Skip to content

หลอดเลือดโป่งพอง

March 2nd, 2015

Webmaster

หลอดเลือดโป่งพอง

ถ้าหัวใจเปรียบเสมือนปั๊มสูบฉีดน้ำ  ท่อน้ำใหญ่ที่ออกจากหัวใจเป็นหลอดเลือดแดงที่เราเรียกว่า “หลอดเลือดแดงใหญ่” (Aorta) ซึ่งถูกกั้นกับหัวใจด้วยลิ้นหัวใจ (Heart valve) ที่เรียกว่า “ลิ้นหัวใจเอออร์ติก” (Aortic valve)

หลอดเลือดแดงใหญ่นี้ ไม่ต้องบอกก็คงพอเดากันได้ว่า เป็นหลอดเลือดที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในร่างกาย มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 – 3 เซนติเมตร ซึ่งต้องมีผนัง (Wall) ที่แข็งแรงและยืดหยุ่นดีมากเพราะต้องรับแรงดันของเลือดที่ออกมาจากหัวใจโดยตรง

หลอดเลือดแดงใหญ่ที่ออกจากหัวใจนี้ จะพุ่งขึ้นข้างบนเพื่อให้แขนงออกไปเลี้ยงอวัยวะส่วนบน (ศีรษะและแขน) แล้วจึงโค้งกลับลงไปด้านล่าง เกือบๆ กึ่งกลางช่องทรวงอก  ผ่านกระบังลมลงไปในช่องท้องแล้วจึงแยกแขนงไปเลี้ยงขาทั้งสองข้าง (ถ้าใครมี 3 ขาหรือมีหางด้วยก็ต้องแยกออกเป็น 3 หรือ 4 แขนง ตรงนี้แหละครับ!!!)

นอกจากนี้ ระหว่างทางที่หลอดเลือดแดงใหญ่ทอดตัวอยู่ในทรวงอก และช่องท้องก็ยังให้แขนงออกไปเลี้ยงอวัยวะต่างๆ ระหว่างทาง เช่น ปอด, กระเพาะอาหาร, ลำไส้ และไต เป็นต้น

เนื่องจากผนังหลอดเลือดแดงใหญ่นี้ต้องรับแรงดันเลือดที่สูงอยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะอย่างยิ่งในคนที่มีภาวะความดันโลหิตสูงเรื้อรังหรือคนที่มีความดันโลหิตสูงมากๆ ผนังหลอดเลือดแดงใหญ่จึงอาจเกิดการโป่งพองออกได้!!!

ผนังหลอดเลือดบริเวณที่โป่งพองออกนั้นก็จะบางลงเหมือนกับลูกโป่งที่โดนเป่าลมหรือใส่น้ำเข้าไปมากๆ แล้วมีขนาดโตขึ้นเรื่อยๆ  เมื่อถึงจุดหนึ่ง ลูกโป่งนั้นก็อาจจะแตก

ลองนึกภาพที่ท่อน้ำใหญ่แตก หลายๆ คนคงไม่อยากให้หลอดเลือดแดงใหญ่ของเราแตกออกเป็นแน่ เพราะถ้าหลอดเลือดแดงใหญ่แตก ก็จะเป็นภาวะฉุกเฉินมาก ส่วนใหญ่ก็มักจะช่วยชีวิตกันไม่ทัน

อย่างไรก็ตาม คนเรามักจะมีระบบเตือนภัย ถ้าเราเพียงแต่คอยสังเกตุอาการตัวเองบ้างก็อาจจะรักษาชีวิตของตัวเองไว้ได้

เวลาความดันภายในหลอดเลือดแดงใหญ่สูงมากๆ จนทำให้ผนังหลอดเลือดโป่งพองออกนั้น คนไข้มักจะมีอาการเจ็บ ถ้าเกิดในหลอดเลือดแดงที่อยู่ในบริเวณทรวงอกก็จะเจ็บหน้าอก  ถ้าเกิดกับหลอดเลือดแดงใหญ่ที่อยู่ในช่องท้องก็จะปวดท้อง  และบางครั่ง มักจะมีอาการเจ็บร้าวไปที่หลังด้วย เนื่องจากว่าหลอดเลือดแดงใหญ่นี้จะวางทอดติดอยู่ในช่องอกและช่องท้องที่ทางด้านหลัง

