Skip to content

ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ

September 29th, 2014

Webmaster

ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ IMG_0242

เมื่อหลอดเลือดหัวใจตีบแล้วทำให้ผู้ป่วยมีอาการเจ็บแน่นหน้าอกหรือหายใจอึดอัดเวลาใช้แรงหรือออกกำลังนั้น  ยาที่ใช้เพื่อแก้ไขอาการอย่างรวดเร็ว คือ  “ยาขยายหลอดเลือด “ ที่ใช้อมใต้ลิ้น (หรือบางครั้งพ่น) เนื่องจากยาจะถูกดูดซึมผ่านเส้นเลือดฝอยที่อยู่ใต้ลิ้นได้อย่างรวดเร็ว

ยาขยายหลอดเลือดนี้จะออกฤทธิ์ ทำให้หลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจขยายใหญ่ขึ้นเพื่อนำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อได้มากขึ้น เหมือนท่อน้ำขนาดใหญ่น้ำจะไหลแรงกว่าท่อขนาดเล็กนั่นเอง  ยาเหล่านี้มีฤทธิ์ลดความดันโลหิตด้วย ในบางครั้งหลังการใช้แรกๆ ผู้ป่วยอาจมีอาการหน้ามืด เป็นลม หรือวิงเวียนศีรษะได้ เนื่องจากร่างกายยังไม่คุ้นเคยกับยาที่มีผลทำให้ความดันลดต่ำลงมาก  อาการดังกล่าวนี้พบในการใช้ยาอมใต้ลิ้นหรือยาพ่นใต้ลิ้นที่ออกฤทธิ์อย่างรวดเร็ว

เมื่อมีอาการดังกล่าว วิธีแก้ไขที่ได้ผลเร็วที่สุด คือ ควรจะนั่งพักหรือนอนราบเพื่อให้เลือดไปเลี้ยงสมองได้โดยสะดวก และดื่มน้ำตามเข้าไปมากๆ  หลังจากนั้น 10 – 15 นาที ส่วนใหญ่อาการข้างเคียงจะหายไปได้เอง

ยาอมหรือยาพ่นใต้ลิ้น ที่มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดโดยเฉพาะหลอดเลือดที่หัวใจถูกพบเมื่อหลายร้อยปีก่อน   เนื่องจากมีผู้สังเกตว่า เวลาที่เอามือที่เปื้อนดินปืนหรือดินประสิวเข้าปากนั้นแล้วทำให้รู้สึกทำให้โล่งหน้าอกและมีแรงมากขึ้น ซึ่งดินปืนหรือดินประสิวนั้นก็มีส่วนผสมของสารพวก ไนเตรทหรือไนไตร๊ท์  และต่อมาพัฒนาเป็นยาอมใต้ลิ้น คือ ยาไนโตรกรีเซอรีน  ที่เจือจาง

ไนโตรกรีเซอรีนนี้เป็นตัวเดียวกับที่ใช้ในการทำระเบิดนั่นเอง!!!

ยาอมใต้ลิ้นนี้  เมื่อใช้ครั้งแรกๆ นอกจากจะมีอาการมึนศีรษะ  หน้ามืด เป็นลม ตามที่กล่าวแล้ว หลอดเลือดในสมองถูกขยายให้โตขึ้นด้วยเช่นกัน  ใน 4- 5 วันแรกผู้ใช้ยาบางคนจึงอาจมีอาการปวดศีรษะ ตั้งแต่ปวดศีรษะเล็กน้อยไปถึงปวดศีรษะมาก  แต่อย่างไรก็ดีร่างกายคนเราชอบปรับตัวช่วยตัวเองอยู่เสมอ อาการปวดศีรษะดังกล่าวจะหายภายใน 5 – 7 วันถ้าผู้ที่ได้รับยาสามารถทนได้ มีอยู่น้อยคนที่ยังคงมีอาการปวดศีรษะมากอยู่ตลอดไปจนจำเป็นต้องหยุดยา

