Skip to content

ใจแข็ง

May 11th, 2015

Webmaster

ใจแข็ง

หัวใจมนุษย์เราเป็นอวัยวะที่อ่อนนุ่มเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา  ส่วนใหญ่เป็นกล้ามเนื้อและมีบริเวณที่บอบบาง คือ ลิ้นหัวใจที่กั้นระหว่างห้องหัวใจ และเยื่อหุ้มหัวใจ

เมื่อหัวใจถูกใช้งานหนักขึ้นเรื่อยๆ อายุและเวลาผ่านไป บางครั้งและบางภาวะจะทำให้มีหินปูนมาเกาะที่หลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจ ซึ่งภาวะที่มีหินปูนเกาะที่หลอดเลือดนี้จะเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากหลอดเลือดอุดตันเฉียบพลัน!!!

ก่อนหน้านี้การตรวจหาหินปูนที่หลอดเลือดหัวใจนี้ทำได้ไม่ง่ายนัก เนื่องจากหินปูน (แคลเซี่ยม) เกาะสะสมอยู่ไม่มาก (เมื่อเทียบกับปริมาณหินปูนที่กระดูก) ทำให้เอ็กซ์เรย์ทั่วๆ ไปเห็นได้ไม่ชัด  แต่ปัจจุบันมีเครื่องเอ็กซ์เรย์ชนิดใหม่มีความไวในการตรวจพบการเกาะของหินปูนที่หลอดเลือดทำให้สามารถพบได้ตั้งแต่ระยะต้น

การตรวจพบความเสี่ยงหรือตรวจพบโรคหลอดเลือดหัวใจในระยะเริ่มต้นนี้มีข้อดีเพราะเราทราบว่าผู้ป่วยโรคหลอดเลือดหัวใจนี้อย่างน้อยร้อยละ 25 เสียชีวิตกระทันหัน (คือ เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตามเฉียบพลัน) โดยไม่มีอาการเตือนนำล่วงหน้ามาก่อนเลย

ได้มีการพยายามตรวจหาความเสี่ยงของคนที่ไม่มีอาการทางหัวใจเหล่านี้ว่า ใครมีโอกาสที่จะเสียชีวิตมากหรือน้อยเพียงใด  เริ่มจากประเมินเบื้องต้นด้วยการพูดคุยถามประวัติ (เพราะบางคนที่ว่าไม่มีอาการจริงๆ แล้วมีอาการแต่ไม่ทราบ)ตรวจร่างกายและตรวจทั้งห้องปฏิบัติการง่ายๆ ดูว่ามีปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหลอดเลือดหัวใจตีบหรือไม่

ปัจจัยเสี่ยงที่ว่า ก็คือ   อายุ  (ที่มากขึ้น) ผู้ชาย (แก่ๆ)  บุหรี่  ระดับไขมันคลอเรสเตอรอลในเลือดสูง  เบาหวาน ความดันโลหิตสูง  ภาวะไขมันชนิดดี (HDL) ในเลือดต่ำ และภาวะอ้วนร่วมกับการไม่ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ    เมื่อได้ข้อมูลเหล่านี้หมอที่ประเมินผู้ป่วยจะแบ่งกลุ่มคนออกได้ 3 กลุ่ม  คือ  กลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำ   กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง และอีกกลุ่มหนึ่งอยู่ระหว่างกลาง

จากการศึกษาพบว่า  กลุ่มคนที่มีความเสี่ยงต่ำนั้นจะมีอยู่ 1 ใน 3 ของจำนวนประชากรทั้งหมด และคนในกลุ่มนี้คือ คนที่ไม่มีปัจจัยเสี่ยงใดๆ ที่กล่าวมาเลย  มีโอกาสเสียชีวิตจากหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลันหรือเสียชีวิตกระทันหันจากหัวใจหยุดเต้นน้อยมากเพียงประมาณร้อยละ 5 ในเวลา 10 ปี

