Skip to content

ความอ้วนกับโรคหัวใจ

April 7th, 2015

Webmaster

โรคหัวใจกับคนอ้วน

คิดๆดูแล้ว เจ้าความอ้วนนี้คงต้องมีอะไรที่ดีบ้าง ไม่อย่างนั้นมนุษย์ที่ได้ชื่อว่าเป็นสัตว์ประเสริฐ์อย่างเราๆท่านๆ คงไม่นิยมชมชอบ จนปัจจุบันนี้คนที่น้ำหนักเกินในโลกเราดูจะมากขึ้นเรื่อยๆ ประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวนคนที่น้ำหนักเกินมีมากกว่าร้อยละ ๖๐ หรือที่เรียกว่าอ้วนเลยนั้นก็เกือบร้อยละ ๓๐ แล้ว  ประเทศไทยเราเองคนที่น้ำหนักเกินก็เพิ่มจำนวนมากขึ้นเช่นกัน

ความอ้วนเป็นสิ่งแสดงถึงความสมบูรณ์พูนสุขและมั่งคั่ง ยิ่งสมัยก่อน ทางซีกโลกตะวันตกหาผู้หญิงผอมทำยายาก ดูอย่างรูปปั้นวีนัสที่ว่าเป็นผู้หญิงที่สวยที่สุดนั่น ยังมีพุงไม่น้อยเหมือนกัน ไทยเราเองแต่ก่อนแต่ไรทั้งผู้หญิง ผู้ชายก็เอวบางร่างน้อย แต่ปัจจุบันก็เจริญรอยตาม ดูเด็กๆตามโรงเรียนสิครับ บางห้องเรียนจะมีเด็กน้ำหนักเกินมากกว่าครึ่งห้อง

ข้อดีของความอ้วน (น้ำหนักเกิน) ที่พอหาได้มีดังนี้ครับ

‘ คนที่น้ำหนักมาก กระดูกจะแข็งแรง ด้วยความที่ต้องแบกน้ำหนักตัวที่มากไว้ตลอด กระดูกคนอ้วนเปรียบเทียบแล้วจะแข็งแรงกว่าคนผอม

‘ คนอ้วนที่มีไขมันนอกจากกระดูกแข็งแรงแล้ว เวลาหกล้มก็จะเจ็บน้อยกว่าเพราะมีไขมันรองรับแรงกระแทก (แต่แน่นอนเวลาล้ม กระดูกต้องรับแรงกระแทกมากกว่าเพราะ

น้ำหนักมากกว่า)

‘ เวลาขึ้นเครื่องบิน ได้เปรียบกว่าคนผอม เพราะเสียค่าตั๋วเท่ากัน แต่เอาน้ำหนักติดไปได้มากกว่า (แถมบางคนนั่งล้นเก้าอี้มาเบียดคนข้างๆอีกด้วย)

‘ เล่นชักเย่อ ได้เปรียบแน่นอน (เพราะฝ่ายตรงข้ามกลัวถูกล้มทับ!!)

‘ เป็นคนที่ไม่รู้หนาว (แต่) รู้ร้อน (เพราะไขมันจะเป็นฉนวนเหมือนกับใส่เสื้อกันหนาวอยู่ตลอดเวลา คือจะไม่ค่อยรู้สึกหนาว แต่ขี้ร้อน!!) หรือใครที่อ้วน จะเขียนมาเล่าสู่กันฟังว่าประโยชน์ของความอ้วนมีอะไรอีกก็เชิญได้นะครับ แต่รับรองว่าเมื่ออ่านที่กำลังจะเล่าให้ฟังต่อไปว่า ความอ้วนมีผลเสียต่อสุขภาพอย่างไรละก็ ประโยชน์ที่ว่าดีทั้งหลายรับรองเทียบไม่ได้แน่ๆ

อย่างไรเรียกว่า อ้วนž เคยเล่าให้ฟังบ้างแล้ว ขอ

ทบทวนสั้นๆว่าคนอ้วน (สำหรับคนเอเชียอย่างเราๆ) คือคนที่มีค่าดัชนีมวลกาย<น้ำหนัก (กิโลกรัม) หารด้วยความสูง

