Skip to content

ใจ กับ หิน

March 9th, 2015

Webmaster

ใจกับหิน

เรื่องใจหิน  ที่จะเล่าให้ฟังกันคราวนี้ ไม่ใช่เรื่องของคนโหดร้าย หรือคนใจไม้ไส้ระกำ (ใครจะรับประทานผลระกำทั้งลูกเข้าไปอยู่ในท้องในลำไส้ได้???)

…..แต่เป็นเรื่องของ หิน……. หินปูนที่หัวใจครับ

“หินปูน” ที่หัวใจนี้ คือ แคลเซี่ยม แบบแคลเซี่ยมที่กระดูกนั่นเอง!!! …. ถ่ายภาพเอ็กซเรย์แล้วจะเห็นเป็นสีขาวๆ ไงครับ

หินปูนที่หัวใจนี้ อาจเกาะติดอยู่ที่ผนังหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ อาจเกาะติดที่ลิ้นหัวใจ, เยื่อหุ้มหัวใจ หรือผนังหลอดเลือดใหญ่ที่ออกจากหัวใจ

หินปูนกับหัวใจที่กำลังฮิต พูดถึงกันมากในเวลานี้ คือ หินปูนที่เกาะที่ผนังหลอดเลือดที่นำเลือดไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ  ซึ่งเปรียบได้เหมือนกับ “สนิม” ที่เกิดที่ผนังของท่อน้ำ (ที่เป็นโลหะ) ภายในบ้าน

ก่อนที่จะเล่าต่อว่า ทำไมผนังหลอดเลือดถึงมีหินปูนมาเกาะอยู่ได้นั้น ต้องทำความเข้าใจกันด้วยว่า ร่างกายคนเรา อวัยวะต่างๆ ทั้งหัวใจและหลอดเลือดหัวใจนั้น หนีไม่พ้นกฎของธรรมชาติ คือ หลอดเลือดเหล่านี้ก็ประกอบไปด้วย “ธาตุ” ต่างๆ
คือ ธาตุ  ดิน  น้ำ  ลม  ไฟและอากาศ  ถ้าธาตุรวมตัวกันอย่าง “สมดุล” ก็จะทำให้ “เกิด” เป็นร่างกาย  เป็นอวัยวะ  เป็นหลอดเลือดขึ้น

แต่ความ “สมดุล” นั้นตามธรรมชาติ ไม่สามารถคงอยู่ได้ตลอดไป ย่อมเกิดความไม่สมดุล….. คือ ความเสื่อมของร่างกาย  ของอวัยวะ และของหลอดเลือด

ที่แหละครับ คือ ธรรมชาติ…………………..
เกิดขึ้น……… คงอยู่ (อย่างสมดุลและไม่สมดุล…. คือ ความเสื่อม!!)
และในที่สุดก็ต้อง “ดับ” ไป  ทุกอย่างเป็นอนิจจัง คือ ไม่เที่ยง
หินปูนที่ผนังหลอดเลือดหัวใจ ที่เราตรวจวัดได้นั้น คือ เครื่องวัดความเสื่อมของผนังหลอดเลือดครับ!!!

เด็กเกิดมาใหม่ๆ  ถ้าตรวจและวัดด้วยเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์ความเร็วสูง (ที่โฆษณากันว่า 64 Slices… ซึ่งอีกไม่นานจะมี 128 Slices หรือ 64 Slices 2หัว!! ตามมา)  ค่าที่ตรวจวัดได้โดยการดูความหนาแน่น โดยรวมจะมีค่าเป็น 0 (ศูนย์)

แต่เมื่อเราโต (แก่) ขึ้นๆ  ก็ย่อมเหมือนท่อน้ำที่จะเกิดสนิม (ความเสื่อมนั่นเอง!!) ตามผนังได้ แล้วก็เหมือนท่อน้ำยิ่งมีสนิมมากโอกาสยิ่งตีบ ยิ่งตันก็มีมาก

ถ้าหลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจตีบหรือตัน เราก็มีโอกาสเกิดปัญหาเฉียบพลันทางหัวใจ คือ เกิดแน่นหน้าอก  กล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Heart attack)  หัวใจวายหรือหัวใจล้มเหลว หรือหัวใจเต้นผิดปกติและหยุดเต้น (……คือ ดับ) ได้
เครื่องเอ็กซ์เรย์พิเศษนี้ จะวัดปริมาณหินปูนเป็นตัวเลข  เด็กเกิดใหม่ๆ ที่มีหลอดเลือดปกติ ค่าจะเป็นศูนย์เมื่ออายุมากขึ้น  ก็อาจจะพบได้บ้าง แต่ค่าไม่ควรจะเกิน 200 – 400 ยิ่งตัวเลขมากยิ่งมีความเสี่ยงสูง  ยิ่งถ้าเกิน 400 ยิ่งมีความเสี่ยงสูงมากๆ

ค่านี้อาจจะสูงขึ้นๆ ได้ตามอายุที่มากขึ้น (หรือถ้ามองในทางตรงกันข้าม คือ เหลือน้อยลง!!)  ถ้าใครมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด (เพราะหลอดเลือดตีบ) มาก ปริมาณหินปูน (ซึ่งก็คือ คราบสนิมของหลอดเลือด ซึ่งประกอบด้วยไขมัน, หินปูน และเนื้อเยื่อบางอย่างของร่างกาย) ก็จะสูงขึ้นกว่าคนที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง

