Skip to content

ฝึกจิต ออกกำลัง

October 5th, 2015

Webmaster

ฝึกจิตออกกำลัง

การออกกำลังกาย กับการฝึกจิต ทำกรรมฐานมีอะไรหลายๆอย่างที่คล้ายๆกัน
….ยิ่งทำบ่อยๆ ยิ่งดี
แต่…..ทำผิดวิธี ก็อาจมีโทษ
ออกกำลังแล้ว สุขภาพร่างกายแข็งแรง….กายเป็นสุข
ฝึกจิตแล้ว จิตแข็งแรง ไม่หลงใหลไปตาม โลภ โทสะ โมหะ….จิตไม่เป็นทุกข์ (ทุกข์น้อย)

แต่ร่างกายแข็งแรงแล้ว….บางคนก็ยังสามารถเป็นโรคได้บ้าง คนไข้หลายๆ คนมักจะมาต่อว่า ว่าออกกำลังกายดีแล้ว….. สม่ำเสมอ……….. ทำไมยังเป็นโรคหัวใจได้????


คำตอบ คือว่า….ถ้าท่านไม่ออกกำลังกายมาดีแล้ว ท่านคงเป็นโรคหัวใจรุนแรงกว่านี้….เป็นเร็วกว่านี้…..และรักษายากกว่านี้!!!
..…เหมือนกับคนที่ฝึกจิตแล้ว…จิตก็แข็งแรงขึ้น แต่ถ้ายังเป็นมนุษย์ ปุถุชนธรรมดา ก็คงยังต้องมี “โรค” ทางจิต (บ้าง)  มีโลภ มี โกรธ มีหลง (คือ ไม่รู้จะโลภ-อยากมี หรือโกรธ ไม่ได้ดี?) แต่คนที่ฝึกจิตแล้ว….จะอยากได้ อยากมี อยากเป็นน้อยลง  …………..อารมณ์เสีย หงุดหงิด และโกรธยากขึ้น

คนที่ฝึกจิตแล้ว จึงไม่ค่อยมี อิจฉา ริษยา อาฆาต พยาบาท
คนที่ฝึกจิตแล้ว จะไม่ค่อยหลง  รู้ตัว มีสติ มีสัมปชัญญะ รู้เท่าทัน อารมณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันตามที่เป็นจริง

วิปัสนากรรมฐาน ซึ่งเป็นสิ่งที่มีอยู่ตามธรรมชาติ ที่พระพุทธเจ้าท่านตรัสรู้แล้วนำมาเผยแพร่สั่งสอน  เราชาวพุทธ (คนศาสนาอื่นๆ ก็มีเรื่องนี้เช่นกัน) สอนให้คนเรามีสติ มีสมาธิ มีสัมปชัญญะ พิจารณาดูจิตได้ละเอียด เห็นเวทนา (สุข ทุกข์ และไม่สุข ไม่ทุกข์) เห็นการเกิดขึ้น ตั้งอยู่และดับไปของทุกสิ่ง ทำให้คนมีจิตสงบ ไม่ใจร้อน ไม่เครียด คนเหงาก็หายเหงา คนเซ็งก็หายเซ็ง   มีเมตตา มีกรุณามากขึ้น ความดันโลหิตลด ชีพจรเต้นสม่ำเสมอ….

เรื่องจิตกับใจ (และกาย) เป็นสิ่งที่เกี่ยวเนื่องกัน…
จิต (ใจ) ดี- หัวใจ (กาย) แข็งแรง

จิตใจ กับ หัวใจ มีความเกี่ยวข้องกันมาก ตัวอย่างเช่น หลังจากแผ่นดินไหว ในสหรัฐอเมริกาพบว่า มีคนไข้โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเพิ่มขึ้นกว่า 4 เท่า
อันนี้แสดงว่า ความเครียดเฉียบพลัน ทำให้เกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้ นอกจากนี้ความเครียดเรื้อรัง ก็มีส่วนที่ทำให้เสี่ยงต่อโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดได้

มีการศึกษาในคนไข้โรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเฉียบพลันว่า กว่าหมื่นคนจะมีภาวะเครียดมากกว่าปกติ ก่อนที่จะเกิดอาการของโรคหัวใจ

นอกจากนี้ยังมีการศึกษาพบว่า  ความก้าวร้าวเพิ่มโอกาสเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดขึ้นร้อยละ 25
อาการซึมเศร้าก็เพิ่มอัตราการเกิดกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดถึง 2 เท่าของคนปกติ
คนที่ซึมเศร้า-ทุกข์ เพราะไม่ได้…ไม่มี…หรือพลัดพรากจากของที่รัก หรือคนที่มีโทสะจริต โกรธ เกลียดคนง่ายเพราะได้… มี… หรือพบกับสิ่งที่ไม่รัก ไม่ต้องการ
มีคำถามที่ว่า ทำไมปัญหาทางจิต จึงมีผลต่อหัวใจคนได้?
หลายๆ งานวิจัย ทราบว่า ความผันผวนทางอารมณ์มีผลต่อพฤติกรรมของมนุษย์ได้