(เมตร) ยกกำลังสอง}มากกว่าหรือเท่ากับ ๒๕ กิโลกรัม/เมตร ๒   ส่วนคนที่ค่าดัชนีมวลกายมากกว่า ๒๓ – ๒๔.๙ กิโลกรัม/เมตร ๒ เรียกว่า ท้วมž หรือใช้วิธีวัดรอบเอว (เลือกตรงที่มากที่สุดนั่นแหละครับ!) ก็ได้ (บ่งถึงปริมาณไขมันที่สะสมกลาง

ลำตัวซึ่งบ่งชี้ถึงความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่างๆ ดังนั้นใครที่ตัวกลมเหมือนแอปเปิ้ล จะอันตรายกว่าคนอ้วนแบบสะโพกใหญ่รูปทรงคล้ายๆลูกแพร์) โดยผู้หญิงที่เอวใหญ่กว่า ๓๒ นิ้วและผู้ชายที่เอวใหญ่กว่า ๓๖ นิ้ว เรียกว่าอ้วน แต่ไม่ว่าอ้วนหรือท้วมไม่ดีต่อสุขภาพทั้งสิ้น ยิ่งอ้วนมากโอกาสเกิดโรคมาก

โดยพบว่าหลายโรคที่สำคัญเป็นกับคนอ้วนมากกว่าคนที่ไม่อ้วน เช่นคนที่เป็นเบาหวานร้อยละ ๕๗ เป็นคนอ้วน

ในขณะที่ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และระดับไขมันที่ผิดปรกติเช่นเดียวกัน

จะเห็นได้ว่าหลายโรคจะรุมเร้า ถ้าเริ่มน้ำหนักเกินหรืออ้วน แต่ที่น่ายินดีก็คือไม่ใช่อ้วนแล้วจะอ้วนเลย ถ้ากลับตัว

กลับใจ (กลับปาก) ลดความอ้วนเสีย  ร่างกายก็จะมีโอกาสแข็งแรงดังเดิม จากการศึกษาพบว่าน้ำหนักที่ลดลงแต่ละ ๑ กิโลกรัม ความดันโลหิตตัวบนจะลดลง ๑.๘ มิลลิเมตรปรอท และความดันโลหิตตัวล่างจะลดลง ๑.๑ มิลลิเมตรปรอท ถ้าลดน้ำหนักมากกว่า ๔.๕ กิโลกรัมขึ้นไป ความดันโลหิตตัวล่างจะลดลงถึง ๑๑ มิลลิเมตรปรอท เรียกว่าเทียบเท่ากับการใช้ยา เพียงแค่ลดน้ำหนักเท่านั้น ไม่ต้องรับประทานยาให้เสี่ยงกับผลข้างเคียงและไม่เปลืองเงินเสียด้วยซ้ำ (จะได้มีเงินเก็บไว้ให้คนอื่นรับประทานต่อไป เพราะตัวเองโดนห้ามเสียแล้ว!)

นอกจากผลดีต่อความดันโลหิตแล้ว การลดน้ำหนักจะมีผลดีต่อระดับไขมันในเลือดด้วย โดยพบว่าแต่ละ ๑

กิโลกรัมของน้ำหนักที่ (จำใจ) ลดได้นั้น ระดับคอเลสเตอรอลโดยรวมจะลดลง ๑.๙๓ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร, ไตรกลีเซอไรด์จะลดลง ๑.๓๓ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร, ไขมันไม่ดีหรือไขมันแอลดีแอล ลดลง ๐.๗๗ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร

ส่วนหลังจากลดน้ำหนักได้แล้วไขมันตัวดีจะเพิ่มขึ้น ๐.๓๔ มิลลิกรัมต่อเดซิลิตร ซึ่งก็นับว่าเป็นผลดีต่อหัวใจทุกประการ แต่ทั้งนี้การลดความอ้วนที่ได้ผลดีและถาวรและมีประโยชน์ต่อสุขภาพนั้น ต้องใช้วิธีควบคุมอาหารและการออกกำลังกายซึ่งเป็นเรื่องยาก (แต่เป็นไปได้!!) ถ้าแม้ว่ามีการคิดค้นยาที่ได้ผลดีเหมือนกับการออกกำลังกายและทำให้กินได้อย่างพอเหมาะ (หรือได้สารอาหารครบโดยไม่ต้องกินอะไรเพิ่ม) ก็คงจะดีไม่น้อย แค่หยิบใส่ปากก็พอแล้ว