ปัจจัยเสี่ยงที่ว่า คือ ….. บุหรี่, ระดับไขมันในเลือด (วัดระดับไขมันที่ละลายอยู่ในเลือด แต่ไม่สามารถวัดปริมาณไขมันที่อยู่ในคราบ “สนิม” ที่ผนังหลอดเลือดได้!!), ระดับน้ำตาลในเลือด, ความดันโลหิตสูงขึ้น, ความอ้วน!!, การไม่ออกกำลังกาย, อายุที่สูงขึ้นและเพศชายหรือหญิงหลังหมดประจำเดือน

ของที่เสื่อมไปแล้วเราไม่สามารถทำให้กลับมาเหมือนเดิมได้  ดังนั้นจึงมีคำถามว่า เมื่อทราบว่ามีหินปูนมากแล้ว เราควรจะทำอย่างไรดี???  เพราะในขณะนี้เรายังไม่มีการรักษาใดที่พิสูจน์ได้ว่าให้ผลในการลดปริมาณหินปูนที่เกาะที่ผนังหลอดเลือดหัวใจได้

…….ปริมาณหินปูนที่เกาะที่ผนังหลอดเลือดนี้ไม่เกี่ยวกับอาหารที่มีแคลเซี่ยมที่เรารับประทานแต่อย่างใด แต่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ  ข้างต้น ยิ่งมีปัจจัยเสี่ยงมากยิ่งมีหินปูนเกาะมาก

ดังนั้น การรักษาในขณะนี้เราต้องรักษาที่ต้นเหตุ คือ รักษาปัจจัยเสี่ยงต่างๆ เหล่านั้นครับ  เช่น  บางคนมีระดับไขมันในเลือดที่อยู่ในเกณฑ์ปกติ  แต่ปริ่มๆ จะเกินปกติ  ถ้าตรวจพบว่ามีหินปูนมาก  มีน้ำหนักมาก (แต่ไม่ถึงเกณฑ์ว่าเป็นโรค “อ้วน”)  และไม่ค่อยออกกำลังกาย ผมก็จะแนะนำให้ควบคุมรักษาระดับไขมันในเลือดให้ต่ำไปกว่าเดิมอีก ……ยิ่งต่ำยิ่งดีครับ  ควบคุมไขมันต่ำลงไปอีกโดยการควบคุมอาหาร  ปรับขนาดยาและออกกำลังกายโดยทำร่วมกับการลดน้ำหนักและให้ออกกำลังกายให้มากขึ้น

แต่ถ้าใครมีระดับประมาณหินปูนมาก ร่วมกับการมีปัจจัยเสี่ยงทางโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหลายอย่าง ถึงแม้จะไม่มีอาการก็อาจจะต้องตรวจให้ละเอียดมากขึ้น  เช่น ตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการเดินสายพานหรือแม้กระทั่งอาจจะจำเป็นต้องฉีดสี (โดยการสวนหรือไม่สวนหัวใจ) ดูภายในหลอดเลือดหัวใจร่วมด้วย….ถ้าสงสัยมาก!!

ไม่นานมานี้ ผมมีคนไข้คนหนึ่งเป็นผู้ชายอายุ 70 ปีกว่า ไม่เคยมีอาการผิดปกติอะไรมาก่อน มาตรวจร่างกายเพราะเห็นว่าอายุมากแล้ว ตรวจพบว่า มีความดันโลหิตสูงกว่าปกติ 140 / 96 มิลลิเมตรปรอท  ระดับไขมันรวมในเลือดสูงมากกว่า 300 มิลลิกรัม / เดซิลิตร  ระดับน้ำตาลพอดีที่ 100 มิลลิกรัม / เดซิลิตร  แต่ระดับน้ำตาลเฉลี่ยสะสมสูงกว่าปกติถึงร้อยละ 50

ผมจึงแนะนำให้ตรวจวัดปริมาณหินปูนที่หลอดเลือดหัวใจด้วย และพบว่า มีปริมาณหินปูนวัดได้มากกว่า 1,000 หน่วย  ผมจึงต้องให้คำแนะนำไป

ก่อนจบ คนไข้ถามว่า  “หมอครับ  ตกลงผมเป็นโรคหัวใจหรือเปล่า?”
หมอ   …….             “จะเรียกว่า  ใช่ก็ได้ครับ….. คุณมีโรคหลอดเลือดหัวใจแข็งตัว”
ภรรยาที่ดูอายุประมาณ 50 ปีต้นๆ ที่มาด้วยกัน ไม่เห็นด้วย รีบเถียงแทรกทันที “ไม่จริงมั้งค่ะ คุณหมอ …  ดิฉันไม่เห็นด้วย
ระยะหลังๆ นี้ เขาใจอ๊อนใจอ่อน  มีสาวๆ เด็กๆ มายืมเงิน  ขอโน่นขอนี่  เขาให้หมดทุกที  เขาบอกว่า สงสารเอ็นดูเหมือนลูกเหมือนหลาน  อดสงสารไม่ได้!!!
เธอ ยังไม่ยอมหยุด     “ฉันไม่เห็นเขาใจแข็งตรงไหนเลยค่ะ   เห็นสาวๆ ล่ะใจอ่อนทุกที”
หมอ            “ !?!?!?!? ”

นิธิ มหานนท์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ยาต้านเกร็ดเลือด
Old & new remedies
หยุดบุหรี่หลังใส่ขดลวดหัวใจแล้วอายุยืนขึ้น(blog)
กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง
กินเหมือนคนอื่นแต่ยังอ้วน...ต้องโทษกรรม!!!(blog)
ดื่มสุราเสี่ยงที่จะเกิดหัวใจเต้นผิดปกติสูงขึ้น(blo...


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.