Skip to content

ยาลดไขมัน (ตอน 1)

November 16th, 2015

Webmaster

_V0P3534

เรื่องของไขมันในเลือดกับโรคหัวใจเป็นเรื่องที่พูดถึงกันมากจนคนส่วนมากเข้าใจว่าไขมันในเลือดสูงเป็นสาเหตุของการเป็นโรคหัวใจ ซึ่งความเข้าใจนี้ไม่ถูกต้องทีเดียวนัก!!! มีคำอยู่หลายเรื่องที่ต้องอธิบาย กันให้ชัดเจนก่อน ที่จะสรุปไปว่าไขมันในเลือดสูงเป็นสาเหตุของการเป็นโรคหัวใจจริงหรือไม่ ???

ก่อนอื่นต้องมารู้จักคำว่า “ไขมัน” และ ”น้ำมัน” กันก่อน  คำว่า “ไขมัน” ตรงข้ามกับคำว่า ”น้ำมัน”…. “มัน”  (ไม่รวมถึง “มัน” ที่เป็นหัวแบบเผือก หรือ”มัน” ที่เป็นสรรพนามบุรุษที่ 3 เช่น “ช่างหัวมัน”) เป็นของของที่มีลักษณะลื่น พื้นผิวแวววาว ในเรื่องทางชีวภาพมีสองสถานะคือ “ไขมัน” และ “น้ำมัน”……”ไขมัน” คือ”น้ำมัน” ที่อยู่สภาพของแข็ง เช่นที่เราจะเห็นเวลานำอาหารมันๆ ไม่ใส่ตู้เย็น หรือเทียนไขก็คือไขมันที่ได้มาจากมันสัตว์บางชนิด

ดังนั้นไขมันในเลือดจึงไม่มี…..เพราะเลือดเป็นของเหลว จะมีได้ก็แต่น้ำมันในเลือด หรือถ้าเช่นเป็นไขมันแล้วจะเรียกให้ถูกที่สุดคือ ไขมันที่ละลายอยู่ในเลือดหรืออีกอย่างหนึ่งคือ ไขมันที่เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด

ด้วยเหตุนี้ ไขมันที่ละลายอยู่ในเลือด (วัดจากเจาะเลือด) กับไขมันที่เกาะตามผนังหลอดเลือด (ดูได้จากการเอ็กซเรย์) จึงไม่เหมือนกัน เป็นคนละเรื่องเดียวกัน!?!?!?

ไขมันที่ละลายอยู่ในเลือดนั้น คือ ระดับไขมันที่เราตรวจวัดได้จากการเจาะเลือดหลังงดอาหาร 12 ชั่วโมง  ส่วนไขมันที่เกาะอยู่ตามผนังหลอดเลือด (ด้านใน) นั้น เป็นตัวที่ทำให้เกิดการแข็งตัวของผนังหลอดเลือด  ซึ่งจะนำไปสู่การมีหลอดเลือดตีบ ถ้าหลอดเลือดที่เลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจตีบจนถึงระดับที่ทำให้เลือด (ที่ไหลผ่านอยู่ภายในหลอดเลือด) ผ่านไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจไม่ได้เพียงพอต่อความต้องการของหัวใจ ก็จะทำให้เกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ซึ่งเป็นโรคหัวใจชนิดหนึ่ง!!!

ไขมันที่เกาะอยู่ภายในหลอดเลือดหัวใจ ที่ทำให้เกิดภาวะหลอดเลือดแข็งนั้นสามารถวัดได้ทางอ้อมโดยการตรวจดูหินปูนที่เกาะอยู่ที่ผนังหลอดเลือดหัวใจเพราะผนังหลอดเลือดที่มีการแข็งตัวนั้น มักจะมีหินปูนเกาะปนอยู่ด้วย
…..ยิ่งหินปูนมาก ผนังหลอดเลือดยิ่งแข็งตัวมาก
…..ยิ่งผนังหลอดเลือดหัวใจแข็งตัวมากยิ่งมีโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจสูง

ระดับไขมันที่ละลายอยู่ในเลือดที่วัดได้จากการเจาะเลือดมีความสัมพันธ์กับปริมาณไขมันที่เกาะตามผนังหลอดเลือด อย่างใกล้ชิด…..แต่คนที่มีระดับไขมันจากการเจาะเลือดสูง อาจจะ(ยัง) ไม่มีโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดก็ได้ หรือในทางตรงกันข้ามคนที่เป็นโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอาจจะไม่มีระดับไขมันจากการเจาะเลือดสูงก็ได้!!!

