Skip to content

ขดลวดเคลือบยา

November 2nd, 2015

Webmaster

ขดลวดเคลือบยา

การรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบในปัจจุบันทำได้หลายอย่าง ถ้าผู้ป่วยมีอาการน้อยและหลอดเลือดตีบไม่มากก็สามารถรักษาด้วยยาได้  โดยที่ผู้ป่วยจำเป็นต้องช่วยด้วยการปรับปรุงพฤติกรรมประจำวัน คือ งดบุหรี่ ลดอาหารมัน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ  ควบคุมระดับน้ำตาล (ถ้าเป็นเบาหวาน) ระดับคอเลสเตอรอล และความดันโลหิต  แต่ถ้ามีอาการหรือตีบมากก็อาจรักษาโดยการผ่าตัด (Bypass) ทำทางเบี่ยงให้หลอดดหัวใจหรือรักษาโดยวิธีขยายหลอดเลือดด้วยบัลลูนร่วมกับใช้ขดลวดถ่างหลอดเลือดหัวใจ

ปัญหาที่ผ่านมาของการทำบายพาส หรือผ่าตัดทำทางเบี่ยงให้หลอดเลือด ก็คือ ผู้ป่วยต้องดมยาสลบ  ต้องถูกผ่ากลางหน้าอก (แผลอาจจะใหญ่มากหรือน้อยแล้วแต่วิธีการของหมอผ่าตัด) ใช้เวลาพักฟื้นนาน มีความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหารุนแรงหลังผ่าตัดได้ตั้งแต่ร้อยละ 1 ถึงร้อยละ 10 ขึ้นอยู่กับความชำนาญของหมอผ่าตัดและความรุนแรงของโรคที่ผู้ป่วยเป็น

ในขณะที่การทำบัลลูน ความเสี่ยงต่อการเกิดปัญหารุนแรงมีเพียง 1 ใน 1,000 – 1 ใน 2,000 ราย   ปัจจุบันนี้เป็นการทำหัตถการแบบผู้ป่วยนอก คือ มาเช้ากลับเย็น หรือแค่พัก 1 คืนในโรงพยาบาล  เจ็บตัวน้อยกว่ากรอฟัน (คือ แค่ฉีดยาชาเท่านั้น)  ไม่มีแผลผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นอีกเป็นเดือน  แต่อย่างไรก็ดี การทำผ่าตัดบายพาสนั้นสามารถตัดต่อหลอดเลือดได้มากกว่า และต่อได้ทีละหลายๆ เส้น  การทำบัลลูนนั้นมักจะไม่ทำทีละหลายเส้นถ้าผู้ทำไม่ชำนาญพอ  ในการทำผ่าตัดพบว่า มีปัญหาตีบตันของหลอดเลือดใหม่อีกได้ไม่มาก คือ ในสิบปีถ้าใช้หลอดเลือดดำที่ขามาต่อ อาจพบว่า ผู้ป่วยกว่าครึ่งที่จะมีปัญหาตีบตันของหลอดเลือดอีกนั้น แต่หลอดเลือดแดงจากที่แขน หรือหลอดเลือดที่ทรวงอกก็มีอัตราการตีบของเส้นเลือดที่ผ่าตัด จะมีเพียงร้อยละ 10 – 20 โดยที่โอกาสตีบตันของหลอดเลือดที่ผ่าตัดภายใน 1 ปีจะมีประมาณร้อยละ 2 – 5

ปัญหาการตีบซ้ำใหม่ของหลอดเลือดนี้ อาจพบได้จากการทำบัลลูนหรือใส่ขดลวดเช่นกัน คือ มีการตีบกลับคืนของหลอดเลือดในบริเวณที่ทำบัลลูนหรือใส่ขดลวดนั้นได้ เนื่องจากมีการแบ่งตัวของเซลล์ในบริเวณที่ได้รับการขยาย  เป็นปฏิกิริยาปกติธรรมชาติที่ร่างกายสร้างขึ้นมา แต่ในผู้ป่วยบางรายถ้ามีปฏิกิริยานั้นมากเกินก็ทำให้เกิดการตีบขึ้นมาใหม่อีกได้ พบได้ในผู้ป่วยที่อยู่ในกลุ่มเสี่ยงสูง เช่น เป็นเบาหวาน หรือผู้ป่วยที่ควบคุมปัจจัยเสี่ยงหลังทำไม่ค่อยดี คือ ยังคงปล่อยให้ระดับคอเลสเตอรอลสูง ยังสูบบุหรี่ ปล่อยให้ความดันโลหิตสูง ขาดการออก กำลังกายและไม่ได้รับประทานยา หรือในกรณีที่หลอดเลือดที่ตีบก่อนทำมีขนาดเล็ก หรือมีการตีบที่ยาวมากๆ

