Skip to content

กินอะไรดี

June 23rd, 2014

Webmaster

กินอะไรดี

หมอส่วนใหญ่ชอบถูกผู้ป่วยถามเสมอว่า ควรปฏิบัติตัวอย่างไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งมักจะถูกถามว่า “กินอะไรถึงจะดี”

สำหรับโรคหัวใจนั้นเป็นที่รู้กันดีว่า การมีระดับไขมันคลอเรสเตอรอลในเลือดสูงนั้นเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งที่จะทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (หรือโรคหลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจตีบตัน)ได้ค่อนข้างง่าย และสำหรับคนที่มีภาวะหัวใจล้มเหลวหรือความดันโลหิตสูง  อาหารที่มีรสเค็มหรือมีปริมาณเกลือ โซเดียมมาก(บางครั้งก็ไม่มีรสเค็มอย่างเดียว แต่มีรสจัด) ก็จะทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้และทำให้ความดันสูงอีกด้วย  ดังนั้นผู้ป่วยโรคหัวใจโดยทั่วไปควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีไขมันและอาหารที่มีรสเค็ม

เวลาห้าม หมอหัวใจมักจะอธิบายห้ามรวมๆ กันไปว่า ไม่ควรรับประทานไขมันจากสัตว์ แต่ระยะหลังเรามาทราบกันใหม่ว่า อาหารบางชนิดที่เคยให้รับประทานแทนไขมันจากสัตว์ เช่น เนยเทียม (majarine) ที่ให้ใช้แทนในน้ำมันที่ใช้ทอดซ้ำแล้วซ้ำอีก แต่มาในสมัยปัจจุบันกลับทราบว่าการรับประทานเนยเทียมอาจจะไม่ดีเพราะมีไขมันไม่ดี (trans fat) ซึ่งเกิดจากปฏิกิริยาของขบวนการทำอาหาร และเมื่ออาหารที่ใช้ไขมันบางชนิดป้องกันการเหม็นหืน สารพวกนี้มักพบในน้ำมันพืชบางประเภทและพบ กลับจะทำให้บางชนิดนั้นเป็นผลร้ายมากกว่าผลดีทั้งๆ ที่เคยเป็นน้ำมันชนิดดี  เช่น น้ำมันพืชบางประเภท

รายละเอียดในเรื่องของไขมันชนิดไหนดี – ไม่ดี  จะเล่าให้ฟังในเมื่อมีโอกาสในวันหลัง

ผมมีผู้ป่วยคนหนึ่งเป็นผู้หญิง อายุ 50 ปีเศษ  แรกๆ ก็เป็นคนพาสามีที่มีภาวะหลอดเลือดในหัวใจตีบ ได้รับการขยายหลอดเลือดไปเมื่อสิบกว่าปีก่อน และต่อมาสามีแข็งแรงดี ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  น้ำหนักตัวอยู่ในเกณฑ์ปกติ แต่ในช่วงหลังภรรยาซึ่งไม่มีปัจจัยเสี่ยงใดๆ นอกจากภาวะไขมันในเลือดสูง (มากๆ)  เริ่มมีอาการจุกแน่นบริเวณยอกเวลาเดินขึ้นบันไดบ้าน และหลังจากช๊อปปิ้งและต้องถือของหนักเดินไปมา

การตรวจซึ่งพบความดันโลหิตปกติ 120/80 มิลลิเมตรปรอท เธอมีความสูงประมาณ 150 เซนติเมตร และหนักประมาณ 49-50 กิโลกรัม อยู่ในเกณฑ์ค่อนข้างปกติ  ส่วนการตรวจอื่นๆ รวมทั้งคลื่นไฟฟ้าหัวใจและภาพเอ็กซเรย์ปอดและหัวใจไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ

แต่เมื่อตรวจสมรรถภาพหัวใจโดยการเดินสายพานพบว่า หลังจากเธอเดินได้ประมาณ 5 นาที มีความผิดปกติของคลื่นไฟฟ้าหัวใจ ลักษณะที่บ่งชี้ว่ามีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดในขณะที่ออกกำลังกาย

เมื่อได้รับการเอ็กซเรย์ฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ ก็พบการตีบของหลอดเลือดหัวใจทั้ง 3 เส้นค่อนข้างมาก และรอยตีบแต่ละจุดไม่ยาวมากนัก  เธอจึงได้รับการรักษาโดยขยายหลอดเลือดด้วยการใส่ขดลวด ซึ่งก็ทำให้อาการต่างๆ ของเธอหายเป็นปกติและกลับบ้านได้ในวันรุ่งขึ้น

เหมือนผู้ป่วยคนอื่นๆ เธอได้รับคำแนะนำให้ออกกำลังกายสม่ำเสมอและควบคุมไขมันและอาหารที่มีความมันทุกประเภท แต่เนื่องจากเธอไม่มีภาวะหัวใจล้มเหลวและความดันโลหิตก็ปกติ ผมจึงไม่ได้เน้นเรื่องของอาหารที่มีรสเค็ม รวมทั้งไม่ได้ย้ำเรื่องของการควบคุมน้ำหนักเพราะรูปร่างของเธอค่อนข้างสมส่วนกับความสูง

