Skip to content

เตรียมใจเดินทาง

January 26th, 2015

Webmaster

เตรียมใจเดินทาง

เมื่อตอนปลายปี 2548 ผม ภรรยาและลูกสาว มีโอกาสได้เดินทางไปพักผ่อน (นานๆ ครั้ง) ที่ประเทศเนปาล  โดยได้รับความกรุณาจากศรัทธาทัวร์เป็นผู้จัดรายการเดินทาง (ตามคำขอของผม) ให้  มีผู้ร่วมไปในกลุ่มทัวร์ทั้งหมด 5 คน

สถานที่ที่ขอให้เขาจัดไปชม  ผมขอไปว่าให้เป็นอะไรประเภทที่ไม่เกี่ยวกับ “เรื่องของหัวใจ” เลย ขอไปดูธรรมชาติ………. ขอไปดูคน…….. ขอไปดูบ้านเมืองเนปาล

แต่การจะไปเที่ยวเดินทางให้สนุก ผมได้เตรียม “ใจ” และเตรียม “กาย” ไว้อย่างดี ด้วยการออกกำลังกายที่ถูกวิธีดังนี้ครับ

ยืดคลายกล้ามเนื้อ เอ็นและข้อต่อ (Stretching) อันนี้ทำให้ผมไม่ปวดไม่เมื่อย หลังจากนั่งเครื่องบิน รถโดยสายนานๆ หรือเวลาต้องนอนที่นอนโรงแรมที่ทั้งหมอน ทั้งเบาะนิ่มเกินกว่าที่เคย  นี่คือ ข้อเสียของการนอนผิดที่  การยืดคลายกล้ามเนื้อนี้ อาจทำได้โดยการบริหารท่าต่างๆ ทำช้าๆ (ตามที่นักกายภาพหรือหมอฟื้นฟูสมรรถภาพ (Rehab.) แนะนำ) หรือการเล่นโยคะและรำมวยจีน ไทเก็ก
ออกกำลังแบบแอโรบิก  ซึ่งคือการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดใหญ่ๆ ซ้ำแล้วซ้ำอีกอย่างต่อเนื่อง 20 – 30 นาที ทำได้หลายวิธี เช่น เดิน วิ่ง ว่ายน้ำ เต้นแอโรบิก เต้นรำ หรือแกว่งแขน เป็นต้น   วิธีนี้จะทำให้หัวใจ ปอดและหลอดเลือดแข็งแรง   เดินเที่ยวได้ไกลๆ ไม่เหนื่อย   ปีนขึ้นภูเขา   ขึ้นที่สูงได้โดยไม่รู้สึกเหนื่อย
ส่วนที่สามของการเตรียมตัว คือ การออกกำลังต้านแรงเสียดทาน (Resistant training exercise) ทำแบบนี้เพื่อเพิ่มความแข็งแรงของกล้ามเนื้อ ซึ่งอาจจะทำได้โดยการยกน้ำหนัก (เบาๆ) ใช้เครื่องออกกำลังกายต่างๆ ในห้องยิมหรือการรำท่ามวยจีน ไทเก็กบางท่า   การออกกำลังกายโดยการยกน้ำหนักและใช้เครื่องมือในห้องยิมนั้น ควรได้รับการแนะนำที่ถูกวิธี ไม่เช่นนั้นอาจเกิดการบาดเจ็บของเอ็นและกล้ามเนื้อได้

คนที่มีปัญหาหัวใจหรือมีความเสี่ยงต่อโรคหัวใจนั้น การออกกำลังกายส่วนที่สามจะมีประโยชน์มาก แต่ต้องได้รับการแนะนำดูแลใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญเรื่องหัวใจ

การออกกำลังแบบ Resistant Training จะทำให้การเดินทางท่องเที่ยวสนุกขึ้นเพราะท่านจะแบกของ
ช้อปปิ้งได้หนักๆ แบกกล่องโตๆ หนักๆ ได้โดยไม่ปวดไม่เมื่อย และยังจะรับประทานอาหารได้มากกว่าคนอื่นโดยน้ำหนักไม่ขึ้นอีกด้วย

ทั้งนี้เพราะกล้ามเนื้อที่เพิ่มขึ้นจากการออกกำลังวิธีนี้ มีการเผาผลาญพลังงานได้มากและดีกว่าเนื้อเยื่ออื่นๆ ของร่างกายโดยเฉพาะไขมัน
ที่สำคัญ คือ การออกกำลังกายทั้ง 3 ส่วนนั้น ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ อย่างน้อยสักเดือนสองเดือนก่อนเดินทางนะครับ…….  สำหรับคนที่มีปัญหาเรื่องโรคหัวใจหรือมีความเสี่ยงก็อย่าลืมปรึกษาผู้รู้ (ที่รู้และปฏิบัติจริงๆ ด้วย!!)

ผมและคณะเดินทางถึงสนามบิน ที่เมืองกักมันฑุ เมืองหลวงของประเทศเนปาล เวลาบ่ายๆ ….. อ้อ! ลืมบอกไปว่า ก่อนลงที่สนามบิน  ผมนั่งทางฝั่งขวาของเครื่องบินจึงได้มองเห็นยอดเขาเอฟเวอเรสต์  ซึ่งเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในโลก

น่าสนใจที่ยอดเขาที่สูงที่สุดในโลกกลับถูกคนพิชิต ปีนขึ้นไปเหยียบยอดสูงนั้นมาแล้ว  แต่ยอดที่สูงรองลงมาอีกหลายๆ แห่งกลับยังไม่เคยมีใครได้ขึ้นไป

