Skip to content

หัวใจหล่นไปที่ตาตุ่ม

December 1st, 2014

Webmaster

หัวใจหล่นไปที่ตาตุ่ม

โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นโรคที่พบได้บ่อยเมื่ออายุมากขึ้น ดังนั้นจึงเป็นโรคที่จัดได้ว่า ปัจจัยหนึ่งที่ก่อให้เกิดความเสื่อมตามอายุขัย (ซึ่งเป็นธรรมดา) แต่ทั้งนี้ก็ต้องแล้วแต่เหตุและปัจจัยด้วยนะครับ  ถ้าใครกำเนิดมาดี (เฉพาะเกี่ยวกับโรคหัวใจนะครับ…… เพราะสำหรับคนที่เกิดมาแล้วร่ำรวย กินดีอยู่ดีแต่ไม่สนใจสุขภาพอาจจะมีโอกาสเป็นโรคหัวใจเพิ่มขึ้น) คือ ไม่มีประวัติครอบครัวเป็นโรคหัวใจ รวมทั้งปฏิบัติดี เช่นรับประทานแต่พอเหมาะ ออกกำลังกายประจำ ไม่สูบบุหรี่ ตรวจสุขภาพสม่ำเสมอ และถ้ามีโรคภัยไข้เจ็บก็ติดตามการรักษาเป็นประจำ ก็จะส่งเสริมให้โรคหัวใจและหลอดเลือดเกิดช้าขึ้น (หรือไม่เกิด)

แต่พูดไปแล้ว อายุที่มากขึ้นใช้ว่าจะมีแต่โรคหัวใจเท่านั้นที่เข้ามาเยี่ยมเยือน ปัญหาหลายชนิดที่เกิดขึ้นพร้อมกับวัยที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่แต่โรคภัยไข้เจ็บเท่านั้น ถ้าไม่มีการเตรียมพร้อมต่อสังขารที่เปลี่ยนไปแล้ว อันตรายก็อาจจะมาถึงตัว บางทีอันตรายนั้นอาจจะมากกว่า หรือมีผลต่อคุณภาพชีวิตมากกว่าโรคหัวใจด้วยซ้ำไป!!

ผมดูแลคนไข้คนหนึ่งมานาน อายุคุณลุงปัจจุบันก็ 84 ปีแล้วครับ เจอกันสม่ำเสมอทุก 2-3 เดือนมาเป็น 10 ปีหลังจากที่ผมใช้บอลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจให้ วันนี้คุณลุงก็มาตามนัดพร้อมลูกสาว (แต่ก็ไม่สาวแล้ว…… คือ เคยสาวเมื่อ 10 ปีก่อนหน้านี้)

“สบายดีหรือเปล่าครับ ไม่เจอกันหลายเดือน” ผมถามคุณลุงหลังจากที่ดูแฟ้มประวัติก็น่าจะดี เพราะที่คุณพยาบาลผู้ช่วย ลงบันทึกผลเลือด น้ำหนักตัว และสัญญานชีพ ทุกอย่างดูดีไปหมด

“โอ๊ย!…. (เป็นเสียงของลูกสาวครับ ไม่ใช่เสียงของคุณลุง) คุณพ่อน่ะสบายดีค่ะ แต่ดิฉันซิคะ หัวใจจะหล่นไปที่ตาตุ่ม”

เอาละซิ โรคนี้ผมก็ไม่มีความเชี่ยวชาญเสียด้วย แต่จะตอบไปอย่างนั้นก็เสียฟอร์ม แพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องโรคหัวใจได้ เลยซักไปซักมาปรากฏว่า ที่หัวใจคุณลูกสาวจะหล่นไปที่ตาตุ่มนั้น เหตุเป็นเพราะเมื่อเช้าก่อนที่จะออกเดินทางจากบ้านมาพบผมตามนัดนั้น คุณลุง เดินจะไปขึ้นรถ แล้วปรากฏว่าเกิดสะดุด (ซึ่งก็ไม่รู้สะดุดอะไร เพราะเป็นทางราบๆ) โชคดีที่หลานที่เดินอยู่ใกล้ๆ คว้าไว้ได้ทัน

“ดิฉันใจหายหมดเลยค่ะ (นอกจากใจหล่นไปอยู่ผิดที่แล้ว ยังจะหายไปอีกด้วย!) เพราะถ้าจับไม่ทัน หัวกระแทกพื้น คราวนี้ล่ะสงสัยได้อยู่ใกล้คุณหมอนานเลย” (คุณลูกสาวน่าจะบอกตั้งแต่ 10 ปีก่อน)

