Skip to content

ยาลดไขมัน

September 14th, 2015

Webmaster

_V0P3525

เมื่อพูดถึงไขมันที่เกี่ยวข้องกับโรคหัวใจและหลอดเลือด เราแบ่งออกได้เป็น ๓ แบบด้วยกันคือ

ประเภทแรกคือ ไขมันที่สะสมอยู่ตามตามใต้ผิวหนัง

(จะสะสมมากใต้ผิวหนังบริเวณพุง ทำให้พุงโตและพุ่งยื่นนั่นแหละครับ) อันนี้เกี่ยวกับความอ้วน ความผอม น้ำหนักตัวมาก

น้ำหนักตัวน้อยนั่นแหละครับ!!!

ประเภทที่สอง ไขมันที่เกาะอยู่ตามด้านในหลอดเลือดจะทำให้หลอดเลือดตีบ และเกิดอาการโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด

ประเภทสุดท้ายคือ ไขมันที่ละลายอยู่ในเลือด คือ

ไขมันที่เราวัดได้จากการตรวจเลือดนั่นเอง  ที่รู้จักกันมีอยู่  ๒ ตัว คือ ไขมันที่เรียกว่าไตรกลีเซอไรด์ และไขมันที่เรียกว่า

คอเลสเตอรอล

คอเลสเตอรอลยังแบ่งย่อยออกไปอีกเป็น ๒ ชนิดคือ คอเลสเตอรอลชนิดดีที่เรียกว่า เอชดีแอล (HDL เป็นพระเอก) และไขมันชนิดไม่ดีคือ  แอลดีแอล (LDL เป็นผู้ร้าย) ซึ่งถ้ามีระดับสูงละลายอยู่ในเลือดแล้วจะไปเกาะพอกอยู่ภายในหลอดเลือดหัวใจ และหลอดเลือดต่างๆทั่วร่างกายได้

ไขมันทั้ง ๓ แบบที่กล่าวถึงนั้น บางครั้งก็มีความสัมพันธ์กัน บางครั้งก็ไม่มีความสัมพันธ์กัน (เรียกว่าคนละเรื่องเดียวกันก็พอได้) บางครั้งคนที่ผอมแสนผอมไม่มีไขมันใต้ผิวหนังเลย น้ำหนักก็ไม่มาก แต่ตรวจดูระดับไขมันในเลือดก็อาจจะสูงได้ หรือทางตรงกันข้ามคนที่อ้วนแสนอ้วนมีไขมันเต็มไปหมดตามใต้ผิวหนัง ตามพุงและสะโพก แต่ตรวจดูระดับ

ไขมันในเลือดคอเลสเตอรอลก็อาจจะไม่สูงได้ แต่ในคนประเภทหลังนี้มักจะมีระดับไตรกลีเซอไรด์ค่อนข้างสูงกว่าปรกติและระดับคอเลสเตอรอลชนิดดี คือ HDL ต่ำกว่าปรกติ ซึ่งรวมแล้วเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจเหมือนกัน

ไขมัน HDL ที่เรียกว่าเป็นไขมันดีก็เพราะว่ามันจะมีคุณสมบัติที่ต่อต้านการไปเกาะพอกของไขมันชนิดไม่ดี (LDL) ภายในหลอดเลือด มันจะมีหน้าที่ดึงไขมันที่เกาะพอกอยู่ตามหลอดเลือดนั้นออกไป ยังไม่มียาชนิดใดที่ทำให้ระดับไขมัน

HDL นี้สูงขึ้นได้มากมาย สิ่งที่จะทำให้ไขมันชนิดนี้สูงขึ้น  (เนื่องจากยิ่งสูงยิ่งดี) ก็คือการออกกำลังกายหนัก และสม่ำเสมอเท่านั้น!!