อัตราการตีบซ้ำหรือตีบกลับคืน หลังทำบัลลูนพบได้ประมาณร้อยละ 20 – 30 ถ้าใส่ขดลวดร่วมด้วยแล้ว การตีบซึ่งจะลดลงเหลือประมาณร้อยละ 10  แต่ถ้าใช้ขดลวดแบบเคลือบยา ซึ่งเป็นวิวัฒนาการใหม่แล้ว การตีบซ้ำจะเหลือเพียงร้อยละ 2 – 5  หรือต่ำกว่า และมักทราบภายใน 1 ปี

ยาที่ใช้เคลือบนั้นมีหลายประเภท แต่ที่ได้ผลที่สุดในปัจจุบันและใช้กันอย่างแพร่หลาย เป็นยาในกลุ่มที่ควบคุมการเกิดการอักเสบและแผลเป็น  ออกฤทธิ์ยับยั้งการเจริญเติบโตของเซลล์เฉพาะที่ตรงบริเวณที่ขดลวดอยู่เท่านั้น ไม่มีผลข้างเคียงของยาในบริเวณอื่น ส่วนวิธีการเคลือบยานั้นอาจทำได้หลายแบบ ทั้งเคลือบไปบนตัวขดลวดหรือทำเป็นเนื้อเดียวหลอมเข้ากับขดลวดโดยตรงและตัวยานั้นจะค่อยๆ ถูกปลดปล่อยออกมาทำหน้าที่ป้องกันการตีบซ้ำของหลอดเลือดซึ่งได้ผลดีมากๆ

การนำขดลวดเคลือบยามาใช้ ทำให้การรักษาโรคหลอดเลือดหัวใจตีบทำได้มากขึ้น เช่น รักษาการตีบแบบหลายจุด และหลายเส้นได้ ได้ผลดีใกล้เคียงกับการผ่าตัดบายพาสซึ่งเป็นทางเลือกแก่ผู้ป่วยที่ไม่ต้องการผ่าตัด ผู้ป่วยไม่ต้องพักฟื้นนาน ไม่ต้องเจ็บตัวหลังผ่าตัด ไม่เสี่ยงต่อการเกิดอัมพาตหรืออัมพฤกษ์มากเท่ากับการผ่าตัด ลดอัตราเสี่ยงจากการผ่าตัดได้มาก และล่าสุดมีการศึกษาจากต่างประเทศที่เรียกว่า “อาร์ท 2 (ARTS II) เปรียบเทียบการรักษาด้านการผ่าตัดกับการใช้ขดลวดเคลือบยาในผู้ป่วยหลอดเลือดหัวใจตีบหลายๆ เส้น (ซึ่งเดิมต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น)  เกือบพันรายพบว่า ผลการรักษาทั้งสองวิธีให้ผลดีเหมือนกันทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ดังนั้นการใช้ขดลวดเคลือบยาจึงเป็นทางเลือกอีกวิธีหนึ่งสำหรับคนไข้ที่มีหลอดเลือดตีบหลายเส้นที่ไม่ต้องการเสี่ยงจากการผ่าตัด

