Skip to content

ยาหัวใจ (ตอน 1)

November 10th, 2014

Webmaster

ยาหัวใจ (ตอน 1)

ยาที่ใช้ในการรักษาโรคหัวใจ  มีหลายประเภท  ถ้าใครเป็นผู้ป่วยหัวใจแล้วได้รับยาตั้งแต่ 2 ชนิดขึ้นไป ยาเหล่านั้นอาจให้ฤทธิ์ทั้งส่งเสริมกันหรือต้านกันก็ได้  ส่วนผลลัพท์จะเป็นผลดีหรือผลเสียจากอาการข้างเคียงก็ไม่แน่ ขึ้นอยู่กับ…..ดวงใครดีได้  ดวงใครร้ายเสีย…….หรืออะไรทำนองนั้น   ยาที่ใช้กันบ่อยๆ  ในผู้ป่วยโรคหัวใจ เช่น ยาต้านเกล็ดเลือด   มีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เลือดจับตัวกันเป็นก้อนลิ่มเลือดอุดตันหลอดเลือดได้ง่าย ยาละลายลิ่มเลือด    ในคนที่มีลิ่มเลือดอุดตันในหลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจหรือหลอดเลือดสมองแล้ว  อาจจะจำเป็นต้องได้รับยาเหล่านี้เพื่อละลายลิ่มเลือดเหล่านั้น ทำให้เลือดกลับมาเลี้ยงหัวใจหรือสมองได้เป็นปกติ …….

ยาชนิดนี้มีราคาแพง ซึ่งหมอมักจะมาพูดอธิบายกับญาติและผู้ป่วยก่อนให้ดี เพราะถ้าใครโชคร้ายหลังได้ยานี้แล้วอาจมีเลือดออกในสมองทำให้เป็นอัมพาต หรือเสียชีวิตได้

ยาขยายหลอดเลือด  มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือดส่วนต่างๆ ของร่างกาย ยาเหล่านี้มีฤทธิ์ในการขยายหลอดเลือดของอวัยวะต่างๆ ไม่เหมือนกัน ยาที่ใช้ขยายหลอดเลือดหัวใจโดยใช้อมใต้ลิ้นหรือรับประทานนั้นจะออกฤทธิ์ทำให้หลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจขยายใหญ่ขึ้นและลดอาการเจ็บแน่นหน้าอกและลดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้  …บางคนก็โชคไม่ดีเหมือนกัน ยานี้จะไปขยายหลอดเลือดในสมองด้วยทำให้เกิดอาการปวดศีรษะมาก …. หรือคนที่โชคร้ายหนักยิ่งขึ้น คือ แทนที่ยาจะขยายแต่หลอดเลือดในหัวใจกลับขยายหลอดเลือดทั่วทั้งตัว  ทำให้ผู้ใช้ยามีอาการหน้ามืด  เป็นลมหรือหมดสติได้

ยาลดความดันในหัวใจ   มักจะให้ผู้ป่วยที่มีภาวะหัวใจล้มเหลว ยาเหล่านี้ทำให้ความดันในหัวใจลดลง  หัวใจจึงไม่ต้องทำงานหนักมากนัก  แต่ก็อาจมีผลข้างเคียงที่ทำให้ไตเสื่อมลงได้

ยาควบคุมความดันโลหิต  ทำให้ความดันโลหิตของผู้ที่ได้รับยาลดต่ำลง  และยาบางตัวจะช่วยหัวใจให้ไม่ต้องทำงานหนัก ยาเหล่านี้อาจออกฤทธิ์โดยการขยายหลอดเลือดหรือลดแรงการบีบตัวของหัวใจร่วมด้วยก็ได้  ยากลุ่มนี้มีข้อดีมากมาย แต่มีผลเสียได้หลายลักษณะในผู้ป่วย (หรือหมอ) ที่ดวงไม่ดี

ยาลดไขมัน เนื่องจากภาวะไขมันในเลือดสูงนั้นทำให้เกิดโรคหลอดเลือดตีบและตันได้ง่าย  ดังนั้นผู้ที่มีโรคเหล่านี้จึงสมควรควบคุมอาหารที่มีไขมันสูงพร้อมกับรับประทานยาลดไขมันโดยเฉพาะกลุ่มยา  statin  ซึ่งมีฤทธิ์ในการลดระดับคลอเรสเตอรอลในเลือดได้เป็นอย่างดี เพื่อลดโอกาสที่หลอดเลือดตีบตันลง  ซึ่งผลข้างเคียงของยากลุ่มนี้ คือ อาจทำให้เกิดตีบตันหรือกล้ามเนื้ออักเสบ  มีอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อหรืออ่อนเพลียได้และในบางครั้งยังทำให้เกิดนิ่วในถุงน้ำดีด้วย

ยาควบคุมระดับน้ำตาล  เช่นเดียวกับภาวะไขมันในเลือดสูง  คนที่เป็นเบาหวานหรือมีน้ำตาลในเลือดสูง เสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดตีบ ดังนั้นผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจตีบและเป็นเบาหวาน จึงมักได้รับยาควบคุมระดับน้ำตาลร่วมด้วย ผู้ป่วยกลุ่มนี้มักมีน้ำหนักมากกว่าปกติ และชอบรับประทานอาหารหวาน (และไม่ยอมรับว่ารับประทานอาหารมากกว่าคนทั่วๆ ไป)