……อันนี้ก็คงเหมือนกับคนอยู่สูงเป็นจุดเดิม ชอบมีคนคอยเฝ้าดู  จ้องอิจฉาริษยา (ไว้ถ้ามีโอกาสจะเขียนเล่าให้ฟังว่าการอิจฉา ริษยา อาฆาตพยาบาทนั้น ทำร้ายหัวใจอย่างไรนะครับ) อยากเหยียบย่ำ  ทำลาย ส่วนคนที่อยู่สูงรองๆ ลงมาไม่ค่อยมีใครสนใจ

เหมือนกับที่โบราณว่า…… จงทำดีแต่อย่าเด่นจะเป็นภัย

เมื่อถึงที่สนามบิน ก็มีความรู้สึกว่า ตัวสนามบินค่อนข้างล้าสมัย แต่สะอาดสะอ้านระหว่างทางที่ไปโรงแรมมีผู้คนแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสีสดใสเยอะแยะไปหมด แต่ข้างๆ ทาง บ้านเรือนดูเก่าและโทรม แต่กลับสะอาดเมื่อเทียบกับจำนวนคนที่เดินไปเดินมาในถนน

ผมได้พบไกด์เป็นชาวเนปาล ชื่อ คุณราชา นามสกุล ศากยะ  ซึ่งเป็นเชื้อสายของพระพุทธเจ้าเราซึ่งทำให้ผมมีความรู้สึกไปด้วยว่า คุณราชา ไกด์ของเรามีหน้าตา บุคลิกที่ใจดีและอ่อนโยน คงมียีนส์ (หน่วยพันธุกรรม) เหมือนพระพุทธเจ้าบ้างไม่มากก็น้อย!!!
บ่ายวันแรกผมไปดูเจดีย์ ………. ซึ่งเป็นเจดีย์ใหญ่ มีฐานกว้างมาก มีชาวบ้านเดินวนเวียนกันอย่างมีระเบียบ

ทีแรกผมนึกว่า เป็นนักท่องเที่ยวเขามาเดินชมเจดีย์ ซื้อของที่ระลึกเหมือนพวกเรา แต่พอไปใกล้ๆ ก็ได้รู้ว่า แต่ละคนเดินสวดมนต์  วนไปรอบๆ จึงถามไกด์และได้ความว่า คนที่เดินอยู่รอบๆ นั้นเป็นชาวบ้านธรรมดาที่มาเดินสวดมนต์รอบๆ พระเจดีย์นั้น  ซึ่งครั้งหนึ่งเขาเดินกันหลายๆ สิบรอบรวมเป็นระยะทางร่วม 3 – 5 กิโลเมตร

ดูๆ จึงคิดเองว่า คงเหมือนกับการเดินเวียนเทียนของบ้านเรา  แต่เขาทำกันเป็นประจำทุกวัน การที่เดินไปสวดมนต์ไปของชาวเนปาลนี้นับเป็นอุบายที่ดี  ทำให้จิตมีสมาธิเข้มแข็ง  ในขณะเดียวกันการเดินร่วม 3 – 5 กิโลเมตรนั้น ก็ทำให้ร่าง “กาย” แข็งแรงด้วย

หลังจากนั้นผมก็ได้มีโอกาสออกไปชมตามเมืองในชนบท ดูพระอาทิตย์ขึ้นจากเทือกเขาหิมาลัยและพักค้างคืนในป่า “จิตวัน” ก็พบชาวบ้านเดิน…… เดินและเดิน  ทั้งขึ้นทั้งลงเขา  บางครั้งแวะสถานที่ ทางศาสนาก็พบแต่คนเดินสวดมนต์เต็มไปหมด

แม้กระทั่งช้างที่ผมและครอบครัวกับคณะนั่งชมป่าจิตวัน เพื่อชมแรดและสัตว์ต่างๆ ก็ยังเดินขึ้นเขาลงเนิน บุกป่าได้อย่างไม่เหน็ดเหนื่อย……. ที่ผมไม่รู้ คือว่า ขณะที่ช้างเดินพาเราไปในป่านั้นมันสวดมนต์ (ไล่ของหนักๆ บนหลังมัน) ไปด้วยหรือเปล่า
ก่อนจะกลับวันสุดท้าย อยู่ในเมืองหลวงก็มีโอกาสได้นั่งจักรยานสามล้อ (ถีบ) ชมรอบๆ เมือง ซึ่งคนถีบก็เป็นชาวบ้านตัวเล็กๆ แต่คงต้องแข็งแรงมากเพราะต้องพาเรา (คันละสองคน) ที่นั่งข้างหลังขึ้นเนินลงเนินตลอดเวลา รวมๆ แล้วร่วมชั่วโมงเศษ  ผมไม่รู้เหมือนกันว่า เขาสวดมนต์ รวบรวมสมาธิไปด้วยหรือเปล่า เพราะเขาต้องคอยหาเส้นทางหลบหลีกการประท้วงซึ่งมีอยู่พอดีในช่วงนั้น  ซึ่งพวกเราก็ช่วยลุ้นไปด้วยตลอดเวลา

ในที่สุด ทุกคนก็ได้เที่ยวได้ชมเมือง “เนปาล” อย่างมีความสุข ……  ดังนั้น ไม่ว่าคนดีหรือคนไข้ ที่มักจะชอบถามผมว่าเดินทางได้ไหม? ….. ก็คงจะได้คำตอบว่า …… ถ้าท่านเตรียมตัวเตรียมกายให้ดีท่านก็จะเที่ยวได้……. เดินทางได้อย่างมีความสุข สนุกสนานครับ….

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

เซลต้นกำเนิด
ไขมันเท่าไหร่ถึงจะดี
การเดินถ่วงน้ำหนักที่ข้อเท้าหรือข้อมือไม่มีประโยชน...
Heart-healthy food
The D Element
A heart-stopping story


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.