พูดถึงเรื่องยาอม  “ ไนโตร”  ใต้ลิ้น สำหรับขยายหลอดเลือดหัวใจนี้มีเรื่องเล่าขำๆ อยู่เสมอ เช่น  มีวิศวกรเหมืองแร่คนหนึ่ง อายุประมาณ 50 กว่าปี ป่วยเป็นโรคทางจิต (ไม่ใช่โรคหัวใจ)  พยายามฆ่าตัวตายโดยการขโมยยาอมใต้ลิ้นของเพื่อนร่วมงานและใช้ไปร่วม 20 เม็ด จนเกิดอาการปวดศีรษะมากแล้ววิ่งเอาหัวชนกำแพงโดยหวังว่าจะให้หัวระเบิด เนื่องจากเขามีความรู้ว่ายาอมใต้ลิ้นนั้นคือ ไนโตรกรีเซอรีนซึ่งความสั่นสะเทือนจะสามารถทำให้ระเบิดเกิดขึ้นได้ในศีรษะตัวเอง   ผลก็คือว่า  ศีรษะของเขาระเบิดออกมาแต่ไม่แหลกละเอียด มีแต่เลือดไหลซิบๆ ซึ่งโดนเย็บไปหลายเข็ม!!

อีกรายหนึ่ง คือ ผู้หญิงวัยกลางคน อายุเกือบ 50 ปี ไปพบแพทย์ทางสมองด้วยอาการปวดศีรษะเรื้อรังโดยให้ประวัติว่า มักจะปวดศีรษะรุนแรงทุกครั้งหลังได้หลับนอนร่วมเพศกับสามี  เมื่อได้รับการตรวจกับแพทย์ทางสมองแล้ว แพทย์ก็ไม่สามารถวินิจฉัยให้ความเห็นได้ว่า  อาการปวดศีรษะของเธอเกิดจากอะไร  คิดว่าอาจจะเป็นเรื่องของภาวะวัยทองหรือความเครียด จึงได้ส่งเธอไปให้แพทย์ทางสูตินารีเวช ซึ่งก็ตรวจร่างกายและถามประวัติต่างๆ นานาเพิ่มเติม แต่ก็ไม่สามารถลงความเห็นได้เช่นกันว่า อาการปวดศีรษะของเธอเกิดจากอะไร ไปพบแพทย์โรคจิต (ไม่ใช่แพทย์โรคหัวใจ)   ได้พูดคุยกับเธอเป็นเวลานานก็ไม่พบว่า เธอมีความผิดปกติทางจิตใจแต่อย่างใด  ในที่สุดตอนท้ายมีคนคิดว่า เนื่องจากอาการของเธอเกิดขึ้นหลังจากได้ร่วมเพศซึ่งเป็นการออกแรงทำให้อาจมีปัญหาทางหัวใจได้  จึงแนะนำให้เธอไปพบกับอายุรแพทย์โรคหัวใจ (ไม่ใช่โรคจิต)

คงเป็นโชคดีของผู้ป่วย เนื่องจากเธอได้ไปพบแพทย์พร้อมกับสามีที่มีอายุราว  50  ปีเศษ เป็นผู้ป่วยโรคหัวใจของแพทย์คนที่เธอไปพบว่าเป็นโรคหลอดเลือดตีบ กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและชอบมีอาการแน่นหน้าอกเวลามีเพศสัมพันธ์กับภรรยา  สามีใช้ยาขยายหลอดเลือดซึ่งสมัยหนึ่งเคยมีใช้ในรูปของครีมที่ใช้ทาบนผิวหนังบริเวณหน้าอกหรือต้นแขนเพื่อให้ยาค่อยๆ ดูดซึมเข้าทางผิวหนัง ซึ่งยาจะออกฤทธิ์ได้นานหลายชั่วโมงก่อนร่วมเพศกับภรรยา

สามีเธอพบอาการข้างเคียงซึ่งประโยชน์ของยา คือ ทุกครั้งที่เขาใช้ครีมยาขยายหลอดเลือดทาที่บริเวณใกล้หน้าขา นอกจากจะทำให้อาการแน่นหน้าอกหายไปแล้วยังมีผลให้หลอดเลือดในอวัยวะเพศของเขาขยายตัวเต็มที่   แข็งตัวอยู่ได้ดีและนานกว่าปกติ แต่ผลข้างเคียงที่เกิดขึ้น คือ ยาที่ทาอยู่บริเวณหน้าขาของเขานั้นได้ไปโดนกับหน้าขาของภรรยา (คงไม่ต้องบรรยายว่า ทำไมหน้าขาของคุณผู้ชายถึงสัมผัสกับขาของภรรยาได้!!..)  ทำให้ผู้ป่วย คือ ภรรยาได้รับยาซึ่งถูกดูดซึมได้โดยผ่านผิวหนังทุกครั้งที่มีการร่วมเพศ โชคร้ายที่เธอไวต่อยาจึงทำให้มีอาการปวดศีรษะมาก  เมื่อได้รับคำอธิบายดังกล่าว   ภรรยาก็หายปวดศีรษะโดยสิ้นเชิง!