ลักษณะความเจ็บ จะเหมือนโดนของมีคมแทง จะมีอาการเจ็บมากที่สุดในตอนแรก แล้วอาการเจ็บนั้นจะเบาลงๆ ต่างจากอาการเจ็บแน่นหน้าอกจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ที่อาการเจ็บหรือแน่นหน้าอกนั้นจะค่อยๆ สะสมมากขึ้นๆ แล้วจะเบาลงเมื่อได้พักหรือได้ยาขยายหลอดเลือด (หรือยาละลายลิ่มเลือด ในกรณีที่มีหลอดเลือดอุดตันถาวร)

เมื่อมีอาการเตือนแล้ว ถ้าไม่ได้รับการรักษาที่ถูกต้อง ความดันโลหิตยังคงสูงอยู่  หลอดเลือดที่โป่งพองนั้นอาจจะปริออก คนที่ยังไม่ได้รับการรักษาผนังหริก็จะมากอาจจะมีการฉีกขาดทำให้เลือดซึมๆ ออกมาอยู่ในช่องอกหรือช่องท้องได้  ซึ่งนับว่าเป็นภาวะที่อันตรายมาก!!!

การรักษาภาวะนี้  สิ่งแรกที่หมอจะต้องรีบทำ คือ  ลดความดันโลหิตลง  แล้วทำการรักษาหลอดเลือดที่โป่งพอง ถ้าโป่งพองมากก็ต้องทำการเปลี่ยนหลอดเลือด เพราะผนังที่โป่งออกมากๆ จะเป็นจุดอ่อนที่อาจจะแตกได้ง่าย  แต่ถ้าการโป่งพองยังไม่มากนัก  ก็รักษาโดยควบคุมความดันโลหิตด้วยยาก็อาจจะเพียงพอ  แต่คนไข้ต้องได้รับการติดตามตรวจดูขนาดของหลอดเลือดแดงใหญ่ที่โป่งพองนั้นอยู่เรื่อยๆ

ถ้าหลอดเลือดแดงใหญ่ที่โป่งพองออกนั้นมีรอยปริหรือฉีกขาดของผนังร่วมด้วยแล้ว ส่วนใหญ่ต้องรักษาด้วยการเปลี่ยนหลอดเลือด……..  ในอดีตการเปลี่ยนหลอดเลือดนั้นทำได้ด้วยการผ่าตัดเท่านั้น !!!!  การผ่าตัดชนิดนี้มีความเสี่ยงสูง  (แต่อย่าลืมว่าถ้าทิ้งไว้เฉยๆ จะเสี่ยงมากกว่า)  เราจะทำกันเฉพาะในรายที่จำเป็น มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจนจริงๆ เท่านั้น

โชคดีที่ในปัจจุบัน เราสามารถเปลี่ยนหลอดเลือดที่โป่งพองมากๆ หรือปริฉีกขาดได้โดยไม่ต้องผ่าตัด  โดยใช้เครื่องมือสอดเข้าไปทางหลอดเลือดที่หน้าขา คล้ายๆ กับการทำบัลลูนขยายหลอดเลือดหัวใจ  ซึ่งวิธีนี้มีความเสี่ยงน้อยกว่าการผ่าตัดมาก  ถ้าทำในรายที่เหมาะสมจะได้ผลดี เพราะผู้ป่วยไม่ถูกผ่าตัด!!!

แต่อย่างไรก็ตามเรื่องที่สำคัญของคนไข้เหล่านี้ คือ ต้องได้รับการควบคุมความดันโลหิตให้อยู่ในเกณฑ์ปกติตลอดเวลา ดังนั้นการติดตามดูแลรักษากับหมอ เพื่อควบคุมความดันโลหิตและปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ ของหัวใจและหลอดเลือด จึงต้องทำอย่างใกล้ตลอดไป……………….

นิธิ มหานนท์

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคหัวใจ
ความไม่เที่ยง...ดีหรือไม่ดี
Costing an arm and a leg
นอนกรนเสี่ยงเป็นโรคหัวใจ หรือไม่?
ลิ่มเลือดในปอด
พอดี และ ดีพอ


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.