ปริมาณไขมันที่สะสมในร่างกายหรือไขมันที่อยู่ตามใต้ผิวหนังนั้นสามารถวัดได้ ในสมัยก่อนสามารถดูได้จากความหนาของไขมันที่อยู่ตามแขนหรือหน้าท้อง (skin foldthickness) แต่ในระยะหลังมีเครื่องวัดที่สามารถวัดระดับปริมาณของไขมันที่สะสมภายในร่างกายได้ คนที่มีน้ำหนักมากและอ้วนย่อมมีไขมันที่สะสมในร่างกายสูงกว่าคนที่ผอม

ที่ว่าเรื่องของไขมันทั้ง ๓ ประเภท เป็นคนละเรื่องเดียวกันก็เนื่องจากว่าคนที่อ้วนที่ว่าบางครั้งระดับคอเลสเตอรอล ในเลือดอาจจะไม่สูง แต่ถ้าติดตามคนกลุ่มนี้ไปแล้ว ถึงแม้ระดับคอเลสเตอรอลในเลือดจะไม่สูง แต่ว่าก็มีโอกาสที่จะเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ มีไขมันไปสะสมภายในหลอดเลือดก็มีมากอยู่เหมือนกับคนที่มีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง

วิธีรักษาหรือกำจัดไขมันทั้ง ๓ ประเภทที่ว่ามานั้นแตกต่างกัน การกำจัดไขมันที่สะสมในร่างกาย (โดยเฉพาะพุง) คือ ลดน้ำหนักของคนอ้วนนั้น การใช้ยาลด (ระดับ) ไขมัน (ในเลือด) ไม่สามารถช่วยได้ จะมีก็แต่ยาบางประเภทที่ไปลดการดูดซึมไขมัน ซึ่งมีคุณสมบัติในการลดการดูดซึมเฉพาะไขมันที่รับประทานเข้าไป จะเห็นได้จากคนที่รับประทานยาประเภทนี้  วันรุ่งขึ้นเมื่อถ่ายออกมาจะมีลักษณะมันๆของอาหารที่รับประทานเข้าไป!!

ไขมันที่สะสมตามร่างกายนั้นเกิดจากการที่ร่างกายได้รับพลังงานจากอาหารที่รับประทานเข้าไปแล้วไม่สามารถใช้ได้หมดจึงจะเก็บสะสมไว้ในรูปของไขมัน และไม่ว่าอาหารที่จะรับประทานเข้าไปจะเป็นอาหารประเภทใด ไขมัน แป้ง  คาร์โบไฮเดรต หรือโปรตีน ถ้ารับประทานมากเกินกว่าที่จะใช้ไปในแต่ละวัน ร่างกายก็จะสมสมเก็บไว้ในรูปไขมัน ดังนั้นการลดน้ำหนักหรือไขมันส่วนเกินนี้มีอยู่วิธีเดียวเท่านั้นคือ รับประทานอาหารให้น้อยลง และออกกำลังกายเพื่อใช้เผาผลาญพลังงานที่ได้เข้าไปให้มากขึ้นเท่านั้น การใช้ยาใดๆก็จะไม่ได้ผลดีตลอดไปทั้งสิ้น

การลดระดับไขมันหรือคอเลสเตอรอลในเลือดนั้นมียาอยู่หลายประเภทที่ได้ผลดี  แต่ควรใช้ร่วมกับการควบคุมอาหารด้วย เนื่องจากระดับคอเลสเตอรอลในเลือดมีความสัมพันธ์กับอาหารที่รับประทานโดยเฉพาะอาหารไขมันคอเลสเตอรอลที่เกิดจากไขมันจากสัตว์ คนที่มีระดับคอเลสเตอรอลในเลือดสูง หรือมีโรคหลอดเลือดหัวใจ หรือหลอดเลือดอวัยวะใดๆตีบแล้วนั้น ควรงดหรือลดการบริโภคไขมันสัตว์ทุกประเภท เช่น มันจากเนื้อสัตว์ หมู  หรือหนังเป็ด หนังไก่ ไข่แดง นอกจากนี้ยังรวมถึงกะทิ นมและเนยที่มีไขมันสูงอีกด้วย

