Skip to content

ถนนสู่หัวใจ

March 30th, 2015

Webmaster

ถนนสู่หัวใจ

วิธีหนึ่งของการรักษากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือหลอดเลือดหัวใจตีบ คือ การผ่าตัดทำทางเบี่ยง  (ผ่าตัดบายพาส) ข้ามรอยตีบที่มีอยู่ในหลอดเลือดหัวใจ  ทางเบี่ยงนี้อาจจะใช้หลอดเลือดดำจากขาหรือแขน และในปัจจุบันก็ใช้หลอดเลือดแดงแทนหลอดเลือดดำได้

ถ้าใครนึกภาพการผ่าตัดทำทางเบี่ยงของหลอดเลือดไม่ออก ลองนึกถึงถนนที่มีการขุดอยู่แล้วรถวิ่งผ่านไม่ได้ ต้องทำทางเบี่ยงออกไปด้านข้างเพื่อให้รถวิ่งผ่านได้ หลอดเลือดที่ใช้เป็นทางเบี่ยงนี้ก็คล้ายๆ กับทางเบี่ยงของถนนที่จะเป็นทางให้รถวิ่งผ่านไปได้แต่ไม่เร็วนัก  เลือดที่อยู่ในหลอดเลือดก็เหมือนรถบนถนน อาจจะผ่านทางเบี่ยงได้ไม่สะดวกและไม่ได้ปริมาณมากเหมือนกับไหลผ่านอยู่ในหลอดเลือดธรรมชาติก่อนที่จะมีรอยตีบ

แต่หลอดเลือดหัวใจไม่เหมือนกับถนน เพราะหัวใจที่ได้รับการผ่าตัดทำทางเบี่ยงนี้ต้องใช้หลอดเลือดทางเบี่ยงเป็นทางผ่านของเลือดตลอดไป  หลอดเลือดของหัวใจธรรมชาติที่ตีบหรือตันก่อนผ่าตัด เมื่อได้รับการผ่าตัดทำทางเบี่ยงจะตีบตันมากขึ้นเหมือนกับแม่น้ำที่มีการขุดคลองลัดเกิดเป็นทางตรง น้ำไหลได้สะดวกกว่า น้ำก็จะไหลผ่านแต่ทางใหม่ ส่วนทางน้ำเก่าที่คดเคี้ยวไปมาก็จะตีบแคบตื้นเขินไปในที่สุด

มีคำถามว่า หลอดเลือดทางเบี่ยงใหม่นั้นจะอยู่ได้นานแค่ไหน?

เรื่องนี้ผู้ป่วยหรือหมอที่ไม่ใช่หมอหัวใจหลายๆ คนเข้าใจผิดว่า หลอดเลือดใหม่จะอยู่ไปตลอดชีวิตของเจ้าของ ซึ่งไม่เป็นความจริงเพราะหลอดเลือดที่ได้รับการผ่าตัดเหมือนกับอะไหล่รถยนต์ซึ่งเปลี่ยนไปแทนของเก่าที่ชำรุด  ถ้ารถมีสภาพไม่ดีหรือผู้ใช้ไม่ทะนุถนอม อะไหล่ที่เปลี่ยนเข้าไปใหม่ก็จะเสื่อมโทรมและเสียไปได้อีกในเวลาอันรวดเร็วเช่นกัน

ของแท้จากธรรมชาติย่อมดีกว่าของเทียม หลอดเลือดจะอยู่ได้นานแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับฝีมือหมอผ่าตัด, ชนิดของหลอดเลือดที่ใช้, โรคประจำของหัวใจผู้ป่วย, การรักษาและควบคุมปัจจัยเสี่ยงของเจ้าของหัวใจร่วมกับอายุรแพทย์โรคหัวใจที่ดูแลผู้ป่วยต่อจากหมอผ่าตัด  ทะนุถนอมดีย่อมมีอายุใช้งานยาว

จากคัมภีร์เล่มหนึ่งของหมอหัวใจ โรคหัวใจ (Breundwald, หน้า 1308)  ได้กล่าวเรื่องนี้ไว้ว่า การผ่าตัดทำทางเบี่ยงที่ใช้หลอดเลือดดำนั้น เมื่อตรวจจะพบว่า หลอดเลือดดำทางเบี่ยงมีการอุดตันไปถึงร้อยละ 8 ถึงร้อยละ 12 ก่อนที่ผู้ป่วยจะกลับบ้านหลังผ่าตัด

