Skip to content

ช่องว่างระหว่างใจ

May 18th, 2015

Webmaster

ช่องว่างระหว่างใจ IMG_3861

หัวใจคนปกติมีอยู่ 4 ห้อง ถ้าลำดับตามการไหลเวียนของเลือดแล้ว

ห้องแรก คือ ห้องบนขวา

ห้องที่สอง คือ ห้องล่างขวา ส่งเลือดไปปอด

ห้องที่สาม คือ ห้องบนซ้าย และ

ห้องที่สี่ คือ ห้องล่างซ้าย

ห้องสุดท้ายก่อนที่เลือดจะออกจากหัวใจ

หัวใจห้องล่างซ้ายนี้เป็นหัวใจห้องที่ทำงานหนักมากที่สุด จะมีปริมาณกล้ามเนื้อหัวใจมากกว่าหัวใจห้องอื่นๆ อีกสามห้อง เพราะมีหน้าที่ต้องสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทุกส่วนของร่างกาย ส่วนของหัวใจที่ทำงานหนักรองลงมา คือ ห้องล่างขวาซึ่งมีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปที่ปอดเพื่อทำการแลกเปลี่ยนออกซิเจนและคาร์บอนไดออกไซด์ในถุงลมของปอด เปลี่ยนเลือดดำกลับเป็นเลือดแดง (น่าจะหนักมากขึ้นสำหรับคนกรุงเทพฯ ที่สูดควันพิษและฝุ่นลงไปในปอดมากกว่าคนต่างจังหวัด!!)

หัวใจห้องสองห้องที่อยู่ด้านบนทั้งซ้ายและขวานั้นไม่มีการติดต่อถึงกันโดยตรง เป็นหัวใจที่ไม่มีปริมาณส่วนของกล้ามเนื้อมากนัก มีแต่ผนังบางๆ เนื่องจากทำหน้าที่รับเลือดกลับเข้าสู่หัวใจเป็นส่วนใหญ่ โดยที่หัวใจห้องด้านขวาส่วนบนจะรับเลือดกลับจากอวัยวะต่างๆ ของร่างกาย เพื่อส่งไปที่ห้องล่างขวาที่อยู่ติดกันทางด้านล่าง และหัวใจห้องซ้ายบนก็จะทำหน้าที่รับเลือดแดงกลับจากปอดเพื่อส่งไปยังหัวใจห้องล่างซ้าย โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือหลอดเลือดหัวใจตีบที่กลัวกันโดยทั่วไปนั้นจึงเป็นเรื่องของหลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างซ้าย เพราะหัวใจห้องนี้มีกล้ามเนื้อเป็นปริมาณมาก ต้องทำงานหนักอยู่ตลอดเวลาจึงต้องการเลือดมาเลี้ยงมากกว่าหัวใจห้องอื่นๆ อีกทั้งสามห้อง

ในบางครั้งการหัวใจของทารกในครรภ์ไม่สมบูรณ์ มีความผิดปกติ อาจทำให้เกิดผนังกั้นห้องหัวใจรั่ว ทำให้เกิดช่องว่างระหว่างหัวใจ ผนังที่กั้นห้องหัวใจ (ระหว่างห้องซ้ายและขวา) เป็นรูได้ อาจจะเกิดที่ผนังกั้นระหว่างสองห้องบนหรือสองห้องล่างก็ได้ (เพราะหัวใจสองห้องบนที่อยู่ติดๆ กัน หรือสองห้องล่าง ถึงแม้จะอยู่ติดกันแต่ไม่ควรมีการติดต่อถึงกัน……“So closed, Yet sofar”) ถ้าเกิดรูรั่วระหว่างผนังกั้นห้องหัวใจล่างด้านซ้ายและขวาตั้งแต่เกิดแล้ว ทารกหรือเด็กมักจะมีอาการแสดงให้เห็นตั้งแต่อายุยังน้อยๆ เนื่องจาก หัวใจห้องล่างทั้งซ้ายและขวาทำงานหนักกว่าหัวใจสองห้องบน เมื่อมีรูรั่วที่ผนังหัวใจทั้งสองห้องก็จะทำให้ปริมาณเลือดที่รั่วไปมาระหว่างห้องหัวใจซ้ายและขวาที่มีผนังหัวใจที่เป็นรูนั้นมากตามไปด้วย

ส่วนถ้าผนังกั้นห้องหัวใจสองห้องบนซ้ายและขวารั่วนั้น ความดันในหัวใจห้องบนทั้งสองห้องนั้นไม่สูงเท่าหัวใจสองห้องล่าง เมื่อทารกที่คลอดออกมามีรูที่ผนังหัวใจห้องบน ในช่วงแรกอาจจะไม่มีอาการหรือสิ่งตรวจพบใดๆ ถ้ารูรั่วนั้นไม่ใหญ่มาก หลายๆ ครั้งผู้ป่วยที่มีรูรั่วของผนังหัวใจห้องบนสองห้องนี้ ไม่มีอาการอะไรเลยจนกระทั่งโตเป็นผู้ใหญ่ และในบางครั้งอาจจะมีอาการเมื่ออายุ 50 หรือ 60 ปีก็เป็นไปได้ หรือในบางครั้งเป็นการตรวจพบโดยบังเอิญจากการตรวจเอ็กซ์เรย์ดูปอดเท่านั้น