หลังจากกลับบ้านไปได้เดือนเศษ ก็กลับมาหาผมอีกครั้งหนึ่งและรายงานว่าสามารถออกกำลังกายได้ดีโดยการเดินเร็วๆ ทุกเช้าเป็นเวลา 30 นาที  เธองดอาหารมันๆ ทุกประเภทโดยไม่รับประทานอาหารทอดหรืออาหารผัดที่ใช้น้ำมันใดๆ ทั้งสิ้น  งดอาหารทุกชนิดที่มีกะทิ  เนย หรือเนยเทียมและอาหารไม่ว่าจะใช้น้ำมันพืชหรือน้ำมันชนิดใด เธอก็งดหมดทั้งสิ้น   และจากการตรวจระดับไขมันในเลือดครั้งนั้นก็พบว่า ไขมันในเลือดของเธออยู่ในเกณฑ์ปกติดี

สิ่งหนึ่งซึ่งทำให้ผมตกใจก็คือ น้ำหนักของเธอขึ้นมาเป็น 55 กิโลกรัม  ซึ่งเธอก็ให้เหตุผลที่หมอฟังได้ในตอนนั้นว่า เป็นเพราะอาการของเธอดีขึ้นมากและสามารถรับประทานได้ดีไม่มีอาการจุกแน่นหน้าอกหลังรับประทานเหมือนที่เคยมี  ผมจึงได้ชมเธอและให้คำแนะนำว่า ให้ออกกำลังกายต่อไปและควบคุมอาหารตามที่เธอทำอยู่

เธอกลับมาหาผมอีกครั้งหนึ่ง ประมาณสามเดือนเศษ  ทุกอย่างก็ยังดูเป็นปกติดีเธอไม่มีอาการจุกแน่นหน้าอกอีก  แต่ที่ผิดสังเกต คือ น้ำหนักเธอขึ้นไปถึง 60 กิโลกรัม ทั้งๆ ที่เธอสามารถออกำลังกายได้มากกว่าเดิม

ผมสังหรณ์ใจว่าเธอจะต้องปฏิบัติตัวอะไรไม่ถูกสักอย่างหนึ่ง (ผมก็เหมือนหมอทั้งหลาย คือ ขอโทษคนไข้ไว้ก่อน แทนที่จะคิดว่าเป็นความผิดของตัวเอง)  จึงส่งเธอไปให้หมอหัวใจที่เชี่ยวชาญการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจเรื่องการออกกำลัง และนักโภชนากรเพื่อที่จะได้คุยกับเธออย่างละเอียดดูว่า การออกกำลังกายและการรับประทานอาหารของเธอนั้นมีอะไรจะปรับปรุงอีก เพื่อลดน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นไปอย่างมากมายนั้นบ้าง

ต่อมาผมก็ได้รับรายงานจากทีมฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจว่า การออกกำลังกายของเธอนั้นทำได้ดีถูกต้องแล้ว แต่ที่ผิดก็คือ  การรับประทานซึ่งเธอเชื่อฟังผมอย่างแน่วแน่ (…ว่าแล้วเชียวว่าปัดความผิดไม่พ้นตัว)  งดอาหารไขมันทุกประเภท เมื่อเธอลดอาหารประเภทไขมัน เธอก็ไปเพิ่มอาหารประเภทแป้งและน้ำตาลแทน (อาหารที่ให้พลังงานกับเรา มีอยู่ 3 หมู่คือ  โปรตีน ไขมัน และคาร์โบไฮเดรตหรืออาหารพวกแป้งกับน้ำตาล  นอกจากนี้ยังมีก็คือ  วิตามินและน้ำ ซึ่งคนเราต้องรับประทานเป็นประจำแต่ไม่ได้มีส่วนในการให้พลังงานหรือแคลลอรี่แก่ร่างกาย)

เมื่อผู้ป่วยของผมคนหนึ่งกล่าว ปักใจเชื่อผมอย่างมั่นคง  หยุดรับประทานอาหารไขมันทุกชนิด ด้วยความจำเป็นของร่างกาย เธอต้องรับประทานอาหารประเภทโปรตีนและคาร์โบไฮเดรต  และเนื่องจากเธอเป็นคนที่ไม่ค่อยชอบรับประทานเนื้อสัตว์เท่าไรนัก  อาหารส่วนใหญ่ของเธอจึงเป็นอาหารประเภทคาร์โบไฮเดรตหรือแป้ง  เธอจึงต้องเพิ่มปริมาณผลไม้เพื่อให้รู้สึกอิ่มท้องและไม่หิว  แต่โชคร้ายที่ผลไม้ในปัจจุบันที่มีรสชาติอร่อย คือ มีรสหวานเกือบแทบทั้งสิ้น และรสหวานนี้ก็คือ น้ำตาลซึ่งเป็นอาหารประเภทคาร์โบโฮเดรตชนิดหนึ่ง แถมยังให้พลังงานสูงกว่าแป้งชนิดอื่นๆ ได้ในเวลาที่รวดเร็วอีกด้วย  จึงทำให้เธอมีน้ำหนักตัวขึ้นอย่างมากภายในระยะเวลาไม่นาน!!

ดังนั้น ถ้าย้อนตอบคำถามที่ว่า “กินอะไรดี”
ก็ต้องขอตอบว่า “ต้องกินน้อยๆ ถึงจะดี (ที่สุด) ครับ!!”
แล้วไว้ว่างๆ จะเล่าให้ฟังกันอีกว่า กิน “อย่างไร” ถึงจะดี?…(ด้วย)

นิธิ  มหานนท์

บทความที่เกี่ยวข้อง

Heart attack and heart failure: Thedifference
Weak Heart
The Importance Of all-round exercise
The valves of the heart
What’s healthy food?
The power of soy


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.