีหัวใจเต้นผิดปกติที่นำไปสู่อัมพาตได้...
Heart attack and heart failure : what’s the differ...
โสม
หลักในการออกกำลังกายที่ถูกต้อง


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.