แต่ไม่ทราบว่าภรรยาหายปวดศีรษะ เพราะคุ้นเคยกับอาการข้างเคียงหรือสามีไม่มีอาการเจ็บหน้าอกอีก เนื่องจากเลิกใช้ยาทาที่หน้าขา….

วันก่อนมีผู้ชายอายุ 40 ปีต้นๆ มาด้วยอาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดชัดเจน คือ มีประวัติว่า เริ่มหายใจอึดอัดได้ประมาณ 1 ปีก่อนที่จะมาพบกันโดยเฉพาะเมื่อเดินเป็นระยะทางไกลๆ   การเดินขึ้นที่สูงชันหรือเมื่อเวลาเดินขึ้นสะพานลอยข้ามถนน

ช่วง 2-3 อาทิตย์ก่อนหน้าที่จะพบกัน เริ่มมีอาการจุกแน่นที่หน้าอกพร้อมเจ็บร้าวไปที่หัวไหล่ด้านซ้ายเมื่อเดินเป็นระยะทางสั้นๆ และมีอยู่ครั้งหนึ่งมีอาการเวลากลางคืนหลังจากเข้านอนไปแล้ว ผู้ป่วยได้รับการตรวจและวินิจฉัยมาจากแพทย์หัวใจท่านอื่นพร้อมทั้งตรวจฉีดสี เอ็กซ์เรย์ดูหลอดเลือดหัวใจแล้วว่า เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเพียงเส้นเดียว  ซึ่งตีบค่อนข้างมากที่บริเวณใกล้ต้นขั้วหลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจส่วนหน้า จึงได้รับการส่งมาเพื่อพิจารณาทำการขยายหลอดเลือดที่ตีบ

หลังจากได้รับการขยายหลอดเลือดได้ผลดีเป็นที่เรียบร้อย ผู้ป่วยคนดังกล่าวจึงได้เล่าให้ผมฟังว่า  ก่อนหน้าที่จะได้รับการขยายหลอดเลือด เมื่อใช้ยาพ่นใต้ลิ้น (ซึ่งต้องใช้บ่อยๆ เพราะแน่นหน้าอก) แล้วเขารู้สึกมีอารมณ์ทางเพศมากขึ้นและอวัยวะเพศแข็งตัวด้วย เขาอยากทราบว่าขณะนี้เขาไม่มีอาการแน่นหน้าอกแล้ว แต่จะขอใช้ยาพ่นใต้ลิ้นต่อไปได้ไหม!!

เรื่องการพบผลดีของยา โดยบังเอิญมีเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายครั้ง  เช่น  ยาที่ช่วยในการแข็งตัวของอวัยวะเพศชนิดหนึ่ง  แรกเริ่มเดิมทีถูกพัฒนาขึ้นเพื่อที่จะให้เป็นยาขยายหลอดเลือดลดความดันประเภทเดียวกับยาไนโตรกรีเซอรีน แต่ได้รับการเปลี่ยนรูปของโมเลกุลเพื่อพยายามให้ยาออกฤทธิ์ได้เฉพาะหลอดเลือดของอวัยวะที่จำเป็น  แต่บังเอิญในการทดลองกลับพบว่า  ตัวยาดังกล่าวไม่ค่อยมีผลในการขยายหลอดเลือดที่หัวใจเท่าไร แต่ไปมีผลในการขยายหลอดเลือดที่อวัยวะเพศมากกว่า ทำให้อวัยวะเพศแข็งตัวได้ดีขึ้นเพราะมีเลือดคั่ง

ดังนั้น ข้อห้ามของการใช้ยาชนิดนี้ข้อหนึ่งคือ  ห้ามใช้ในผู้ป่วยที่เป็นหรือสงสัยเป็นโรคหัวใจ เนื่องจากอาจได้ยากลุ่มเดียวกันซ้ำซ้อนทำให้มีปัญหาเรื่องความดันตกลงมาก และอาจถึงกับเสียชีวิตได้ แล้วจะหาว่าไม่เตือน……..!!!!

บทความที่เกี่ยวข้อง

หัวใจสัญจร (๒)
กินปลาดีจริงหรือ
What’s healthy food?
กระดูกพรุน ภัยเงียบใกล้ตัว
พอดี และ ดีพอ
เรื่องของไข่อีกฟอง


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.