ย้อนถามไปปรากฏว่าช่วงปีนี้ คุณลุงเดินไม่ค่อยมั่นคงเหมือนเคย ก้าวขาดูเหมือนจะลำบากขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเวลา ต้องก้าวขึ้นที่สูงเช่นบันได จะลุกจะนั่งก็ลำบากกว่าเดิม ก็เลยให้คนคอยดูแลเวลาเดินไปไหนมาไหน

ลองนึกๆดูแล้ว คนไข้ของผมหลายคนทีเดียวที่ดูแลกันมานานๆ หัวใจแข็งแรงดีอยู่ (เหมาะสมกับวัย) พออายุมากขึ้น ดูเหมือนจะมีปัญหาเรื่องจะหกล้มกันอยู่ไม่น้อย ตามสถิติของประเทศทางซีกโลกตะวันตกพบว่า 1 ใน 3 ของผู้สูงอายุ เคยหกล้มหรือเกือบจะหกล้ม ซึ่งปัญหาหลังจากหกล้มนั้นก็คือ ปัญหาทางสุขภาพอีกมากมาย เช่น กระดูกหัก หรือถ้าไม่หักก็เกิดกล้ามเนื้อหรือเอ็นอักเสบ เกิดแผล หรืออาจรุนแรงมากขึ้น เช่น เลือดออกในเยื่อหุ้มสมอง เป็นต้น

ไม่ว่าจะเกิดอะไรก็ตาม การรักษาก็จะยากกว่าคนอายุน้อยหลายเท่า โดยเฉพาะถ้ามีโรคหัวใจและจำเป็นต้องผ่าตัด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อะไรก็ไม่เท่ากับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่ต้องเสียไป เลยมีการศึกษาวิจัยมากมาย เพื่อดูว่ามีวิธีใดบ้างที่จะทำให้ปัญหาของการหกล้มในผู้สูงอายุลดลง พบว่า สาเหตุที่ทำให้เกิดการหกล้มในผู้สูงอายุมีได้หลายสาเหตุ และการดูแลป้องกันก็จะต่างกันออกไป สรุปได้คร่าวๆ ดังนี้

ความผิดปกติที่มีส่วนทำให้หกล้มเกิดจากหลายระบบ เช่น

ระบบตา – เช่น สายตาผิดปกติ ปรับการมองเห็นได้ไม่ดี

ป้องกันได้โดยจัดส่งแวดล้อมที่บ้านให้เหมาะสม เช่น แสงสว่าง

ระบบประสาทและการทรงตัว – การรับรู้ความรู้สึกและการตอบสนองต่อสิ่งต่างๆลดลง การทำงานของสมองลดลง  สูญเสียการทรงตัว

ถ้าเป็นเช่นนี้ควรเข้าโปรแกรมการฝึกการทรงตัวจากแพทย์

กล้ามเนื้อและกระดูก – กล้ามเนื้อลีบเล็กและติดยึด การทำงานประสานกันของระบบกล้ามเนื้อและข้อต่อเป็นไปอย่างลำบากมากขึ้น กระดูกบางและเสื่อม

เรื่องนี้แก้ไขและป้องกันโดยออกกำลังกายเพื่อความแข็งแรง ทนทานของกล้ามเนื้อและการทรงตัว ควรเลือกใช้เครื่องช่วยเดินที่เหมาะสม

หัวใจและหลอดเลือด – เวียนศรีษะโดยเฉพาะเมื่อมีการเปลี่ยนท่าทาง

ซึ่งอาจป้องกันโดยปรับท่าทางในการดำรงชีวิตประจำวันให้เหมาะสม  ใส่ถุงน่องพิเศษ

การเดิน – เปลี่ยนไปเนื่องจากหลายสาเหตุดังกล่าวข้างต้น ทำให้เดินไม่มั่นคง เดินก้าวสั้น ยกเท้าพ้นพื้นได้ไม่มาก

เรื่องนี้ต้องฝึกออกกำลังกาย  ฝึกเดิน

ยาที่รับประทาน – ยาหลายชนิดอาจจะมีผลต่อระบบหัวใจและหลอดเลือด ความรู้สึกตัวและการทรงตัว

ถ้าเป็นเช่นนี้ต้องพบแพทย์

 