มีคนไข้คนหนึ่งอายุประมาณเกือบ ๖๐ ปี เป็นผู้หญิง มีอาการเหนื่อยเวลาเดิน มาหาผมพร้อมลูกสาว ตัวคุณแม่สูงประมาณ ๑๕๐ เซนติเมตร หนัก ๗๐ กิโลกรัม (คงไม่ต้องคำนวณมวลกายหรือวัดรอบเอวก็รู้ว่าอ้วนแน่)  ส่วนคุณลูกสาวสูงประมาณ ๑๖๕  เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ ๕๐ กิโลกรัม (คงไม่ต้องบอกอีกเช่นกันว่ารูปร่างดี)  หน้าตาสวย (หรือเคยสวย) ทั้ง ๒ คน

ตัวคุณแม่นั้นตรวจอย่างละเอียดแล้วไม่มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งอาจจะอธิบายอาการเหนื่อยของเธอได้

จะคงมีก็แต่ความอ้วนเท่านั้นที่จะเป็นสาเหตุของอาการที่เธอมี  ผมจึงได้แนะนำให้เธอลดน้ำหนักโดยให้รับประทานอาหารน้อยลงและออกกำลังกายมากขึ้น!!

แต่เธอก็ปฏิเสธ (เหมือนคนอ้วนส่วนใหญ่) ว่าเธอรับประทานไม่มาก? วันๆหนึ่งไม่ค่อยรับประทานอะไรเลย

เธอบ่นว่า รับประทานข้าวแค่ ๓ มื้อ ๒ – ๓ คำก็อิ่มแล้ว!!Ž

วันๆนึงไม่รู้จะรับประทานอะไร เบื่ออาหารไปทุกอย่างŽ

ลูกสาวช่วยเสริมว่า คุณแม่เธอบ่นอย่างนั้นจริงๆ ทุกครั้งที่นั่งรับประทานอาหารด้วยกัน แต่…..

ระหว่างที่บ่นไป (บ่นเวียนไปเวียนมาตลอดมื้ออาหาร) มือคุณแม่ก็จะตักอาหารชิมไปเรื่อยๆ  เพื่อหาของที่รสชาติถูกปาก  ตักอาหารชิมไปชิมมาจนอาหารหมดโต๊ะทุกที บางครั้งต้องสั่งเพิ่มเพราะหาอาหารถูกปากไม่ได้ บางครั้งคุณแม่อยู่ในบ้านก็เดินไปเดินมา (ทีอย่างนี้ไม่เหนื่อย)  หาของขบเคี้ยวรับประทาน แต่ปากก็ยังบ่นว่าไม่อร่อยทุกๆครั้ง

พอผมฟังจบผมจึงวินิจฉัยว่า เธอเป็นโรคอ้วน ซึ่งมีสาเหตุมาจากภาวะ ป า ก ว่ า   มื  อ ข ยิ บ !!!

ภาวะนี้รักษายากครับ มีทางรักษาโดยต้องให้ผู้ที่เป็นโรคใส่นวมชกมวยไว้ที่มือทั้ง ๒ ข้างตลอดเวลา เพื่อให้มือหยิบอาหารใส่ปากไม่ได้!!…

 

นิธิ มหานนท์

บทความที่เกี่ยวข้อง

การออกกำลังกาย
ร่วมกันรัก
มลพิษจากเสียงบนท้องถนนทำให้เสี่ยงต่อการเกิดheart a...
A matter of cause and effect
คนวัยกลางคนที่ฟิตกว่านอกจากอายุยืนแล้วยังมีคุณภาพช...
วิตามินรวมและแร่ธาตุเสริม


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.