กลุ่มยาควบคุมการเต้นของหัวใจ   ยากลุ่มนี้มีทั้งควบคุมให้หัวใจเต้นช้าลงหรือทำให้หัวใจเต้นเร็วขึ้น  แล้วแต่ความผิดปกติที่ผู้ป่วยเป็น  ถ้าให้ขนาดไม่พอดีอาจทำให้หัวใจเต้นช้ากว่าปกติ  เกิดอาการหน้ามืดเป็นลมหรือหมดสติก็ได้

ยาบำรุงรักษาหลอดเลือด  ในขณะนี้มีข้อมูลที่พบว่า วิตามินบางชนิดสามารถบำรุงรักษาหลอดเลือดไม่ให้เสื่อมเร็วกว่าปกติ  ในขณะที่มีงานวิจัยบางโครงการพบว่า วิตามินบางประเภทที่นิยมรับประทานกันเพื่อลดความชรา อาจทำให้ยาหัวใจบางชนิดออกฤทธิ์ไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร  ดังนั้นการรับประทานวิตามินเสริมกันเองในปริมาณที่มากๆ โดยไม่รู้จริงแล้ว บางครั้งทำให้เกิดผลเสียได้เช่นกัน

จะเห็นได้ว่า ยาหัวใจมีอยู่หลายชนิด ผู้ป่วยส่วนใหญ่โดยเฉพาะคนที่น้ำหนักมากและไม่ค่อยได้ออกกำลังแถมยังชอบรับประทานอาหารตามใจปากนั้น มักจะได้รับยาหลายๆ ประเภท ยาเหล่านี้จะออกฤทธิ์ตีกันไปมา ทำให้ต้องได้รับยาแก้ผลข้างเคียงเหล่านั้นเพิ่มขึ้นไปอีก

ลองสำรวจตัวเองดู….. ถ้าได้รับยาหลายชนิด แสดงว่าไม่ค่อยได้ดูแลตนเองเท่าไร  ต้องใช้ยามากและเกิดผลข้างเคียงจึงให้ยาเสริมกันเข้าไปอยู่เรื่อยๆ เพื่อแก้ไขอาการข้างเคียงที่เกิดขึ้น  ส่วนคนที่ออกกำลังกายสม่ำเสมอและรับประทานอาหารแต่พอเพียง น้ำหนักตัวไม่มาก ถึงแม้จะเป็นโรคหัวใจแต่ก็ไม่ต้องรับประทานยามากนัก (แต่ก็มักจะ 4 – 5 ชนิดขึ้นไป!!)

มีผู้ป่วยเป็นผู้หญิงคนหนึ่งอายุประมาณเกือบ 70 ปี มาด้วยเรื่อง เหนื่อยมากกว่าปกติให้ประวัติว่า ไม่เคยมีอาการเหนื่อยหรือแน่นหน้าอกมาก่อน มีแต่ความดันสูงกว่าปกติเล็กน้อย คือ ประมาณ 150 / 100 มิลลิเมตรปรอท  รูปร่างสมบูรณ์  น้ำหนักค่อนข้างมากประมาณ 70 กว่ากิโลกรัม สูงเพียง 150 เซนติเมตร และมีน้ำตาลในเลือดสูงมาก  เมื่อตรวจร่างกายนอกจากเรื่องความดันสูงแล้ว ไม่พบว่ามีภาวะผิดปกติอื่นๆ ชัดเจน

ผู้ป่วยบ่นว่า ไปพบแพทย์ มาหลายท่านและได้รับคำแนะนำทำให้รับประทานยารวมทั้งวิตามินต่างๆ และยาร่วม 20 ชนิด ทำให้ไม่สามารถรับประทานอาหารได้ น้ำหนักตัวกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ  จึงมาปรึกษาว่า ยาเหล่านั้นทำให้เธออ้วนหรือเปล่า?…….  อยากจะหยุดยา……… (ผมได้แต่คิดในใจว่า เธอน่าที่จะอยากหยุดรับประทานอาหารมากกว่า!!….)
เมื่อได้ดูยาที่เธอรับประทานแล้วไม่พบว่า มียาตัวใดที่ทำให้เธออ้วนเพราะเธอได้เพียงยาลดความดันโลหิต และยาควบคุมระดับน้ำตาล (ซึ่งเดาจากรูปร่างเธอก็รู้ได้ว่า ไม่มียาใดที่จะคุมระดับน้ำตาลให้เธอได้)  ที่เหลือเป็นวิตามินต่างๆ อีกกว่า 10 ชนิด (แท้จริงแล้วเธอรับประทานเองทั้งสิ้น…..บางชนิด เช่น อาหารเสริม  อาหารธรรมชาติ ที่มาทำเป็นเม็ด)  ผมจึงแนะนำไปว่า ถ้าเธอสามารถออกกำลังกายสม่ำเสมอและลดน้ำหนักได้โดยการควบคุมอาหารแล้วผมอาจลดยาลง

โชคดีที่เธอเชื่อฟังคำแนะนำ  ยอมออกกำลังกายเป็นประจำ  รวมทั้งรับประทานอาหาร “แต่พอหายหิว”   หลังจากพบกันอีกครั้งสองเดือนให้หลัง  น้ำหนักตัวหายไป 5 กิโลกรัม  ความดันและน้ำตาลในเลือดอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก ผมจึงได้ลดยาต่างๆ ของเธอลงเกือบหมด เหลือเพียง 4 – 5 ชนิด  ซึ่งเป็นยาที่จำเป็นในการควบคุมระดับน้ำตาลและความดันโลหิตของเธอเท่านั้น!!

นิธิ มหานนท์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใครเลี้ยงไข้
ยาขยายหลอดเลือดหัวใจ
Anger and heart disease
The end of the heart
ใจสั่น.....ใจเต้น.....ใจหวิวๆ
Heart and Nuts


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.