เมื่อไม่นานมานี้ ผมได้รับผู้ป่วยคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้หญิง อายุ 50 ปีเศษ ก่อนหน้านี้เป็นคนที่แข็งแรงดีไม่เคยเจ็บป่วย แต่ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา เกิดมีอาการติดเชื้อในปอด มีปอดบวมถึงสองครั้งพร้อมๆ กับเริ่มรู้สึกเหนื่อยง่ายเมื่อเดินขึ้นบันได และจากการตรวจภาพเอ็กซ์เรย์ในช่วงที่หายดีจากภาวะปอดบวมแล้วพบว่า ปอดทั้งสองข้างมีเลือดไปเลี้ยงมากกว่าปกติเล็กน้อย พร้อมๆ กับเงาหัวใจห้องด้านขวาโตขึ้นนิดหน่อย

การตรวจร่างกาย ไม่พบว่ามีสิ่งผิดปกติมากมายอะไรนัก นอกจากเสียงของหัวใจที่มาจากเสียงการปิดของลิ้นหัวใจที่ปอดดังขึ้น การตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจหรือ EKG พบว่า หัวใจด้านขวาโตค่อนข้างมาก

จากทั้งหมดนี้ทำให้น่าสงสัยว่า น่าจะมีช่องว่างในหัวใจหรือผนังกั้นห้องหัวใจสองห้องบนซ้ายและขวารั่ว เมื่อมีรูของงผนังกั้นห้องหัวใจทั้งสองห้องนี้ จะมีเลือดรั่วไปมาระหว่างหัวใจทั้งสองห้อง (ซึ่งปกติไม่ควรมีเลือดรั่วติดต่อถึงกันได้) ส่วนใหญ่จะเป็นเลือดที่รั่วจากหัวใจห้องด้านบนซ้ายไปยังห้องด้านบนขวาเนื่องจากความดันในหัวใจห้องบนซ้ายสูงกว่าห้องบนขวาเล็กน้อย

เมื่อเป็นเช่นนี้จึงทำให้เลือดที่เข้ามายังหัวใจห้องบนขวามากขึ้นกว่าปกติ (เพราะต้องรับเลือดที่มาจากอวัยวะต่างๆ ของร่างกายตามปกติร่วมกันกับเลือดที่รั่วกลับมาจากหัวใจด้านซ้ายอีก) ทำให้เลือดผ่านไปยังปอดมากกว่าคนที่ไม่มีผนังหัวใจรั่ว เมื่อเอ็กซ์เรย์ดูจึงพบว่า มีเลือดไปยังปอดทั้งสองข้างเพิ่มขึ้น และยิ่งไปกว่านั้นเมื่อเลือดผ่านมายังหัวใจห้องบนขวาและล่างขวามากขึ้นแล้ว จะทำให้หัวใจปรับตัวโดยการขยายให้โตขึ้น จึงตรวจพบจากการเอ็กซ์เรย์ว่า เงาหัวใจด้านขวาโตขึ้น และการตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจพบว่า หัวใจด้านขวาโตกว่าปกติเช่นกัน

ดังนั้น ผู้ป่วยคนดังกล่าวจึงได้รับการตรวจขั้นต่อไป คือ การทำ ECHO หรือ อัลตร้าซาวด์หัวใจ ซึ่งเป็นการตรวจง่ายๆ โดยใช้เครื่องมือคล้ายๆ กับอัลตร้าซาวด์เวลาผู้หญิงตั้งครรภ์ ก็ตรวจพบว่า มีรูรั่วของผนังหัวใจห้องด้านขวาและซ้ายส่วนบนตามที่สงสัย และจากข้อมูลที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งซึ่งได้จากการตรวจ ECHO คือ พบว่า ความดันในปอดนั้นไม่ได้สูง

ผู้ป่วยในลักษณะนี้ การรักษาขั้นต่อไปคือ ต้องทำการปิดรูรั่วนั้น วิธีการปิดที่ทำกันมานานคือ การผ่าตัด ซึ่งเป็นการผ่าตัดหัวใจที่ค่อนข้างง่ายและไม่ยุ่งยากนัก ผลแทรกซ้อนก็มีไม่มาก

แต่อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันได้มีการพัฒนาใช้เครื่องมืออุปกรณ์ที่ใส่เข้าไปตามสายสวนหัวใจ และใช้อุปกรณ์เพื่อปิดรูรั่วนั้นได้โดยไม่ต้องผ่าตัดหรือดมยาสลบ เพียงแค่ฉีดยาชาที่บริเวณขาหนีบเหมือนกับการเอ็กซ์เรย์ฉีดสีดูเส้นเลือดหัวใจหรือขยายหลอดเลือดหัวใจเท่านั้น ซึ่งผลการปิดรูรั่วด้วยสายสวนนี้ ข้อดี คือ ผลข้างเคียงหรือภาวะแทรกซ้อนค่อนข้างต่ำ เมื่อทำเสร็จแล้วอีก 2 วันก็กลับไปทำงานได้

จะเห็นได้ว่าวิวัฒนาการของการรักษาโรคหัวใจต่างๆ พัฒนาไปอย่างรวดเร็ว

……… อีกไม่นานควรเอากาวตราช้างเข้าไปอุดรูรั่วในหัวใจได้ง่ายๆ ……..

 นิธิ มหานนท์

บทความที่เกี่ยวข้อง

Avoiding the e word
หัวใจรวนเร
ลิ้นกับฟัน
นอก(หัว)ใจ
A heart-stopping story
Live long and lively


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.