เมื่อตรวจดูที่ 1 ปีจะพบว่า  จะมีการอุดตันถึงร้อยละ 15 ถึงร้อยละ 30

ยิ่งไปกว่านั้นระยะเวลาช่วง 1 ปี – 5 ปี หลังจากที่ได้รับการผ่าตัดจะมีการอุดตันอีกประมาณร้อยละ 2 ต่อปี

เมื่อพ้น 6 ปี – 10 ปี  ช่วงนี้จะเป็นช่วงที่อัตราการอุดตันของหลอดเลือดที่เป็นทางเบี่ยงจะมีถึงร้อยละ 4 ต่อปี

เมื่อเกิน 10 ปีขึ้นไปพบว่า เกินกว่าร้อยละ 50 หรือเกินกว่าครึ่งของหลอดเลือดทางเบี่ยงจะถูกอุดตันไปเรียบร้อยแล้ว

ส่วนที่ยังไม่ถูกอุดตันก็จะมีคราบไขมันมาเกาะอย่างมากอีกถึงร้อยละ 20 – 40

อันนี้เห็นแล้วน่าเป็นห่วงเพราะเป็นตัวเลขจากผู้ป่วยทั่วๆ ไปที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ผู้ป่วยที่มีโรคเบาหวาน ไขมัน โลหิตสูง ซึ่งถ้าคนที่ได้รับการผ่าตัดแล้วมีปัจจัยเสี่ยพวกนี้โอกาสอุดตันใหม่จะมีมากกว่านี้อีก

ปัญหา คือ การผ่าตัดซ้ำครั้งที่สองนั้นโอกาสเสี่ยงจะเพิ่มมากขึ้นอีกหลายเท่านัก!!..

เมื่อตอนต้นปีที่แล้วมีผู้ป่วยเป็นผู้หญิงอายุ 60 ปีเศษ  เป็นเบาหวานมานานกว่า 10 ปี แต่ไม่ได้ควบคุมอาหารอย่างจริงจัง ถึงแม้จะมียาควบคุมระดับน้ำตาลก็ตาม  ระดับน้ำตาลในเลือดจะสูงเกินอยู่เสมอ และค่าน้ำตาลสะสมในเลือดก็สูงกว่าปกติถึง 2 เท่า  ได้มาพบด้วยอาการแน่นกลางหน้าอกเวลาออกแรงซึ่งมีมาประมาณ 1 ปีก่อนหน้านี้  และในช่วง 1 – 2 อาทิตย์ก่อนมา อาการแน่นหน้าอกเกิดมากขึ้นถึงแม้บางครั้งไม่ได้ออกแรงหรือเดินเป็นระยะทางไกลๆ แค่รับประทานอาหารอิ่มแล้วลุกไปนั่งพักผ่อน เดิน 10 กว่าก้าวก็จะมีอาการจุกแน่นที่กลางหน้าอกแล้ว!

ผู้ป่วยอยากให้ทำการขยายหลอดเลือดหัวใจด้วยบัลลูนหรือใส่ขดลวด

แต่เมื่อทำการฉีดสีตรวจหลอดเลือดแล้วพบว่า ผู้ป่วยมีหลอดเลือดตีบค่อนข้างมาก 3 – 4 เส้น ซึ่งพิจารณาร่วมกับภาวะอาการและเบาหวานที่ผู้ป่วยเป็น จึงได้แนะนำให้รักษาด้วยการผ่าตัดทำทางเบี่ยงซึ่งจะให้ผลในระยะยาวดีกว่าการขยายหลอดเลือด  ถึงแม้ว่าผู้ป่วยอยากจะให้รักษาด้วยการขยายหลอดเลือดด้วยบัลลูน  ผู้ป่วยไม่ยอมผ่าตัดท่าเดียว หมอต้องทำการเกลี้ยกล่อมอยู่นานจนในที่สุดผู้ป่วยยอมผ่าตัดทำบายพาส

