Skip to content

บำรุงหัวใจ

June 9th, 2014

Webmaster

บำรุงหัวใจ

ในระยะ ๓-๔ ปีที่กล่าวมานี้มีคนตั้งข้อสงสัยกันมากว่า การรับประทานยาวิตามิน โดยเฉพาะวิตามิน C และวิตามิน E ในขนาดที่สูงกว่าที่ร่างกายควรจะได้รับในแต่ละวันนั้นจะมีประโยชน์ในการป้องกันไม่ให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดแข็งตัวได้หรือไม่ เนื่องจากวิตามินทั้งสองนั้นมีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) คือ ต้านความแก่นั่นเอง

วิตามินทั้งสองชนิดนั้น เป็นสารอาหารที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ไม่มีอันตราย และเมื่อทำเป็นเม็ดสำเร็จรูปหาได้ในราคาไม่แพงนัก  จึงมีผู้รับประทานวิตามินกันอย่างแพร่หลาย (คิดว่าเป็นอาหาร ไม่มีอันตราย) โดยหวังว่าจะทำให้ช่วยในการชะลอความแก่และลดโอกาสที่จะเกิดปัญหาโรคหัวใจได้  โดยคนมักจะลืมกันว่าการที่เรารับประทานอะไรเข้าไปมากกว่าที่ควรจะได้รับในปริมาณที่มากขนาดนั้น  แท้ที่จริงแล้วเป็นสิ่งที่ไม่เป็นไปตามธรรมชาติทั้งสิ้น


แต่อย่างไรก็ดี ได้มีการพูดถึงกันมากพอที่จะทำให้แพทย์และนักวิทยาศาสตร์ทั่วโลกสนใจพอที่จะทำการวิจัยอย่างเป็นระบบ  จึงได้มีการศึกษาคนที่ได้รับยาวิตามินทั้งสอง เปรียบเทียบกับผู้ที่ไม่ได้รับวิตามิน  ผลการศึกษาเหล่านั้นเริ่มเห็นได้ชัดเจนมากขึ้นภายในระยะ ๑๐-๑๒ เดือน ว่าวิตามินทั้งสองไม่มีผลดีใดๆ  ทั้งในแง่ของการไหลเวียนของเลือดที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจหรือการลดการเกิดปัญหาทางหัวใจใดๆทั้งสิ้น
ในทางตรงกันข้าม วิตามิน E ยังทำให้เกิดผลเสียในการรักษาภาวะบางอย่างของโรคหัวใจ โดยเฉพาะทำให้ผลของยาลดไขมันประเภท statin ซึ่งมีผลดีอย่างยิ่งต่อการป้องกันภาวะโรคหลอดเลือดแข็งตัวไม่ดีเท่าที่ควร ดังนั้นถึงปัจจุบันนี้จึงสรุปได้ว่าการได้รับวิตามินเสริมโดยเฉพาะวิตามิน C หรือวิตามิน E ที่ใช้กันค่อนข้างมากนั้นไม่มีผลดีใดๆต่อการป้องกันโรคหัวใจและการป้องกันภาวะหลอดเลือดแข็งตัวทั้งสิ้น  แต่อาจจะกลับเป็นผลเสียเสียด้วยซ้ำ!!!
เมื่อได้เล่าถึงวิตามินเสริมซึ่งเราเคยคิดว่า “ดี” ไปแล้วก็ต้องพูดต่อเรื่องการให้ฮอร์โมนเสริมในผู้หญิง (เพราะคงไม่ต้องให้ผู้ชาย) หลังจากภาวะหมดประจำเดือนไม่ได้ เนื่องจากเราคิดตามเหตุตามผลว่า ผู้หญิงหลังวัยหมดประจำเดือนนั้นฮอร์โมนเพศหญิงลดต่ำลง  ในขณะที่โรคหัวใจโดยเฉพาะโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือนก็พบสูงมากขึ้นเหมือนกับพบในผู้ชายที่อายุน้อยกว่านี้  จึงทำให้คิดว่าฮอร์โมนเพศหญิงสามารถป้องกันการเกิดโรคหัวใจได้ การให้ฮอร์โมนเสริมจึงน่าจะทำให้ลดการเกิดปัญหาทั้งโรคหัวใจและลดภาวะหลอดเลือดแข็งตัวในผู้หญิงได้
แต่ที่สำคัญไปกว่านั้น ในผู้หญิงวัยหลังหมดประจำเดือนหรือที่เรียกกันว่า “วัยทอง” นั้น มีอาการแปลกๆอีกหลายประการซึ่งไม่สามารถอธิบายได้จากโรคใดโรคหนึ่ง ซึ่งพวกหมอคิดว่าเป็นจากภาวะการขาดฮอร์โมนเพศหญิง การให้ฮอร์โมน (เพศหญิง) ทดแทนเสริมเข้าไปทำให้อาการแปลกๆเหล่านั้นดีขึ้นด้วย