ตรงกันข้าม กลุ่มผู้ป่วยที่ความเสี่ยงสูงซึ่งมีอยู่ประมาณเกือบ 1 ใน 3 ของจำนวนประชากรทั้งหมดนั้น คือ คนที่มีเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (แบบไม่มีอาการ เพราะถ้ามีอาการจะมีความเสี่ยงมากกว่านี้)  หรือมีภาวะโรคหลอดเลือดแข็งตัวที่อวัยวะอื่นๆ ของร่างกาย เช่น  แขนขา หลอดเลือดแดงใหญ่ภายในท้องหรือช่องอก หรือมีประวัติอัมพาตหรืออัมพฤกษ์ หรือคนที่เป็นเบาหวาน หรือมีปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบอื่นๆ (อายุ, เพศ, บุหรี่, ความดันสูง, ไขมันสูง, ประวัติโรคหัวใจในครอบครัว และความอ้วน) มากกว่าสองปัจจัยขึ้นไป คนกลุ่มนี้จะมีความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจสูงถึงร้อยละ  2 – 3 ต่อปี

คนในกลุ่มที่มีความเสี่ยงต่ำนั้น  มีข้อแนะนำว่าควรได้รับการประเมินความเสี่ยงซ้ำอีกทุก 5 ปี  ส่วนกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงนั้น  แน่นอนที่สุด คือ ผู้ป่วยที่ต้องได้รับการรักษาและควบคุมปัจจัยเสี่ยงอย่างเข้มงวดเพราะว่าถ้าไม่สามารถควบคุมได้ โอกาสที่เสียชีวิตจากหัวใจจะมีสูงมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเวลาผ่านไป

สำหรับคนที่มีความเสี่ยงอยู่ตรงกลางระหว่างทั้งสองกลุ่ม คือ คนที่มีปัจจัยเสี่ยงของโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ (อายุ เพศ  บุหรี่  ความดันโลหิตสูง  ไขมันสูง  ประวัติโรคหัวใจในครอบครัวและความอ้วน) เพียงหนึ่งปัจจัย (เพราะถ้ามีสองปัจจัยจะตกเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงทันที) จะมีความเสี่ยงในการเสียชีวิตจากโรคหัวใจเฉียบพลันประมาณร้อยละ 1 – 2 ต่อปี ซึ่งนับว่าเป็นจำนวนไม่น้อย  ที่สำคัญ คือ ไม่มีอาการเตือนล่วงหน้า!!

ได้มีการพยายามทำการค้นหาวิธีตรวจคนในกลุ่มนี้ (ความเสี่ยงปานกลาง) ว่า ใครจะเป็นคนที่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นๆ ในกลุ่มเดียวกัน และเนื่องจากคนกลุ่มนี้จะเป็นคนที่ไม่มีอาการ จึงเป็นการยากที่จะนำคนเหล่านี้มาพบแพทย์เฉพาะทาง ในระยะหลังจีงได้มีการค้นหาวิธีตรวจง่ายๆ เพื่อหาคนที่มีความเสี่ยงสูงกว่าคนอื่นกลุ่มนี้ให้ได้

การตรวจอย่างหนึ่งที่ได้รับการแนะนำ คือ การตรวจวัดความดันโลหิตของแขนและขาเทียบกัน (Ankle-Brachial Index, ABI)  เป็นการตรวจที่ทำได้ไม่ยากนัก โดยใช้เครื่องมือซึ่งคล้ายๆ กับเครื่องตรวจคลื่นหัวใจเวลาไม่เจ็บตัวใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ป่วยนอนทำการตรวจประมาณ 2 – 3 นาทีก็เสร็จ  ถ้าตรวจพบว่าอัตราส่วนระหว่างความดันโลหิตที่ขาและแขนน้อยกว่า 0.9 ก็จะเป็นคนมีความเสี่ยงสูงต่อการเสียชีวิตจากโรคหัวใจเพิ่มขึ้นถึง 15 เท่า  ถ้าไม่ได้รับการดูแลรักษาที่ถูกต้อง

การตรวจอีกชนิดหนึ่ง คือ การตรวจวัดความหนาของผนังหลอดเลือดที่บริเวณคอ (Internal Carotid Media Thickness – IMT) ซึ่งก็เป็นการตรวจที่ทำได้ไม่ยากเช่นกัน ตรวจโดยใช้เครื่องสะท้อนเสียงหัวใจ (Echo Cardiogram) มีการศึกษาพบว่า ในคนที่มีความหนาของผนังของหลอดเลือดบริเวณคอนี้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลันอีกอย่างน้อย 5 เท่า

