Skip to content

กลั้นใจ-1

July 28th, 2014

Webmaster

กลั้นใจ-1

คงต้องมีสักวันที่คนเราต้อง กลั้นใจž ทำอะไรสักอย่าง

อย่างเช่น คุณวรรณ ที่เธอพาร่างอันเกินท้วม (ไปมาก) มาหาผมตามนัด พร้อมกับรอยยิ้มกว้างอย่างมั่นใจ

เมื่อเปิดแฟ้มผู้ป่วย เห็นน้ำหนักที่พยาบาลผู้ช่วยลงบันทึกไว้ให้ว่า ๘๖.๕ กิโลกรัม!!! (ซึ่งเกินไปมากกับความสูง ๑๖๒ เซนติเมตร)  ผมกำลังจะเอ่ยปาก (ด้วยความรักและห่วงใย) ถึงน้ำหนักที่เกินอยู่มาก แต่อดใจ (หรือกลั้นใจ) ไว้ได้  พลิกแฟ้ม ประวัติย้อนกลับไปดูเมื่อ ๑ เดือนที่แล้ว ปรากฏว่าน้ำหนักเธอเมื่อเดือนที่แล้ว ๙๑ กิโลกรัม!

โอ้โห ไปทำอะไรมาครับเนี่ย หายไปตั้งหลายกิโลฯŽ  (โชคดีจริงๆที่ผมไม่ทันได้เอ่ยปากตำหนิถึงน้ำหนักเธอไปซะก่อน  ของอย่างนี้มันต้องคิดในแง่ดี (positive thinking) ไม่ใช่คิดแต่แง่ลบ (negative thinking) โดยตำหนิอย่างเดียว  ความดันโลหิตก็ดีขึ้นด้วยนะครับ… ไม่น่าเชื่อเลย!!Ž

โอ๊ย! แทบตายแน่ะค่ะ กลัวว่ามาเจอคุณหมอครั้งนี้จะโดนว่าอีก ดิฉันก็เลยทำตามที่คลินิกลดน้ำหนักแนะนำ รู้ไหมคะ แทบจะ กลั้นใจž ตาย….. วันๆหนึ่งต้องจดละเอียดยิบว่ารับประทานอะไรบ้าง ถึงได้รู้ว่าเรารับประทานเยอะมาก  เดี๋ยวนี้จะหยิบอะไรเข้าปากก็กลัวไปเสียหมด ของอร่อยๆที่เคยชอบ ก็อด (ไว้บ้าง – หมอคิด) แล้วยังต้องไปเดินออกกำลังกายอีก  แต่ตอนนี้คุ้นแล้วค่ะ รู้สึกดีด้วย วันไหนไม่ได้ออกกำลังกาย รู้สึกหงุดหงิดเสียด้วยซ้ำไปŽ

เห็นไหมครับ การ กลั้นใจž บางครั้งก็ได้ประโยชน์ แต่การกระทำบางอย่าง เมื่อมีการกลั้นใจ ก็จะก่อให้เกิดความรู้สึกอึดอัด

อย่างคนไข้อีกคนหนึ่งเป็นผู้หญิง อายุ  ๖๔ ปี มีโรคประจำตัวหลายโรค ตั้งแต่เบาหวาน ควานดันโลหิตสูง และอ้วน ไม่เคยมีอาการเจ็บหน้าอก หรือเหนื่อย วิ่งสายพานตรวจสมรรถภาพหัวใจ พบว่ามีความผิดปรกติที่บ่งชี้ว่าอาจจะมีหัวใจขาดเลือดระดับปานกลาง  ผมแนะนำให้ตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ดูหลอดเลือด หรือฉีดสีดูหลอดเลือด คนไข้ขอตัดสินใจก่อนเพราะปรกติแล้ว (เธอคิดว่า) แข็งแรงดี  เล่นกอล์ฟได้  เพียงแค่หลังจากที่ไปช่วยคนที่บ้านย้ายเฟอร์นิเจอร์ เกิดเจ็บหน้าอกกะทันหัน หน้ามืดจะเป็นลม ญาติจึงพาส่งโรงพยาบาล

เหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นได้บ่อยทีเดียว คนไข้ไม่น้อยที่เกิดอาการโรคหัวใจกำเริบตอนที่ยกของหนัก (เช่น ยกเฟอร์นิเจอร์ในคนไข้รายนี้) หรือตอนเบ่งถ่าย  ในต่างประเทศเหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้นได้บ่อยในหน้าหนาวที่ต้องมีการขุดหิมะ  ทั้งหนาวด้วยใช้แรงในการขุดหิมะด้วย อาการหัวใจจึงกำเริบได้ จนแพทย์ต้องออกมาเตือนผู้ที่เป็นโรคหัวใจ หรือมีความเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจให้ระมัดระวังการกระทำดังกล่าว หรือพวกที่เดินทางต้องถือกระเป๋าหนักๆออกมาจากสายพานรับกระเป๋า

ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น…. นี่คือตัวอย่างหนึ่งของการ  กลั้นใจž  ที่ไม่เป็นผลดีต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดของเรา การยกของหนัก การไอ การเบ่ง ขณะที่เรากระทำกิริยาดังกล่าว จะต้องมีการ กลั้น (ลมหาย) ใจž อาจจะลองทดสอบดูได้ง่ายๆ เวลาที่เราจะไอเราต้องหายใจเข้าเสียก่อนแล้วตามมาด้วยการ กลั้น (ลมหาย) ใจž  ก่อนที่จะปล่อยลมหายใจออกมาอย่างเร็วและแรง (คือการไอ) นั่นเอง!

สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมๆกับที่เรา กลั้น (ลมหาย) ใจž ก็คือ ความดันในช่องทรวงอกและช่องท้องจะเพิ่มขึ้น ซึ่งจะส่งผลให้ความดันโลหิตสูงขึ้นกะทันหัน และหลอดเลือดดำที่นำเลือดกลับไปหัวใจถูกกดจากแรงดันที่เพิ่มขึ้น ผลคือ เลือดกลับไปสู่หัวใจลดลง จึงทำให้อาการหัวใจขาดเลือดกำเริบขึ้นได้ และหลังจากการ กลั้น (ลมหาย) ใจž  นั้นแล้ว เช่นเมื่อหยุดเบ่งถ่าย (เวลาท้องผูกมากๆ) ความดันที่เพิ่มขึ้นสูงจะลดลงทันที ซึ่งส่งผลให้เลือดไปเลี้ยงสมองลดลงจึงเกิดอาการหน้ามืดจะเป็นลมได้

อาการ กลั้นใจž ดังกล่าวจึงเป็นอันตรายต่อหัวใจ โดยเฉพาะคนที่เป็นโรคหัวใจอยู่แล้ว เช่นเดียวกับการยก    น้ำหนักขณะออกกำลังกายเช่นเดียวกัน ต้องทำให้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นจะเกิดปัญหาจากการกลั้นใจ ขณะยกน้ำหนักได้

ดังนั้นคุณหมอหัวใจมักจะต้องถามผู้ป่วยอยู่เสมอนอกเหนือไปจากเรื่องหัวใจ เช่น นอนหลับไหม  ท้องผูกหรือเปล่า ถ้าท้องผูก ก็ต้องแนะนำหรือให้ยาระบายไป ทั้งนี้ทั้งนั้น เพราะไม่อยากให้เกิดการ  กลั้นใจž จนเป็นปัญหาต่อหัวใจที่รักของเราได้

นอกจากนี้นะครับ  การออกกำลังกายที่ถูกวิธีนั้นจะต้องหายใจให้ถูกจังหวะ  การออกกำลังต้องมีการบริหารที่ต้องยืด  ผ่อนกล้ามเนื้อ (Stretching) ก่อน  และการยกน้ำหนักเบาๆเพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อนั้น  การหายใจ (และการกลั้นใจ) ที่ถูกต้องจะสำคัญมาก!! ไว้คราวหน้าจะมาเล่าให้ฟังกันอย่างละเอียดอีกครั้งครับ…..

คนไข้โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มักจะชอบกลั้นใจผิดๆ อยู่หลายเรื่อง เช่น

บางคนอาจมีอาการเหนื่อยหรือแน่นหน้าอกเกิดขึ้นขณะที่เดินขึ้นบันไดหรือขึ้นเนิน  ก็มักจะกลั้นใจเดินต่อเพื่อให้ขึ้นไปถึงข้างบนตามจุดหมายโดยไม่พักเสียทันทีขณะที่มีอาการแน่นหน้าอก!!

กลั้นใจแบบนี้ ตายมาหลายรายแล้วครับ!?!?

อีกคน มีอาการแน่นหน้าอก จุกที่ลิ้นปี่หลังรับประทานอาหารค่ำ  กลั้นใจรีบลุกขึ้นจากโต๊ะอาหาร  นั่งพักแล้วก็ไม่หาย จึงกลั้นใจ (ทำใจ) เข้าไปนอน  คิด (เอาเอง) ว่า ถ้าพรุ่งนี้ยังมีอาการอยู่อีกถึงจะไปหาหมอ!!!

กลั้นใจแบบนี้ ก็ได้หลับสบายตลอดไป ไม่ตื่นมาพบหมอ…….แล้วเหมือนกัน!!!!

บทความที่เกี่ยวข้อง

การเตรียมตัวก่อนทำบัลลูนหลอดเลือดหัวใจ
อาหารใจ
Snoring to your heart's content
Antiplatelet Agents
เรื่องของชา
แน่น......เจ็บ......ปวด......อึดอัด


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.