ผมเคยมีคนไข้คนหนึ่งเป็นผู้หญิง อายุ ๕๒ ปีเศษ รูปร่างสมส่วน แข็งแรง สูงโปร่งประมาณ ๑๖๐ กว่าเซนติเมตร  น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปรกติ ท่าทางเป็นคนกระฉับกระเฉง มาพบที่คลินิกด้วยอาการสำคัญว่ารู้สึกใจหวิวและใจสั่นบางครั้ง  และเวลาตื่นนอนยังมีอาการเจ็บจี๊ดๆบริเวณหน้าอกด้านซ้าย อาการดังกล่าวไม่สัมพันธ์กับการออกกำลังกายหรือการใช้แรงใดๆทั้งสิ้น  แต่ทางตรงกันข้ามเธอออกกำลังสม่ำเสมอด้วยการเดินเร็วๆ และวิ่งช้าๆประมาณวันละ ๓๐-๔๐ นาทีทุกวัน และเวลาออกกำลังกายอาการดังกล่าวก็ดีขึ้น บางครั้งเธอเล่าว่ามีอาการหนาวๆ ร้อนๆ สลับไปสลับมาโดยหาสาเหตุอธิบายไม่ได้  บางช่วงก็นอนไม่หลับ บางช่วงก็ง่วง  นั่งพักเสียทั้งวันจนทำงานไม่ได้ตามปกติ  เดินขึ้นบันไดบางครั้งรู้สึกเหนื่อย หรืออึดอัด  แต่ในขณะที่ออกกำลังกายจะรู้สึกสบายดี
ตรวจร่างกายก็พบว่าไม่มีสิ่งผิดปกติใดๆ  ความดันโลหิตของเธออยู่ประมาณ ๑๒๒/๘๐ มิลลิเมตรปรอท  ชีพจรเต้นสม่ำเสมอประมาณ ๘๐ ครั้ง/นาที  ผลจากการตรวจเลือดพบว่าคอเลสเตอรอลในเลือดของเธอสูงกว่าปกติเล็กน้อย คือ ประมาณ ๒๓๐ มิลลิกรัม/เดซิลิตร  ส่วนการตรวจผลเลือดอื่นๆ เช่น ระดับน้ำตาล  การทำงานของไต รวมทั้งคลื่นไฟฟ้าหัวใจก็อยู่ในเกณฑ์ปกติ
เธอกลัวมากว่าตัวเธอเองจะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด เนื่องจากมีคุณพ่อเป็นโรคนี้และมีอาการคล้ายๆกัน แต่จากการถามประวัติเพิ่มเติมก็ได้ความว่าประจำเดือนเธอซึ่งเคยมาปกติสม่ำเสมอดีตั้งแต่เริ่มเข้าวัยสาวนั้น เริ่มมาแบบกะปริดกะปรอยและไม่ตรงเวลานัก บางครั้งน้อยกว่าปกติ  บางครั้งมากกว่าปกติ
เมื่อได้ทราบรายละเอียดทั้งหมดแล้ว ผมอยากจะเดาบอกเธอไปว่า อาการของเธอนั้นไม่ใช่อาการของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือหลอดเลือดตีบแน่นอน  แต่เป็นอาการของผู้หญิงวัยใกล้หมดประจำเดือน (จะเรียกว่า “วัยเกือบทอง”  หรือ “วัยทอง”  ดีหนอ!!..)  ก็ไม่กล้า…..เนื่องจากไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญทางนี้ จึงได้ส่งเธอไปให้แพทย์ทางสูตินรีเวชช่วยดู ได้แต่แนะนำเธอเรื่องของการควบคุมอาหารเพื่อลดระดับคอเลสเตอรอลให้ปกติ  ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาซึ่งหลอดเลือดแข็งตัวหรือหลอดเลือดหัวใจตีบในอนาคต  เพราะเธอก็ยังคงมีประวัติครอบครัวคือคุณพ่อซึ่งก็เป็นโรคนี้อยู่ด้วย
หลังจากนั้นประมาณสองเดือนเธอกลับมาพบผมอีกครั้งหนึ่ง แจ้งว่าอาการต่างๆของเธอดีขึ้นมากหลังจากได้ฮอร์โมนทดแทน (Hormone Replacement Therapy-HRT)  มาจากคลินิกวัยทอง (ทองของใครไม่ทราบ?)  เธออยากจะกลับมาตรวจเรื่องของไขมันในเลือด เพราะเธอได้ควบคุมอาหารเป็นอย่างดีและออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอีก
แต่เป็นที่น่าแปลกใจคือว่า เมื่อผมตรวจระดับไขมันของเธอแล้วกลับพบว่า ระดับคอเลสเตอรอลของเธอกลับสูงขึ้นถึง ๓๐๐ มิลลิกรัม/เดซิลิตร  ทั้งๆที่เมื่อได้คุยกับเธอแล้ว ก็แน่ใจว่าเธอก็ควบคุมอาหารถูกต้องตามที่โภชนากรแนะนำอย่างเคร่งครัด  ออกกำลังกายก็ได้มากดีกว่าเดิม  สิ่งที่แตกต่างไปกับเมื่อพบกันครั้งสุดท้ายคือ  เธอได้รับยาฮอร์โมนรักษาสำหรับอาการวัยทองที่เธอนั่นเองเป็นสาเหตุ!!!……???
เรื่องการให้ฮอร์โมนทดแทนในผู้หญิงกับเรื่องหัวใจ  เมื่อก่อนนี้เราคิดว่าการให้ฮอร์โมนทดแทนนั้นอาจจะลดความเสี่ยงของผู้หญิงในการเป็นโรคหัวใจหลังหมดประจำเดือนลงได้   ซึ่งก็เป็นการคิด (เข้าใจผิด) ที่มีเหตุผลดี (เพราะเราไม่เคยเข้าใจหัวใจผู้หญิงจริงๆ เลย!!)  แต่อย่างไรก็ตามในระยะ ๒-๓ ปีที่ผ่านไปได้มีการศึกษาเปรียบเทียบในผู้หญิงที่ได้รับฮอร์โมนทดแทนกับผู้หญิงที่ไม่ได้รับฮอร์โมนทดแทนและการเกิดโรคหัวใจ ทำให้ทราบผลอย่างชัดเจนว่าการให้ฮอร์โมนทดแทนนั้น นอกจากจะไม่ทำให้เกิดผลดีกับผู้หญิงที่ได้รับฮอร์โมนทดแทนแล้วยังทำให้มีโอกาสที่จะเกิดโรคกับภาวะที่ร้ายแรงต่างๆตามมาได้หลายอย่าง  เช่น โรคหัวใจและหลอดเลือดสมอง โดยเฉพาะอัมพาตอัมพฤกษ์นั้นพบได้สูงกว่าผู้ที่ไม่ได้รับฮอร์โมนทดแทนอย่างชัดเจน   สำหรับเรื่องที่มีผลโดยตรงต่อโรคหัวใจก็พบว่า  ผู้หญิงที่ได้รับฮอร์โมนทดแทนนั้นจะทำให้ยา ผลของยาที่ควบคุมปัจจัยเสี่ยงโดยเฉพาะยาที่ควบคุมไขมันที่คนไข้อาจจะได้รับอยู่นั้นมีผลน้อยลง ดังเช่นคนไข้รายที่ยกมาเป็นตัวอย่าง
ผู้หญิงที่สมควรได้รับฮอร์โมนทดแทนนั้น คือผู้หญิงที่หมดประจำเดือนและมีอาการภาวะวัยทองอย่างมากเท่านั้น  ส่วนคนที่มีอาการเล็กๆ น้อยๆ  การรักษาที่ดีที่สุดคือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ และในที่สุดอาการก็จะดีขึ้นได้
คนไข้ที่เล่าให้ฟังข้างบนนั้น ผมได้แนะนำให้เธอหยุดการรับประทานฮอร์โมนทดแทนและออกกำลังกายเพิ่มขึ้นอีกพร้อมทั้งรับประทานอาหาร  เช่น ผักและผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย อีก ๓-๔ เดือนต่อมาอาการต่างๆของเธอก็ดีขึ้น และตรวจเลือดพบว่าระดับไขมันในเลือดของเธอต่ำกว่าเกณฑ์ปรกติ คือแค่ ๑๘๐ มิลลิกรัม/เดซิลิตร ทั้งๆที่ไม่ได้รับประทานยาลดไขมันแต่อย่างใด
สรุปว่า ขณะนี้การรับประทานฮอร์โมนทดแทนในผู้หญิงหลังหมดประจำเดือนและการรับประทานวิตามินเสริม โดยเฉพาะวิตามิน C และวิตามิน E ในขนาดสูงนั้น ได้มีการวิจัยและสรุปอย่างชัดเจนแล้วว่า ไม่มีประโยชน์ต่อการป้องกันโรคหัวใจ และในทางตรงข้ามอาจจะทำให้เกิดผลเสียมากขึ้นด้วย ดังนั้นในคนที่รับประทานยาดังกล่าวอยู่ ถ้าไม่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนควรจะปรึกษาแพทย์และขอคำแนะนำที่ถูกต้องในการรักษาอาการที่จำเป็น
แต่อย่าลืมนะครับ!! การออกกำลังกายเป็นยารักษาโรคที่ดีได้หลายๆโรค  ราคาก็ไม่แพงและผลข้างเคียงก็น้อยด้วย……..

บทความที่เกี่ยวข้อง

Fish oil: What's the deal?
Costing an arm and a leg
กินอาหารดีช่วยลดความเสี่ยงต่อการตายจากโรคหัวใจแม้จ...
เรื่องของดี
สัมภาษณ์รายการ Happy Healthy You ตอน โรคหัวใจ
เรื่องของไข่อีกฟอง


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.