จะเห็นได้ว่า ปัญหาเรื่องการหกล้มของผู้สูงอายุเป็นปัญหาที่ไม่ได้เนื่องมาจากสาเหตุเดียว แต่เนื่องมาจากหลายๆสาเหตุ ซึ่งบางครั้งจะต้องอาศัยการทำงานร่วมกันระหว่างแพทย์หลายสาขา อย่างไรก็ดี จะเห็นได้ว่าสิ่งหนึ่งที่ผู้สูงอายุสามารถปฏิบัติได้นอกเหนือไปจากปรึกษาแพทย์ ก็คือ  การปรับสภาพแวดล้อมในบ้านให้เอื้ออำนวยต่อการดำรงชีวิต เช่น ไม่ควรวางของเกะกะ ติดไฟให้สว่าง พื้นบ้านถ้าปรับได้ปรับให้ไม่มีระดับมากนัก และ ควรจัดทำราวที่จับเพื่อช่วยพยุง โดยเฉพาะในห้องน้ำ

 

ผู้สูงอายุทำอะไรก็ให้ช้าลง โดยเฉพาะการลุกนั่ง ยืน เดิน (ต้องฝึกให้มีสติอยู่กับตัวตลอดเวลาถึงจะทำได้ทุกๆ ครั้งไป!!) มีผู้สูงอายุหลายคนที่ ก้มตัวลงหยิบของ หรือนั่งอยู่แล้วลุกขึ้นอย่างรวดเร็ว เกิดอาการหน้ามืด เลยพาลจะหกล้ม ทั้งนี้เป็นเพราะการปรับตัวของหลอดเลือดและความดันโลหิตไม่ทันใจของผู้สูงอายุ การเปลี่ยนท่าทางอย่างรวดเร็ว จึงไม่ควรทำ ควรลุก นั่งยืน เดินอย่างมีสติครับ…. สำหรับท่าที่ก้มๆเงยๆ (เช่น ท่ากายบริหาร ที่เอามือแตะที่ปลายเท้าสลับกันไปมา) ควรหลีกเลี่ยง

สำหรับการออกกำลังกายสม่ำเสมอ ในที่นี้ประกอบไปด้วย

การออกกำลังกายเพื่อยืดคลายกล้ามเนื้อ (stretching exercise) การที่กล้ามเนื้อและข้อต่อไม่ได้มีการเคลื่อนไหวเพื่อยืดคลายกล้ามเนื้อ จะทำให้เกิดการปวด ติดยึดของกล้ามเนื้อและข้อ ซึ่งมีผลทำให้เคลื่อนไหวลำบาก หกล้มง่าย ตัวอย่างการออกกำลังกายประเภทนี้ คือ การรำมวยจีน หรือโยคะ นั่นเอง

การออกกำลังกายเพื่อเสริมความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและการฝึกการทรงตัว ทั้งนี้เพราะกล้ามเนื้อที่แข็งแรงขึ้น และการทรงตัวที่ดีจะทำให้การเคลื่อนไหวเป็นไปได้ดียิ่งขึ้น ไว้ผมจะเล่าเรื่องนี้ให้ฟังอีกทีวันหลังนะครับ แต่ตัวอย่างก็คือ การยกน้ำหนักเบาๆ และท่าบริหารบางท่าที่เพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อที่ใช้ในการทรงตัว

การออกกำลังกายเพื่อความทนทาน เป็นการออกกำลังกายเพื่อให้สุขภาพร่างกายและหัวใจแข็งแรงมากขึ้น ซึ่งก็ควรออกกำลังแบบแอโรบิก เช่น การเดิน ว่ายน้ำ ถีบจักรยาน ที่ทำอย่างต่อเนื่องกัน 20 – 30 นาทีเช่นกัน

นอกจากนี้ การศึกษาวิจัยพบว่า ผู้สูงอายุที่ active อยู่สม่ำเสมอ โอกาสที่จะล้มก็ลดลงแต่ว่าต้องให้ถูกหลักด้วยนะครับ

 

ดังนั้น ถึงแม้หัวใจจะแข็งแรง ก็ยังไม่พอครับ กล้ามเนื้อและการทรงตัวต้องดีด้วยครับ ไม่อย่างนั้นอาจจะทำให้หัวใจของผู้ใกล้ชิด หรือตนเองอาจจะหล่นไปอยู่ผิดที่ได้ อย่างเช่น คนไข้ของผมคนนี้ไงครับ!!

นิธิ มหานนท์

บทความที่เกี่ยวข้อง

การสวนหัวใจ
อาหาร....ความอ้วน...โรคหัวใจ
โรคหัวใจกับการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
จิต หรือ ใจ
เหล้าใหม่ในขวดเก่า
ภาวะติดเชื้อที่ลิ้นหัวใจ


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.