Skip to content

หลายใจ

December 21st, 2015

Webmaster

หลายใจ

“หัวใจ” เป็นจุดรวมของอวัยวะทั้งหลายในสิ่งมีชีวิตชั้นสูง เนื่องจากมีหน้าที่สูบฉีดเลือดไปเลี้ยงทุกๆ ส่วนของร่างกาย    หัวใจเริ่มทำงานตั้งแต่เรายังไม่เกิด คือ ตั้งแต่เรายังอยู่ในครรภ์มารดาเพียงไม่กี่เดือน หัวใจก็จะเริ่มปรากฏเป็นรูปร่างและเต้นสูบฉีดเลือดให้เห็นได้แล้ว มนุษย์ตั้งแต่เกิดก็รู้ถึงความสำคัญของหัวใจ  ซึ่งเห็นได้ในทุกชาติทุกภาษา โดยเฉพาะในเรื่องภาษา เช่น ในเรื่องที่สำคัญก็มักมีคำว่า “ใจ” อยู่ด้วย หรือถ้าสำคัญมากๆ ใช้คำว่า “หัวใจ”  ในภาษาไทยคำว่า  (หัว) ใจ พบได้อยู่บ่อยๆ  เช่น ในประโยคว่า “รักคุณสุดขั้วหัวใจ” แสดงว่ารักสุดๆ (อย่างน้อยก็ขณะที่พูด) แต่ในทางการแพทย์ขั้วของหัวใจอยู่ประมาณเกือบกลางหน้าอกค่อนมาทางซ้ายส่วนบนเล็กน้อย

เป็นบริเวณที่หัวใจต่ออยู่กับหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ออกจากหัวใจไปเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกาย และหลอดเลือดแดงใหญ่ที่ออกจากหัวใจไปยังปอดทั้ง 2 ข้าง ซึ่งมีความสำคัญสุดๆ เพราะถ้าถูกแทงหรือถูกยิงบริเวณนี้  ส่วนใหญ่จะเสียชีวิตเพราะเลือดออกเร็วมากเหมือนเจ้าหญิงไดอาน่า ที่หลอดเลือดบริเวณนี้ฉีกขาดหลังจากอุบัติเหตุรถชน

ส่วน “กลางใจ” ที่เราพูดถึงกันนั้น (ซึ่งของจริงไม่มีที่ว่างให้ใครไปยืนอยู่ได้) เป็นผนังกั้นห้องระหว่างหัวใจด้านซ้ายและขวา ถ้ามีใครบอกเราว่า มีที่ว่างอยู่กลางหัวใจไว้สำหรับเราแสดงว่าเขาพูดโกหก นอกจากคนพูดจะมีโรคผนังกั้นห้องหัวใจรั่ว จึงพอมีรูเล็กๆ ให้ใครๆ ไปนั่งเล่นอยู่ได้

“ใจร้อน-ใจเย็น” เป็นเรื่องของอารมณ์ที่ถูกควบคุมโดยสมอง (หัว) แต่มารู้สึกที่ใจ  ปกติแล้วหัวใจของเรามีอุณหภูมิสูงกว่าอุณหภูมิร่างกายที่วัดกันทางปากหรือทางผิวหนังอยู่เล็กน้อย ดังนั้น ธรรมชาติของคนทุกคนจะเป็นคนใจร้อน  ส่วนคนที่มีความรู้สึก “ร้อนใจ”  หัวใจไม่ได้ร้อนมากขึ้นไปกว่าเดิมเท่าไรนัก  คนที่ “ใจเย็น” จริงๆ ก็ไม่มีเพราะคนเป็นสัตว์เลือดอุ่นสามารถรักษาอุณหภูมิทั้งร่างกายรวมทั้งหัวใจให้คงที่ (เปลี่ยนแปลงได้ไม่มาก) ได้ตลอดเวลา ยกเว้น เวลาผ่าตัดหัวใจ คนที่ถูกผ่าตัดจะมีใจเย็นมากๆ เพราะแพทย์ใช้น้ำแข็งโปะ (น้ำแข็งจริงๆ) ลงไปบนหัวใจเพื่อให้หัวใจหยุดเต้นไม่เช่นนั้น ถ้าหัวใจขยับไปมาขณะเย็บต่อหลอดเลือดคงเหมือนกับการโกนหนวดพร้อมๆ กับแปรงฟัน