ภาวะไขมัน(ที่ละลาย)ในเลือดสูง จึงเป็นเพียงปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งต่อการเกิดโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดเท่านั้น  ไม่ได้เป็นสาเหตุ……และไม่ได้ทำให้เกิดโรคหัวใจชนิดอื่นๆ !!!

ยิ่งผนังหลอดเลือดหัวใจหัวใจแข็งตัวมาก  ยิ่งมีโอกาสเสียชีวิตจากโรคหัวใจสูง

ระดับไขมัน (Fat) ที่ได้จากการเจาะเลือดนั้นมีหลายชนิดที่ควรทำความรู้จักกันให้ดีก่อนทำการรักษา
ตัวแรกคือ คอเลสเตอรอล (cholesterol) อีกตัวหนึ่งคือไตรกลีเซอไรด์ (Triglyceride) และสำหรับคอเลสเตอรอลนั้นเรามักจะจัดเแบ่งประเภทออกได้อีกเป็น สองประเภท
ประเภทแรกคือ ไขมันคอเลสเตอรอลตัวผู้ร้าย คือแอลดีแอล คอเลสเตอรอล (LDL-cholesterol) ซึ่งเป็นคอเลสเตอรอลที่เกาะตายผนังหลอดเลือดทำให้หลอดเลือดแข็ง ไขมันชนิดนี้มีความหนาแน่นต่ำแต่ปริมาณมาก  และเป็นตัวไม่ดี
คอเลสเตอรอลประเภทที่สองคือ ตัวพระเอกเรียนกว่า เอชดีเอล คอเลสเตอรอล (HDL-cholesterol)  ไขมันชนิดนี้มีความหนาแน่นสูง มีปริมาณน้อย เป็นประเอก มีหน้าที่ลำเลียงไขมันที่เกาะอยู่ตามเซลผนังหลอดเลือดออกไป ทำให้เลือดไม่แข็งตัว !!!
ดังนั้นไขมันคอเลสเตอรอลที่เราวัดได้ทั้งหมดจึงเรียกว่าระดับคอเลสเตอรอลรวม(total cholesterol) ทั้งระดับไตรกลีเซอไรด์และระดับระดับคอเลสเตอรอลรวม ในคนปกติ…..(ขอเน้นว่าคนปกตินะครับ…..ซึ่งคือคนที่ไม่เป็นหรือไม่เคยตรวจพบว่ามีความผิดปกติของผนังหลอดเลือดและไม่เป็นเบาหวาน) ระดับของไขมันทั้ง 2 ประเภทควรไม่เกิน 200 มิลลิกรรรมต่อเดซิลิตร
ในคนที่มีระดับหลอดเลือดแข็งตัวแล้ว (หรือเป็นเบาหวาน) ระดับคอเลสเตอรอลรวมควรจะต้องต่ำกว่านี้ !!!
การควบคุมระดับไตรกลีเซอไรด์ ทำได้ด้วยการลดน้ำหนัก ออกกกำลังกาย และลดอาหารประเภทที่ให้พลังงานสูงเช่น อาหารมัน และอาหารหวาน และถ้าไม่สำเร็จด้วยสองวิธีข้างต้นแล้วจึงใช้ยาช่วยด้วย ระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูงนี้มีความสัมพันธ์และเกี่ยวข้องกับอาหาร การออกกำลังกาย และความอ้วน นอกจากนี้ยังพบได้ในคนที่มีความผิดปกติของการควบคุมระดับน้ำตาลของร่างกายเช่นในคนที่เป็นเบาหวาน หรือมีแนวโน้มที่เป็นเบาหวาน
ระดับไตรกลีเซอไรด์ที่สูงถ้าพบร่วมกับระดับไขมันเอ็ชดีเอล (HDL-cholesterol) ที่ต่ำก็จะเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดภาวะแข็งตัวของหลอดเลือดได้มากพอๆ กับการที่มีระดับแอลดีเอลคอเลสเตอรอล (LDL cholesterol) สูง!!!
เนื่องจากคอเลสเตอรอลรวม (total cholesterol) ประกอบด้วยแอลดีแอลคอเลสเตอรอล (LDL cholesterol)  ตัวผู้ร้าย เรียกย่อๆ ว่า LDL cholesterol  และเอ็ชดีแอลคอเลสเตอรอล (HDL cholesterol-พระเอก เรียกย่อๆ ว่า HDL-cholesterol) กับไขมันประกอบอื่นอีกเล็กน้อย ดังนั้นในระยะหลัง ในการดูแลรักษาภาวะไขมันในเลือดสูงเราจึงดูที่ตัว LDL-cholesterol และ HDL-cholesterol เป็นสำคัญ – LDL – C ยิ่งต่ำยิ่งดี (ยิ่งในคนมีโรคแล้วยิ่งควรต่ำกว่าคนปกติ!!), LDL-C ยิ่งสูงยิ่งดี
ถ้าจะให้สับสนมากขึ้นไปอีกก็ยังมีเรื่องของ  CRP (ซีอาร์พี) ซึ่งเป็นค่าตรวจในเลือดที่บ่งบอกถึงการอักเสบของร่างกาย เพราะตัวไขมันที่เกาะที่ผนังหลอดเลือดนั้นจะทำให้มีการอักเสบของผนังหลอดเลือดด้วย ดังนั้น CRP  ยิ่งต่ำยิ่งดี
การลด LDL-C (ไขมันตัวร้าย) สามารถต่ำได้โดย ลดการรับประทานอาหารมันๆ โดยเฉพาะไขมันชนิดที่ได้จากสัตว์หรือผลิตพันธ์ที่ได้จากไขมันสัตว์ และเพิ่มการเผาผลาญพลังงานของร่างกายด้วยการออกกำลังสม่ำเสมอ ถ้าทำทั้งสองวิธีแล้วไม่ได้ผลก็อาจใช้ยาบางชนิดร่วมกันสองวิธีแรก
การเพิ่ม HDL-C (ไขมันตัวดี) ทำได้ด้วยการออกกำลังกายหนักอย่างสม่ำเสมอ ในขณะนี้ยังไม่มียาที่ใช้กันแพร่หลายชนิดใดๆ ที่สามารถเพิ่มระดับ HDL-C ได้อย่างเห็นได้ชัด
การลด CRP (หรือบางที่เรียก hsCRP) สามารถทำได้โดยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ และมียาลดไขมันบางประเภทกับยาโรคหัวใจบางชนิดสามารถลดระดับ CRP  ลงได้