หลังผ่าตัดผู้ป่วยกลับบ้านไปได้โดยไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ  แต่หมอลืมนัดกลับมาดูเรื่องปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อีก จนกระทั่งอีกสามเดือนถัดมาผู้ป่วยได้มีอาการแน่นหน้าอกใหม่อีก จึงรีบกลับมา  ผมได้ทำการตรวจดูคราวนี้พบว่า  ระดับน้ำตาลไม่ดี (เพราะหมอลืมบอกว่า ต้องรักษาต่อ) เพราะผู้ป่วยคิดว่า เมื่อผ่าตัดไปแล้วสามารถรับประทานอาหารต่างๆ ได้ตามใจชอบโดยไม่ควบคุมมากอีกต่อไป (ทั้งๆ ที่ก่อนหน้านี้ก็ไม่ได้เคยคุม)

ผมจึงสังหรณ์ใจว่า น่าจะมีปัญหาเกิดขึ้นกับหลอดเลือดทางเบี่ยงของผู้ป่วยแน่ๆ เพราะหลังผ่าตัดแล้วอาการเจ็บแน่นหน้าอกควรจะหายไป  จึงให้ผู้ป่วยเดินสายพานตรวจอีกครั้ง ซึ่งผลก็เป็นไปตามที่คิดและยืนยันได้ว่า มีกล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนขาดเลือดอีก  แต่เนื่องจากผู้ป่วยเพิ่งได้รับการผ่าตัดมา ครั้งนี้ควรให้การรักษาด้วยยาก่อนเพราะการผ่าตัดครั้งที่สองจะมีความเสี่ยงสูงกว่าครั้งแรกมาก

ผมจึงได้ปรับยาให้ไป……

ผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นอยู่ 2 –3 เดือนก็กลับมารายงานว่า อาการเจ็บแน่นหน้าอกมากขึ้นเรื่อยๆ และรุนแรงกว่าตอนก่อนผ่าตัด  เมื่อทำการฉีดสีซ้ำอีกครั้งหนึ่งก็พบว่า หลอดเลือดที่ได้รับการผ่าตัดทางเบี่ยงไปนั้น ทั้งหลอดเลือดแดงและหลอดเลือดดำตันหมดทุกจุด  แต่อย่างไรก็ดีหลอดเลือดธรรมชาติของผู้ป่วยไม่ได้มีโรคเพิ่มขึ้นมากนัก ผมจึงได้ทำการขยายหลอดเลือดและใส่ขดลวดชนิดพิเศษที่มียาเคลือบให้ผู้ป่วยรายนี้

คราวนี้ผู้ป่วยควบคุมอาหารดีมากและยังออกกำลังกายสม่ำเสมอ (กลัวโดนผ่าตัดอีก!) ทำให้ระดับน้ำตาลเป็นปกติ รวมทั้งค่าเฉลี่ยน้ำตาลสะสมก็ใกล้เคียงปกติอีกด้วย   ล่าสุดที่พบกันผู้ป่วยสามารถออกกำลังได้ดี ไม่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอกและไม่ต้องใช้ยาขยายหลอดเลือดเลย

ตัวอย่างเล่ามาให้ฟังทั้งหมดนี้เพื่อเป็นบทเรียนทั้งของผู้ป่วยและแพทย์ที่ดูแลผู้ป่วยประเภทนี้ว่า การควบคุมปัจจัยเสี่ยงรวมทั้งการออกกำลังอย่างสม่ำเสมอมีความสำคัญอย่างยิ่ง  ผู้ป่วยกลับบ้านควรจะได้รับการแนะนำที่ถูกต้องในเรื่องอาหารและการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับภาวะของแต่ละคน

….ช่วยๆ กันดูแลหัวใจของตนเองให้ดี  หัวใจเรานี้มีดวงเดียว……..โปรดช่วยกันดูแลรักษานะครับ!!!!

นิธิ  มหานนท์

บทความที่เกี่ยวข้อง

เลือดใส เลือดข้น หรือเลือดจาง
The no-nonsense way to ditch the fat
Do You Remember?
แค่ขยับ เท่ากับออกกำลังกาย
ออกกำลังกายไม่จำเป็นต้องเหงื่อท่วมกาย
ปวดเข่า บรรเทาด้วยการออกกำลังกาย


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.