คนที่ซึมเศร้า โกรธ เกลียดคนง่าย จะไม่สนใจเรื่องสุขภาพ ไม่ระวังเรื่องอาหาร ไม่ออกกำลังกาย นอนไม่หลับ พักผ่อนไม่พอ บางคนสูบบุหรี่ เคยมีการศึกษาพบว่า คนที่ก้าวร้าว กินอาหารมากกว่าคนปกติถึง 600 แคลอรี่ต่อวัน

นอกจากนี้ ร่างกายจะคอยสนองต่อความเครียด และอารมณ์ เศร้า โกรธ (โทสะ) โดยการหลั่งฮอร์โมนต่างๆ ซึ่งมีผลทำให้ความดันโลหิตสูง หัวใจเต้นแรง และบางครั้งน้ำตาลในเลือดสูงอีกด้วย

มีภาวะกล้ามเนื้อหัวใจอ่อแเรงจากความเครียด ที่เรียกว่า Stress Cardiomyopathy หรือ Broken-Heart Syndrome ซึ่งเป็นภาวะที่กล้ามเนื้อหัวใจอ่อนแรง หลังจากคนไข้ พบวิกฤติในชีวิต เช่น สูญเสียคนที่รัก อุบัติเหตุ หรือสิ่งที่ไม่คาดฝันที่ทำให้เกิดความเครียด หรือความเศร้าโศกเสียใจมากๆ

ในทางตรงกันข้าม คนที่มีชีวิตสุขสบาย ไม่เครียด  กลับมีผลดีต่อหัวใจ มีการศึกษาที่ให้คนคิดถึงแต่สิ่งดีๆ 30 นาที ทำให้ความดันโลหิตลดลงและชีพจรก็ไม่เพิ่มขึ้นมาก เหมือนนักกีฬาที่ฟิตมาดีชีพจรจะเต้นช้า และเมื่อไปออกแรงชีพจรก็จะไม่เต้นเร็วมาก จึงทำให้เหนื่อยช้า!!

มีผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหัวใจ ว่า หลักการป้องกันโรคหัวใจ คือ
ลดไขมันในอาหารให้ต่ำมากที่สุดเท่าที่จะทำได้
ออกกำลัง (กาย) ให้เพียงพอ
ลดความเครียดด้วยการทำกรรมฐาน

การหัวเราะเฮฮา เป็นยาวิเศษของหัวใจ  ……..เคยมีคนศึกษาพบว่า การมองโลกในแง่ดี ลดการแข็งตัวของหลอดเลือดได้

ความรักเป็นยาที่วิเศษต่อหัวใจ เพราะเคยมีรายงานว่า คนโสดที่ไม่มีเพื่อนสนิท ถ้าเป็นโรคหัวใจ มีโอกาสตายเพิ่มขึ้น 3 เท่า นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาที่พบว่า ทั้งชายและหญิงที่มีคนรักคอยช่วยเหลือดูแล จะมีอัตราการเกิดโรคหัวใจลดลง

ที่สำคัญ มีรายงานว่า ชายที่แต่งงานแล้วพบว่า คนที่ภรรยารักจะมีโอกาสเป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดน้อยกว่า คนที่ภรรยาไม่รักมาก

ผมมีคนไข้คนหนึ่งครับ เป็นผู้ชาย อายุ 90 กว่าปีแล้ว มีกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (Heart Attack) มาหลายครั้งในช่วงเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา และด้วยอายุและโรคอื่นๆ ทำให้ไม่สามารถรักษาได้เต็มที่ด้วยยา, ผ่าตัด, หรือทำบัลลูน
ทุกครั้งที่ผมจะให้กลับบ้าน คนไข้คนนี้จะสดชื่น ความดันราบเรียบ ชีพจรสม่ำเสมอ เพราะเขามีความหวังที่จะกลับไปหา ภรรยา (อายุ 90 กว่าปีเช่นกัน!!!) ซึ่งมีโรคมากพอๆ กัน จึงไม่สามารถมาเยี่ยมได้ ต้องรออยู่ที่บ้าน

…….ใครที่ยังไม่มี สามีหรือภรรยาที่รักอยู่ที่บ้าน ก็ไม่ต้องรีบหา (ใหม่) นะครับ!!!
………..มีวิธีอื่นที่เสี่ยงน้อยกว่านี้เยอะ ???…!!!

นิธิ มหานนท์

บทความที่เกี่ยวข้อง

ตอนที่4วิธีรับมือและปรับเปลี่ยนปัจจัยเสี่ยง
ผู้ที่ดื่มกาแฟประจำมีโอกาสเสียชีวิตลดน้อยลง(blog)
Integrative Cardiology…has a lot of Tender & L...
โรคหัวใจและหลอดเลือดเป็นสาเหตุการตายอันดับหนึ่งของ...
การออกกำลังกายให้ผลดีเท่ากับการกินยาลดไขมัน(blog)
Healthy Tips


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.