Skip to content

จี้ใจ

May 25th, 2015

Webmaster

จี้ใจ IMG_3863

หัวใจจะสูบฉีดเลือด (หรือที่เรารู้สึกว่า “หัวใจเต้น”) ได้เป็นปกตินั้น ต้องมีกระแสไฟฟ้ากระตุ้นอยู่อย่างสม่ำเสมอตลอดเวลา โดยเริ่มตั้งแต่เมื่อเป็นทารกอยู่ในท้องแม่ หัวใจได้รับกระแสไฟมากระตุ้นที่ส่วนบนแล้ว จึงมีการกระจายกระแสไฟฟ้าไปยังส่วนต่างๆ เพื่อหัวใจทั้งสี่ห้องจะได้รับสัญญาณให้กล้ามเนื้อหดตัว และคลายตัวในจังหวะที่ประสานกัน การนำไฟฟ้าของหัวใจที่เกิดขึ้นนี้จะผ่านไปตามทางเดินไฟฟ้าซึ่งเป็นเนื้อเยื่อเฉพาะต่างจากกล้ามเนื้อหัวใจที่มีหน้าที่สูบฉีดเลือด เนื้อเยื่อเหล่านี้เหมือนกับสายไฟที่เดินอยู่ตามผนังหรือฝ้าเพดานในบ้านนั่นเอง

ความผิดปกติเรื่องไฟฟ้าของหัวใจมีหลายแบบ บางครั้งเกิดมีความผิดปกติของจุดกำเนิดไฟฟ้าหรือการนำไฟฟ้าในหัวใจขึ้น ทำให้หัวใจเต้นผิดปกติ เจ้าของหัวใจจะมีอาการใจเต้น ใจสั่น บางครั้งอาจมีอาการหน้ามืด เป็นลม และวิงเวียนศีรษะ ผู้ป่วยกลุ่มนี้เรียกว่า “พวกหัวใจรวนเร” เพราะชีพจรเดี๋ยวเต้นเร็วเดี๋ยวเต้นช้าไม่สม่ำเสมอ

ความผิดปกติของการเดินของไฟฟ้าในหัวใจอีกประเภทหนึ่ง ซึ่งมักเกิดในคนสูงอายุ คือ เมื่อจุดกำเนิดไฟฟ้าหัวใจที่เป็นแหล่งให้พลังงานไฟฟ้าแก่หัวใจเริ่มอ่อนแรงลง (คล้ายๆ กับแบตเตอรี่ประจำตัวที่กำลังจะหมดไฟลง ผู้ป่วยเหล่านี้มีหัวใจเต้นช้าลงๆ เรื่อยๆ ช้าลงมากจนเลือดออกจากหัวใจไม่เพียงพอ ทำให้สมองขาดเลือด มีอาการวิงเวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม หรือบางครั้งถ้ารุนแรงอาจเกิดอัมพาตหรืออัมพฤกษ์ตามมาก็ได้ ผู้ป่วยกลุ่มนี้เรียกว่า “พวกหัวใจอ่อน” เพราะชีพจรเต้นช้า

พวกหัวใจรวนเร ความผิดปกติอาจเกิดขึ้นได้จากสองแบบ ลักษณะแรกเกิดจากความไม่สามัคคีกันของจุดกำเนิดไฟฟ้าของหัวใจแทนที่จะทำงานส่งสัญญาณเพียงที่เดียว กลับมีจุดกำเนิดไฟฟ้าหลายๆ แห่งขึ้นในหัวใจ แย่งกันทำงานส่งสัญญาณให้หัวใจทำงานบีบตัว ไม่เป็นจังหวะที่สม่ำเสมอกันเพราะได้สัญญาณมาจากจุดกำเนิดไฟฟ้าหลายๆ จุดในเวลาใกล้เคียงกัน ผู้ป่วยแบบนี้นอกจากมีใจรวนแรแล้ว น่าจะเป็นกลุ่มที่เรียกว่า “พวกหลายใจ” เพราะมีจุดกำเนิดไฟฟ้าของหัวใจหลายๆ แห่ง

พวกใจรวนเรอีกกลุ่มหนึ่ง เกิดจากการลัดวงจรของการนำไฟฟ้าในหัวใจ ซึ่งเหมือนกับการลัดวงจรของไฟฟ้าที่อาจเกิดขึ้นภายในบ้าน เมื่อมีการลัดวงจรแล้วแทนที่การนำของกระแสไฟฟ้าจะสม่ำเสมอต่อเนื่องกันไป กระแสไฟฟ้าที่ลัดวงจรนั้นก็จะส่งสัญญาณย้อนทางกลับไปยังจุดกำเนิดไฟฟ้าอีกครั้งหนึ่ง เพื่อกระตุ้นให้จุดกำเนิดไฟฟ้าส่งกระแสไฟฟ้าออกมากระตุ้นหัวใจใหม่เร็วกว่าปกติ ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะเรียกว่า “พวกหัวใจซ้ำซ้อน”

การรักษาโรคหัวใจเต้นผิดปกติในสมัยก่อนมีแต่เพียงการรักษาด้วยยาเท่านั้น ยาที่ใช้รักษาผู้ป่วยเหล่านี้จะควบคุมอาการไม่ได้ผล 100% แถมส่วนใหญ่มีผลข้างเคียง บางครั้งทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดปกติในลักษณะอื่นๆ ได้อีกด้วย!!