การตรวจอีกชนิดหนึ่งที่ทำได้เร็วมากด้วยเครื่องเอ็กซ์เรย์คอมพิวเตอร์สมัยใหม่ คือ การตรวจดูหินปูนที่เกาะตามหลอดเลือดหัวใจ (Coronary Calcium Score)  การตรวจนี้สามารถทำได้รวดเร็ว ความแม่นยำและถูกต้องในการตรวจมีมากถึงร้อยละ 80   ผู้ที่มีหินปูนเกาะที่หลอดเลือดหัวใจในปริมาณมากนั้นมีโอกาสที่เสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลันหรือมีโอกาสเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันมากถึงร้อยละ 2 ในหนึ่งปี

การตรวจทั้งสามประเภทนั้น ถ้าตรวจร่วมกับการตรวจเบื้องต้นตามที่กล่าวแล้วพร้อมกับตรวจสมรรถภาพหัวใจด้วยการเดินสายพานจะทำให้สามารถตรวจพบผู้ป่วยที่มีโอกาสเสียชีวิตจากโรคหลอดเลือดหัวใจตายเฉียบพลัน ที่ไม่มีอาการได้ในจำนวนที่ค่อนข้างมาก ทำให้สามารถป้องกันได้!!??

เมื่อแพทย์ตรวจพบความผิดปกติดังกล่าวในคนที่ไม่มีอาการ  ก็จะทำการป้องกันและรักษาปัจจัยเสี่ยงต่างๆ (ที่รักษาได้)  เช่น  ภาวะอ้วน  ภาวะความดันโลหิตสูง ภาวะไขมันในเลือดสูง  ภาวะไขมันในเลือดชนิดดีต่ำ  การสูบบุหรี่และการไม่ออกกำลังกาย  เพราะจากการศึกษาต่างๆ พบว่าการควบคุมปัจจัยเสี่ยงทั้งหลายเหล่านี้สามารถลดโอกาสที่จะเสียชีวิตจากโรคหัวใจได้ถึงร้อยละ 10 -  30


เมื่อ 3 – 4 ปีก่อนผมมีผู้ป่วยเป็นผู้ชายอายุ 36 ปี  มีกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันต่อการตรวจโดยการเอ็กซเรย์ฉีดสีพบว่า มีหลอดเลือดหัวใจตีบเล็กน้อยที่หลอดเลือดหัวใจเส้นด้านหน้าของหัวใจ ในขณะนั้นผมได้พยายามหาปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ของผู้ป่วยคนนี้แต่ไม่พบว่ามีปัจจัยเสี่ยงใดๆ นอกจากภาวะไขมันในสูงเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เมื่อออกจากโรงพยาบาลกลับไปอยู่บ้านใช้ชีวิตได้เป็นปกติโดยไม่มีอาการเจ็บแน่นหน้าอก ตรวจร่างกายทุกๆ ปีด้วยการเดินสายพาน (Exercise Stress Test)  ก็ไม่พบความผิดปกติใดๆ  จนกระทั่งไม่นานมานี้เมื่อมีการตรวจเอ็กซเรย์ดูปริมาณหินปูนที่เกาะที่หลอดเลือดหัวใจ พบว่าที่หลอดเลือดของคนไข้คนนี้มีหินปูนเกาะอยู่มาก

ทำให้ผมคิดว่า ถ้าได้พบคนไข้คนนี้ก่อนหน้าที่เขาจะเกิด Heart attack สัก 4 ปี ถึงแม้พบว่ามีไขมันในเลือดสูงเล็กน้อย แต่พบหินปูนเกาะที่หลอดเลือดในปริมาณค่อนข้างมาก  คนไข้คนนี้คงได้รับการควบคุมรักษาภาวะไขมันในเลือดสูงอย่างเคร่งครัด (ใช้ยา) และแนะนำให้ออกกำลังกายมากกว่านี้ เขาคงไม่ต้องเสี่ยงหรือเสียโอกาสจากการที่เกิดกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันเมื่อ 3 ปีก่อนนี้เป็นแน่!!!!……..

นิธิ มหานนท์

บทความที่เกี่ยวข้อง

หัวใจกับความอ้วน
โรคหัวใจกับการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
Do You Remember?
ความจำสำคัญไฉน
เพียงเดินเพิ่มขึ้นก็ลดความเสี่ยงเรื่องโรคหัวใจได้(...
เพียงเดินเพิ่มขึ้นก็ลดเสี่ยงจากโรคหัวใจได้แล้ว(blo...


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.