อย่างไรก็ดี การผ่าตัดก็มีการพัฒนามากขึ้น คือ มีการพยายามผ่าตัดบายพาส โดยไม่ต้องทำให้หัวใจหยุดเต้น (off pump) โดยหวังว่า จะลดความเสี่ยงในขณะที่ทำบายพาสปกติซึ่งต้องทำให้หัวใจคนไข้หยุดเต้น (ไม่เช่นนั้นหมอจะต้องเต้นตามหัวใจถึงจะเย็บต่อเส้นเลือดขนาดเล็กๆ ได้)  และยังเริ่มมีการใช้หุ่นยนต์ (Robotic Surgery) มาช่วยในการผ่าตัดหัวใจอีกด้วย

การขยายหลอดเลือดหัวใจ ร่วมกับการใช้ขดลวดเคลือบยาเป็นที่นิยมและยอมรับกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก เนื่องจากทำได้ง่ายและมีความเสี่ยงน้อยมาก เมื่อเทียบกับการทำผ่าตัดบายพาส ไม่ต้องพักฟื้นนานและไม่เจ็บตัวหรือมีแผลเป็นใหญ่โตอยู่กลางหน้าอก

ข้อเสียของการทำบัลลูนขยายหลอดเลือด ไม่ว่าจะใส่ขดลวดหรือไม่ ก็คือ ยังไม่สามารถทำได้ในผู้ป่วยทุกๆ ราย ถ้าผู้ทำไม่มีความชำนาญพอก็อาจจะทำไม่สำเร็จ นอกจากนี้ข้อเสียของขดลวดเคลือบยาชนิดใหม่ (ที่ลดโอกาสตีบกลับของหลอดเลือดจนเหลือมากเหมือนกับการทำบายพาสนั้น) ยังมีราคาแพงอยู่โดยเฉพาะ ถ้าต้องทำหลายๆ ที่หรือเส้นเลือดหลายเส้นแล้ว ค่าใช้จ่ายอาจจะเท่าหรือมากกว่าการผ่าตัดได้

เมื่อตอนต้นปี มีคนไข้ผู้ชายอายุ 80 ปีเศษ มีอาการแน่นหน้าอกเวลาเดินออกกำลังมาประมาณ 2 – 3 เดือนก่อนที่จะได้พบกัน  ได้รับการตรวจ ฉีดสีดูหลอดเลือดหัวใจ พบว่า มีการตีบของเส้นเลือดหัวใจทั้ง 3 เส้น เส้นละ 2 – 3 จุด  เนื่องจากคนไข้อายุมากแล้ว และไม่อยากที่จะพักฟื้นอยู่โรงพยาบาลนานๆ  อยากรีบกลับไปอยู่บ้าน  เที่ยวที่ต่างๆ กับลูกๆ หลานๆ  ทั้งหมอและคนไข้จึงเลือกที่จะใช้วิธีการขยายหลอดเลือดโดยขดลวดชนิดใหม่ที่มียาเคลือบหลังทำเสร็จ

คนไข้ ถาม                            “ผมจะกลับบ้านได้เมื่อไหร่ครับ?”

หมอ       “พรุ่งนี้ก็กลับได้แต่เช้าเลยครับ……  แล้วอีก 2 – 3 อาทิตย์ค่อยมาพบกันที่แผนกผู้ป่วยนอก แต่ต้องรับประทานยาที่ส่งให้ไปจนกว่าจะกลับมาพบกันนะครับ!..”

คนไข้ ถามต่อ                       “ผมจะขึ้นเครื่องบินไปต่างประเทศได้ไหมครับ?”

หมอ                                       “ก็หลังจาก 2 อาทิตย์ไปแล้ว มาพบกันก่อนแล้วค่อยเดินทางก็จะดีครับ”

ก่อนจากกันคนไข้ว่า           “หมอครับ ขดลวดเคลือบยาใหม่ ราคาแพงจัง……… ถ้าต้องทำอีกคราวหน้า

ผมเอาขดลวดจากบ้านแล้วฝากหมอไปเคลือบยา จะถูกลงไหมครับ??”

หมอ                                       “..????..”

 

นิธิ มหานนท์

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

หายขัดแต่ไม่หายขาด
พฤติกรรมสามอย่างที่ทำให้อายุยืนขึ้น(blog)
What ain’t broke, don’t replace it
ความสำคัญของการฟื้นฟูสมรรถภาพหัวใจ
The heart’s variety
Pet as a stress buster


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.