ผมเคยมีคนไข้คนหนึ่งเป็นผู้หญิง อายุราว 50 ปีเศษ มีอาการ เหนื่อยง่ายขึ้นในช่วงเวลา 3-4 เดือน โดยไม่มีอาการแน่นหน้าอก จากประวัติเธอไม่มีปัจจัยเสี่ยงต่อการเป็นโรคหลอดเลือดหัวใจตีบเลยนอกจากในระยะ 1 ปี ก่อนหน้านี้ เธอมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นจาก 55 กิโลกรัมเป็น 65 กิโลกรัม และรอบเดือนเธอได้หมดมาประมาณ 2 ปีแล้ว
จากการตรวจร่างกายก็พบว่าเธอมีความดันโลหิตผิดปกติ  ส่วนผลการตรวจเลือดพบว่าระดับคอเลสเตอรอลรวม และแอลดีแอลคอเลสเตอรอลอยู่ในเกณฑ์ปกติ ระดับไตรกลีเซอไรด์ก็ปกติ แต่ไขมันตัวดีที่เรียกว่าเอ็ชดีแอลคอเลสเตอรอลต่ำมาก ผมจึงแนะนำให้เธอออกกำลังกายและ “ควบคุมอาหาร” กลับมาเจอกันอีก 3 เดือน น้ำหนักตัวเธอเพิ่มขึ้นอีก 5 กิโลกรัมและผลการตรวจเลือดเหมือนเดิม ผมจึงถามเธอว่า……
“คุณออกกำลังกับควบคุมอาหารบ้างหรือเปล่าครับ?”
คนไข้สารภาพและแก้ตัว “ไม่ค่อยได้ออกกำลังค่ะ….. แต่ควบคุมอาหารมากๆ นะคะ!!”
ผมชักสงสัย “ควบคุมอาหารอะไรบ้างนะครับ?”
คนไข้ “ก็คุณหมอบอกว่าไขมันชนิดดีของดิฉันต่ำ ดิฉันเลยไปเลือกควบคุมกินแต่ไขมันดีๆ …. ที่ผ่านไปสามเดือนไปกินสเต็กทั้งเนื้อโกเบ และเนื้อออสเตรเลีย เลือกแต่แพงๆที่มันๆ โดยเฉพาะเลยค่ะ!!”
หมอ “???”

 

นิธิ มหานนท์

 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ช่องว่างระหว่างใจ
โรคหัวใจในนักกีฬาอาชีพ
การกินเซเลเนี่ยมเป็นอาหารเสริมต่างจากกินจากอาหารโด...
The Importance Of all-round exercise
อาหารเมดิเตอเรเนี่ยนลดปริมาณคราบไขมันในหลอดเลือด(p...
เลือกอย่างไรถึงจะใช่แบบที่ต้องการ


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.