จนกระทั่งไม่นานมานี้ มีวิวัฒนาการทางการแพทย์ที่สามารถสอดใส่สายสวนหัวใจ ลักษณะเหมือนสายไฟสอดเข้าไปตามหลอดเลือดดำที่บริเวณขาหนีบ (คล้ายๆ กับการสวนฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ) โดยเมื่อสอดสายนี้ขึ้นไปที่หัวใจตามจุดต่างๆ และวัดดูการนำไฟฟ้าภายในหัวใจแล้ว หากพบว่า มีการลัดวงจรหรือจุดกำเนิดไฟฟ้าที่ผิดปกติในหัวใจ แพทย์โรคหัวใจซึ่งเป็นผู้ชำนาญเรื่องการนำไฟฟ้า จะสามารถให้การรักษาได้โดยส่งคลื่นสัญญาณวิทยุ (Radio frequency) ไปตามสายดังกล่าว เกิดพลังงานไปตามสายเพื่อตัดจุดที่มีการลัดวงจรของกระแสไฟฟ้าหรือจุดที่กำเนิดไฟฟ้าที่ผิดปกติออกไปได้ (ฟังดูแล้วเหมือนนิยายจีนกำลังภายใน “เวลาจี้จุด!”)

การรักษาดังกล่าวเป็นวิธีที่ทำได้ง่ายและทำกันบ่อยในปัจจุบัน ให้ผลดีกว่าการรักษาด้วยยาในระยะยาว โดยไม่มีผลข้างเคียงเหมือนยา ทำให้ผู้ป่วยไม่ต้องรับประทานยาไปตลอดชีวิต การเต้นผิดปกติของหัวใจนี้ถ้าทิ้งไว้นานๆ อาจเกิดผลแทรกซ้อนตามมาได้มาก เช่น อาจเกิดอัมพาต อัมพฤกษ์ บางครั้งอาจเกิดลิ่มเลือดในหัวใจที่ (เมื่อโชคไม่ดี) หลุดออกจากหัวใจไปอุดตามหลอดเลือดต่างๆ ทำให้หลอดเลือดอุดตันเฉียบพลันได้ หรือถ้าหัวใจเต้นเร็วผิดปกติอยู่นานๆ ตลอดเวลาก็อาจทำให้กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงลง เกิดภาวะหัวใจวายได้เหมือนกัน

เมื่อสักสองปีก่อน มีผู้ป่วยเป็นหญิงอายุราว 50 ปีเศษ มาด้วยอาการเหนื่อยหอบ นอนราบไม่ได้ ให้ประวัติว่า เคยมีอาการใจเต้น ใจสั่น เป็นๆ หายๆ อยู่ 5 – 6 ปีก่อนมีอาการเหนื่อยหอบครั้งนี้ และระยะหลังอาการใจเต้น ใจสั่นนั้นหายไป แต่กลับมีอาการเหนื่อยหอบเวลาออกแรงมาแทนจนกระทั่ง 2 – 3 อาทิตย์ก่อนที่จะมาพบกัน เริ่มเหนื่อยมากจนขนาดนอนราบไม่ได้ เดินได้เพียง 2 – 3 ก้าวก็ต้องนั่งพัก

จากการตรวจร่างกายเบื้องต้นพบ ความดันโลหิตปกติ 110 / 70 มิลลิเมตรปรอท ชีพจร 110 ครั้ง/นาทีและสม่ำเสมอดี แต่ผู้ป่วยมีภาวะน้ำท่วมปอดหรือภาวะหัวใจล้มเหลวอย่างรุนแรงอยู่ด้วย ซึ่งเมื่อให้ยาช่วยการทำงานของหัวใจและยาขับปัสสาวะแล้ว อาการต่าง ๆ ก็ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว จึงได้ทำการตรวจอัลตร้าซาวด์หัวใจหรือที่เรียกว่า “ECHO” ต่อไปและพบว่า กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงมาก แต่ไม่พบสาเหตุที่ชัดเจนของภาวะหัวใจอ่อนแรง ในทีแรกว่าคิดว่าน่าจะเป็นเรื่องของกล้ามเนื้อหัวใจเสื่อมจากการติดเชื้อไวรัสของกล้ามเนื้อหัวใจในอดีต

…..โชคดีที่เมื่อติดเครื่องที่ติดตามการเต้นของหัวใจตลอด 24 ชั่วโมง พบว่า ผู้ป่วยมีภาวะหัวใจเต้นผิดปกติจากการที่มีไฟฟ้าลัดวงจรทำให้หัวใจเต้นเร็วถึง 130 – 150 ครั้ง/นาทีเกือบตลอดเวลา (บังเอิญในช่วงที่ตรวจครั้งแรก หัวใจกลับเต้นเป็นปกติ) และมีช่วงเวลาเพียงสั้นๆ ที่หัวใจเต้นเป็นปกติได้เอง

จึงวินิจฉัยสาเหตุของกล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรงในผู้ป่วยรายนี้ว่า เกิดจากการเต้นผิดปกติของหัวใจ ซึ่งเมื่อเธอได้รับการรักษาด้วยการจี้ (หัวใจ) ตัดจุดที่มีการลัดวงจรของกระแสไฟฟ้านั้น หัวใจเธอก็กลับเต้นเป็นปกติ หลังจากนั้นอีก 5 – 6 เดือน กล้ามเนื้อหัวใจของเธอก็ค่อยๆ แข็งแรงขึ้น จนครั้งสุดท้ายที่เจอกันกล้ามเนื้อหัวใจของผู้ป่วยรายนี้ก็บีบตัวได้แรงเป็นปกติ ไม่มีภาวะหัวใจล้มเหลวให้เห็นอีก…

“ใครมีใจสั่นบ่อยๆ หัวเราะไม่ออก ก็เชิญมาจี้หัวใจได้นะครับ!!……..”

บทความที่เกี่ยวข้อง

ใครเลี้ยงไข้
ที่สุดของหัวใจ
Angina and Heart Disease
ตอนที่ 2 โรคของหัวใจ
Diabetic Foot
สองเกลอหัวแข็ง: เบาหวาน ความดันโลหิตสูง


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.