Skip to content

ขาของใคร

August 17th, 2015

Webmaster

ขาของใคร

ผมมีคนไข้คนหนึ่งเป็นผู้หญิง อายุเกือบ 70 ปี มีปัญหาเรื่องเบาหวานเป็นคนค่อนข้างอ้วน น้ำหนักเกือบ 70 กิโลกรัม เคยถูกทำผ่าตัดบายพาส (ต่อหลอดเลือดหัวใจ) เพราะมีปัญหาเรื่องหลอดเลือดหัวใจตีบตั้งแต่เมื่ออายุ 60 ปีเศษๆ
เธอมาพบผมเมื่อปีที่แล้วด้วยอาการเหนื่อยและแน่นหน้าอกเวลาออกแรง หลังจากทำผ่าตัดบายพาสไปได้ประมาณ 4 – 5 ปี เธอเป็นคนที่ไม่ค่อยระวังควบคุมอาหารและไม่ค่อยยอมออกกำลังกาย คิดว่าโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ผ่าตัดกันไปแล้วก็หายเลยเหมือนโรคไส้ติ่งอักเสบ คนที่ดูแลเธอผ่าตัดไปแล้วก็ลืมย้ำความสำคัญของการดูแลสุขภาพร่างกายและปัจจัยเสี่ยงหลังผ่าตัด


เมื่อทำการตรวจเธออย่างละเอียดก็พบว่า เธอมีกล้ามเนื้อหัวใจบางส่วนตายซึ่งน่าจะเกิดตั้งแต่ช่วงผ่าตัด  แต่ที่เธอมามีอาการมากๆ ในระยะหลังนี้เพราะหลอดเลือดบายพาสที่เธอได้รับการผ่าตัดไปนั้นมันตันหมด  แถมหลอดเลือดหัวใจเก่าของเธอก็ตีบเพิ่มขึ้นอีกหลายแห่ง
สภาพโดยรวมของเธอไม่สามารถทำการผ่าตัดทำบายพาสครั้งที่สองได้ จึงได้เลือกทำการขยายหลอดเลือดหัวใจของเธอเองได้เพียงบางจุดเพื่อลดอาการ พร้อมกับให้การรรักษาเธอด้วยเครื่องบีบนวดขาที่สามารถเพิ่มหลอดเลือดฝอยๆ ที่ไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจให้กับเธอ หลังจากนั้นอาการของเธอดีขึ้นมากสามารถเดินไปไหนมาไหนได้โดยไม่มีอาการเหนื่อยหรือแน่นหน้าอก