ที่มีการประชาสัมพันธ์ให้คนรับประทานไข่ เนื่องจากจะได้วิตามินบางชนิดด้วยนั้น ไข่จะเป็นผลดีก็สำหรับคนที่ไม่มีระดับคลอเลสเตอรอลในเลือดสูง และคนที่ไม่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจหรือหลอดเลือดสมองตีบเท่านั้น

บางคนคิดว่าเมื่อรับประทานยาจนระดับไขมันในเลือดเป็นปรกติแล้วสามารถจะลดยาหรืองดยาไปได้ หารู้ไม่ว่าเมื่อหยุดยาไป ระดับไขมันในเลือดก็จะค่อยๆ กลับสูงขึ้นมาใหม่

ระดับไขมันในเลือดสูงนี้ไม่ทำให้มีอาการใดๆทั้งสิ้น (จะทำให้มีอาการก็ต่อเมื่อได้ทำลายอวัยวะใดอวัยวะหนึ่งไปแล้วเท่านั้น)  ดังนั้นถ้าใครได้รับการตรวจพบว่ามีไขมันในเลือดสูง และจำเป็นต้องใช้ยาช่วยในการลดระดับไขมัน คนนั้นก็สมควรที่จะต้องรับประทานยาลดไขมันนั้นไปตลอด ถึงแม้การรับประทานยานานจะมีข้อเสียบ้างในการที่อาจจะเกิดผลข้างเคียง แต่ก็สามารถป้องกันได้ด้วยการตรวจเลือดและพบแพทย์สม่ำเสมอ ถ้าพบผลข้างเคียงใดๆก็เลิกหรือเปลี่ยนยาใหม่

นอกจากนี้ยาลดระดับไขมันในเลือดนั้นสามารถลดอัตราตายจากโรคหลอดเลือดหัวใจอุดตันเฉียบพลันลงได้มากกว่าระดับไขมันที่ลดลง!! ซึ่งอันนี้หมายความว่ายาประเภทนี้มีผลดีต่อร่างกายจากการออกฤทธิ์ทางอื่น (นอกจากฤทธิ์ลดไขมันในเลือด) ส่วนกลไกการออกฤทธิ์นั้นยังไม่เป็นที่ทราบกันแน่นอน คาดเอาว่าเกิดจากการอักเสบของหลอดเลือด

ไขมันที่เกาะฉาบผิวภายในหลอดเลือดนั้น  การที่จะลดหรือเอาออกไปจากร่างกายเหมือนกับไขมันที่อยู่ใต้ผิวหนังหรือไขมันในเลือด ทำได้ไม่ง่ายนัก เนื่องจากการสะสมของ

ไขมันดังกล่าวใช้เวลาหลายสิบปี โดยมีผู้คาดการณ์ว่าเริ่มสะสมตั้งแต่คนเราอายุ ๒๐-๓๐ ปีเท่านั้น ดังนั้นการใช้ยาเพื่อที่จะทำให้ไขมันที่เกาะอยู่ภายในหลอดเลือดหมดไป คงต้องใช้ระยะเวลานานเท่าๆ กัน แต่อย่างไรก็ดี มีข้อมูลที่พอเชื่อถือได้ว่า การทำให้ระดับไขมันในเลือดต่ำที่สุดเท่าที่จะต่ำได้ (โดยไม่คำนึงว่ามีค่าปรกติเท่าไร) ให้ระยะเวลานาน ก็จะทำให้ไขมันที่เกาะอยู่ภายในหลอดเลือดลดน้อยลงได้

ปรกติแล้วการที่ระดับไขมันหรือคอเลสเตอรอลในเลือดสูงจะไม่ทำให้มีอาการผิดปรกติ แต่แปลกที่เมื่อประมาณ๒-๓ เดือนก่อน มีคนไข้ผู้หญิงอายุประมาณ ๔๐ ปีเศษ รูปร่างผอมสูงโปร่ง มาพบด้วยอาการอึดอัด แน่นหน้าอกที่ไม่สัมพันธ์กับการออกกำลัง คนไข้คนนี้ไม่ค่อยออกกำลังกายเป็นประจำ