ผมได้แนะนำเรื่องการออกกำลังกายและการควบคุมอาหารกับน้ำหนักตัวให้เธอไป  โดยเฉพาะเรื่องเบาหวานให้ไปควบคุมอย่างเคร่งครัด แต่ผมไม่สามารถนัดเธอมาดูได้สม่ำเสมอเนื่องจากบ้านเธออยู่ต่างจัดหวัด!!!
เธอหายไปได้ปีเศษๆ กลับมาหาผมคราวนี้ด้วยเรื่อง มีแผลเรื้อรังที่นิ้วเท้าทั้งสองข้าง และที่หน้าแข้งด้านซ้ายมา 2 – 3 เดือนแล้ว เริ่มจากเป็นรอยถลอกที่นิ้วเพียงเล็กน้อย   ส่วนที่หน้าแข้งนั้นเธอไปโดนท่อไอเสียรถยนต์โดยไม่รู้ตัว
แผลเธออักเสบและตอนหลังๆ ปวดมากขึ้นเรื่อยๆ จนทนไม่ไหวจึงต้องกลับมาโรงพยาบาล  อาการทางด้านหัวใจเธอยังปกติดีเหมือนเดิม แต่เธอไม่ได้ควบคุมอาหารโดยเฉพาะเรื่องเบาหวานเลย น้ำหนักตัวเธอเพิ่มขึ้นเกือบ 5 กิโลกรัม
ตรวจดูที่เท้า  พบว่า ชีพจรที่ขาทั้งสองข้างเบามากโดยเฉพาะด้านซ้ายคลำไม่ได้เลย  ปลายเท้าด้านซ้ายก็คล้ำและเย็นกว่าด้านขวา  แผลที่ขาด้านซ้ายขนาดประมาณ 1 เซนติเมตรและมีการอักเสบติดเชื้อด้วย
ลักษณะดังกล่าวเป็นลักษณะของผู้ป่วยเบาหวานที่มีหลอดเลือดส่วนปลายตีบตัน ซึ่งปัญหานี้จะทำให้เกิดแผลติดเชื้อจากการที่ขาดเลือด ปลายเท้าเธอก็มีความรู้สึกเสียไปเพราะปลายประสาทเสื่อมจากโรคเบาหวาน  จึงทำให้เมื่อเริ่มแรกมีแผลเล็กๆ น้อยๆ นั้น  เธอจะไม่มีความรู้สึกจึงไม่ค่อยได้รักษาทำความสะอาดแผลให้ดี  กว่าจะรู้ตัว่ามีแผลที่เท้า แผลก็ลามติดเชื้อไปมากแล้ว!!
ดังนั้น คนเป็นเบาหวานนอกจากจะมีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจสูงแล้ว  ยังมีโอกาสเกิดปัญหาต่อหลอดเลือดในที่ต่างๆ อีกด้วย  เบาหวานเป็นสาเหตุที่ต้องทำให้ผู้ป่วยถูกตัดเท้า ตัดขาทิ้งเป็นอันมาก!!!
คนเป็นเบาหวานควรจะต้องหมั่นดูแลสุขภาพเท้าเป็นพิเศษ  ต้องหัดสำรวจสุขภาพเท้าเสมอว่า มีแผลหรือรอยถลอกหรือไม่ เพราะบางคนความรู้สึกที่เท้าอาจจะลดลงไปเพราะปลายประสาทมีปัญหาจากเบาหวาน  ถ้ามีแผลหรือรอยถลอกต้องทำความสะอาดให้ดีด้วยยาฆ่าเชื้อโรค และพยายามดูแลเท้าให้แห้งอยู่เสมอ  ถ้าแผลไม่ดีขึ้นใน 2 – 3 วัน ควรรีบไปพบแพทย์ทันที
นอกจากนี้ คนที่เป็นเบาหวานควรสวมรองเท้าที่อ่อนนุ่มและหัวปิดเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจทำให้เกิดแผล  และไม่ควรย่ำที่ชื้นและโดยเฉพาะในห้องน้ำของคนไข้เบาหวาน ควรพยายามรักษาความสะอาดและทำให้แห้งอยู่เสมอ
คนที่เป็นเบาหวาน ควรได้รับการตรวจตาเป็นประจำทุกๆ ปี เพราะเบาหวานก็เป็นสาเหตุที่ทำให้สายตาเสื่อมได้มากเช่นกัน
คนไข้รายนี้  ผมต้องรีบให้เข้าโรงพยาบาลเพื่อให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ เพราะแผลที่เธอมีนั้นมันทั้งขาดเลือดและมีการอักเสบติดเชื้อ  เมื่อทำการตรวจหลอดเลือดส่วนปลายที่ขาทั้งสองข้างก็พบว่า เธอมีหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงขาตีบมากโดยเฉพาะด้านซ้ายมีหลอดเลือดอุดตันเป็นทางยาว
ผมได้บอกคนไข้ไปว่า นอกจากที่เราต้องให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดแล้ว ต้องทำแผลทุกๆ วัน เวลาทำแผลก็ต้องขูดแผลแรงๆ เพื่อตัดเอาเนื้อตาย (จากการขาดเลือดและติดเชื้อ) ที่รอบแผลออก ซึ่งเวลาทำเธอเจ็บมาก  ผมได้แต่ให้ยาแก้ปวดช่วยก่อนทำแผล  แต่เธอก็ยังต้องปวดมากอยู่  ได้แต่ปลอบเธอให้ทำใจว่าเวลาเจ็บแผลนั้นให้นึกเสียว่า ขามันเจ็บแต่เธอไม่ได้เจ็บด้วย  เธอได้แต่ทำตาปริบๆ เมื่อโดนหมอสอนธรรมะให้!!!
นอกจากนี้ เธอยังต้องได้รับการทำบัลลูนขยายหลอดเลือดที่ตีบตัน หรือไม่ก็ผ่าตัดทำบายพาสหลอดเลือดที่ขา ซึ่งถ้าทั้งสองวิธีนั้นไม่สำเร็จไม่สามารถทำให้มีเลือดกลับไปเลี้ยงที่ปลายขาได้ เธออาจจะต้องถูกตัดขา!!!
พอเธอได้ยินเช่นนั้น  แทนที่เธอจะตกใจกลัว หรือเสียใจ  เธอกลับมีหน้าตายิ้มแย้มแล้วถามผมว่า
คนไข้        “ถ้าตัดขาไปเลยก็ดีเหมือนกันนะ  ….หมอ จะได้ลดราคาค่าผ่าตัดบ้าง”
ผมแปลกใจ    “ทำไมตัดขาแล้ว ถึงจะได้ลดค่าผ่าตัดนะครับ?”
คนไข้        “อ้าว!  ก็โรงพยาบาลได้ขาฉันไว้ข้างหนึ่งแล้วเป็นประกัน …..น่าจะลดราคาให้
กันบ้างเพราะฉันไม่เอากลับบ้านหรอก  ยกให้โรงพยาบาลเลย!!”
โชคดีที่คนไข้คนนี้ ไม่ต้องถูกผ่าตัดบายพาสหรือถูกตัดขา เพราะหลังจากทำบัลลูนขยายหลอดเลือดที่ขาแล้ว  อีกไม่นานเธอก็กลับบ้านไปได้เป็นปกติ

นิธิ  มหานนท์

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคหัวใจ
เมื่อหัวใจหมดกำลัง
สิ่งที่ควรและไม่ควรทำสำหรับการออกกำลังกาย(blog)
Understanding little hearts
Weight worries
Coffee Talk


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.