แต่ในบางครั้งจะพบมีอาการแน่นอึดอัดกลางหน้าอกและบางครั้งร้าวไปที่ไหล่ซ้าย อาการนี้อาจจะเป็นขณะที่นั่งพักเฉยๆหรือขณะที่เดินไปเดินมาก็ได้ บางครั้งลุกขึ้นเดินแล้วอาการแน่นก็อาจจะดีขึ้น

เนื่องจากอาการในลักษณะนี้คล้ายอาการจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ยกเว้นแต่ที่ไม่มีความสัมพันธ์กับการใช้แรงหรือออกกำลังเท่านั้นเอง การตรวจร่างกายและตรวจเลือดต่างๆ ก็ไม่พบสิ่งผิดปรกติ นอกจากระดับคอเลสเตอรอลซึ่งสูงมากถึง ๔๐๐ กว่ามิลลิกรัม/เดซิลิตร ทำการตรวจสมรรถภาพหัวใจโดยการให้เดินสายพาน และตรวจเอ็กซเรย์คอมพิวเตอร์พิเศษ ซึ่งสามารถดูหลอดเลือดหัวใจได้ ก็ไม่พบว่ามีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดหรือหลอดเลือดหัวใจตีบ จึงให้ยาลดระดับไขมันและแนะนำเรื่องอาหารร่วมกับการออกกำลังกายที่ถูกต้องเท่านั้นหลังจากนั้นอีกสองเดือนระดับไขมันในเลือดก็ลดลงเหลือ ๑๘๐มก./ดล. อาการที่เคยมีอยู่ก็หายไปโดยสิ้นเชิง  คนไข้คนนี้คุมอาหารอย่างเข้มงวด เพราะอยากหยุดยาลดไขมันเนื่องจากกลัวผลข้างเคียงที่ต้องใช้ยาไปนานๆ

เนื่องจากเธอยังไม่มีความเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจเพราะอายุยังน้อย ผมจึงอนุญาตให้เธอลองหยุดยาหลังจากนั้นประมาณอีก ๖ อาทิตย์ เธอก็กลับมาด้วยอาการอึดอัดแน่นหน้าอกเหมือนเดิม ตรวจระดับไขมันก็พบว่า

คอเลสเตอรอลของเธอสูงขึ้นอีกถึงกว่า ๓๐๐ มิลลิกรัม/เดซิลิตร จึงให้ยาเธอไปอีกครั้งหนึ่ง

ไขมันในเลือด (และไขมันต่างๆในร่างกาย) เป็นความเสี่ยงต่อการมีหลอดเลือดหัวใจและสมองตีบ ใครที่มีระดับไขมันในเลือดสูงและน้ำหนักมากก็ควรจะควบคุมให้ดี คนที่เป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ หรือโรคของหลอดเลือดอวัยวะอื่นๆ หรือมีไขมันในเลือดสูง เป็นเบาหวานก็ไม่ควรรับประทานอาหาร

ไขมันที่มาจากสัตว์มากนัก

นอกเสียจากว่าใครที่อยากตายจากโรคหัวใจหรืออัมพาต/อัมพฤกษ์แล้วทรมานมากๆก่อน
นิธิ  มหานนท์

บทความที่เกี่ยวข้อง

โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ
Dark chocolate ช่วยลดความเสี่ยงการเสียชีวิตจากโรคห...
The Importance of Water
บางอย่างที่เปลี่ยนไปเมื่อวัยใกล้เลข 3
ผลข้างเคียงของยาลดคอเลสเตอรอลสแตติน(blog)
อาหารแบบเมดิเตอเรเนียนลดความเสี่ยงการเกิดโรคหลอดเล...


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.