ในปัจจุบันนี้ การผ่าตัดหัวใจมีเทคนิคดีขึ้น สามารถทำได้ขณะที่หัวใจเต้นช้าๆ โดยใช้เครื่องมือบางอย่างช่วย การผ่าตัดประเภทนี้ทำโดยไม่ต้องทำให้หัวใจผู้ป่วยเย็นลง แต่คนผ่าต้องใจเย็นและมีความชำนาญ การผ่าตัดหัวใจแบบใหม่นี้ดีกว่าการผ่าตัดที่ต้องทำให้หัวใจหยุดเต้นและต้องใช้เครื่องปอดและหัวใจเทียมในขณะผ่าตัด

“ใจจืด-ใจดำ”  นอกจากจะแปลว่า ไม่มีจิตใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่แล้ว ทางการแพทย์ “ใจดำ” หมายถึง หัวใจด้านขวาทั้งห้องขวาบนและขวาล่าง เนื่องจากหัวใจทั้งสองห้องจะรับแต่เลือดดำซึ่งเป็นเลือดที่กลับมาจากอวัยวะต่างๆ ของร่างกายและเลือดเหล่านี้ถูกใช้ออกซิเจนไปแล้วจึงมีสีดำคล้ำกว่าเลือดที่ยังมีออกซิเจนอยู่   ส่วน “ใจจืด” ไม่ทราบว่าอยู่ที่ไหนในร่างกาย แต่คงมีความหมายคล้ายๆ “ใจดำ”

“ใจใหญ่-ใจโต” โดยปกติจะแปลว่า ใจดี  แต่ในความหมายของหมอหัวใจและหมอทั่วๆ ไป  คนที่มีใจใหญ่นั้น (หัว)ใจไม่ค่อยดีนักเนื่องจากโรคหลายๆ โรคของหัวใจ ที่ทำให้หัวใจทำงานหนักมากขึ้นหัวใจจะมีการปรับตัวเองให้มีขนาดใหญ่และโตขึ้นเรื่อยๆ เพื่อสูบฉีดเลือดให้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย  ในที่สุดถ้าหัวใจโตขึ้นมากๆ จะเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวตามมาได้    ส่วน “ดีใจ”  เราไม่พบว่า (หัว)ใจมีดี  แต่ในร่างกายมีถุงน้ำดีที่อยู่ใกล้ตับ

บางครั้งผู้ป่วยมาพบแพทย์ด้วยอาการ “ใจหาย” ซึ่งหัวใจของเขาไม่ได้หายไปไหน จะเพียงแต่รู้สึกวูบ หัวใจไม่เต้นตามจังหวะ  ส่วน “หายใจ” เป็นเรื่องของปอด คนที่มาด้วยเรื่อง “หายใจ”  ไม่ออกถ้าว่ากันไปตามจริงจะหายใจไม่เข้ามากกว่า เพราะไม่สามารถหายใจเอาอากาศเข้าได้เพียงพอที่ไปแลกเปลี่ยนออกซิเจน และคาร์บอนไดออกไซด์จากเลือดได้ อาการหายใจไม่ออกนี้อาจมีสาเหตุจากความผิดปกติของหัวใจหรือปอดก็ได้

“เสียใจ” นอกจากจะแปลว่า เศร้าโศก แล้ว สำหรับผู้ป่วยโรคหัวใจที่จะ “เสีย (หัว)ใจ” ไปได้ต้องเป็นผู้ที่ได้รับการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจแล้วเท่านั้น เพราะการผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจแพทย์จะนำหัวใจเก่าของผู้ป่วยออกเสียก่อนแล้วจึงนำหัวใจใหม่มาใส่แทน ดังนั้นผู้ป่วยที่ได้รับการเปลี่ยนหัวใจจึงต้อง “เสีย (หัว) ใจ” ของตัวเองไปและ “ได้ (หัว) ใจ” ของคนอื่นมาแทนที่     “ใจเสีย”  หมายถึง ความรู้สึกหมดอาลัยร่วมกับอารมณ์กลัว และตกใจเล็กน้อย  แต่ในคนที่ “(หัว) ใจเสีย”  คือ คนที่หัวใจใช้ไม่ได้แล้ว  เช่น  ภาวะหัวใจล้มเหลว ทำให้หัวใจไม่สามารถสูบฉีดเลือดได้เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย

“เปลี่ยนใจ” คือ เมื่อเราคิดใหม่ (ไม่รู้ทำใหม่ด้วยหรือเปล่า) แล้วตัดสินใจทำอะไรใหม่  การเปลี่ยนใจนี้บางครั้งอาจเรียกว่า  “กลับใจ” แต่สำหรับหมอหัวใจ การกลับใจจะทำโดยหมอผ่าตัดหัวใจเมื่อเวลาผ่าตัดต่อหลอดเลือดหัวใจที่อยู่ด้านหลัง  หมอผ่าตัดจะต้องทำการพลิกกลับหัวใจด้านหลังขึ้นมาเพื่อที่จะต่อหลอดเลือดใหม่ลงไปได้ ถ้าถูกหมอผ่าตัด “เปลี่ยน (หัว) ใจ”  ก็จะได้รับหัวใจใหม่แทนที่ของเดิม  เหมือนการผ่าตัดเปลี่ยนไตหรือเปลี่ยนตับ  ส่วนการเปลี่ยนจิต ยังไม่หมอที่ไหนทำได้

“เจ็บใจ”  เป็นเรื่องของอารมณ์  คือ อารมณ์ผิดหวังบวกกับอารมณ์โกรธ (รวมอารมณ์แค้นด้วยเล็กน้อย)  แต่ผู้ป่วยที่มาพบหมอด้วยอาการเจ็บใจนั้น มักมีอาการปวดที่ (หัว) ใจหรือแน่นหน้าอกซึ่งส่วนมากเป็นอาการของกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดจากการที่มีหลอดเลือดหัวใจตีบหรือตัน   อาการดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อมีการออกแรงหรือภาวะอะไรก็ตามที่หัวใจทำงานหนักมากขึ้น เช่น เมื่อมีอารมณ์เครียดหรืออารมณ์โกรธ คนที่เจ็บใจบ่อยๆ จึงมีหัวใจเจ็บ

อาการเจ็บหรือปวดหัวใจ เป็นอาการของโรคกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดซึ่งเกิดขึ้นเพราะหลอดเลือดที่นำเลือดมาเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจมีการตีบหรือตัน  ไม่ว่าจะเป็นอาการเจ็บหรือปวดหัวใจนั้นจะเกิดบริเวณกลางหน้าอก  หน้าอกด้านซ้ายหรือหน้าอกด้านขวา (บางคนปวดเฉพาะที่กราม ไหล่หรือแขนก็ได้)     ถ้าเป็นอาการจากโรคหัวใจผู้ที่มีอาการนั้นๆ จะรู้สึกว่า เริ่มมีอาการหรืออาการเป็นมากขึ้นเมื่อมีการออกแรง หรือภาวะอื่นๆ ที่หัวใจทำงานหนักดังที่ได้กล่าวแล้ว  ทั้งนี้นอกเสียจากหลอดเลือดถูกอุดตันอย่างเฉียบพลันทำให้กล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดอย่างรุนแรง ผู้ป่วยจะมีอาการเจ็บปวดหัวใจหรือแน่นหน้าอกอย่างรุนแรงต่อเนื่องกัน ทั้งๆ ที่ไม่ได้มีการออกแรง (คือ เกิดอาการขณะพักหรืออยู่เฉยๆ) ก็ได้ ซึ่งในภาวะนี้ควรจะต้องรีบไปโรงพยาบาลพบแพทย์หัวใจโดยด่วน มิเช่นนั้นอาจเป็นอันตรายเสียชีวิตได้

ภาวะกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลัน (อาการเจ็บหน้าอกอย่างรุนแรงและต่อเนื่องทั้งๆ ที่ไม่ได้ออกแรง) จึงต้องได้รับการรักษาอย่างรีบด่วน แพทย์หัวใจจะทำการเปิดหลอดเลือดที่ถูกอุดตันออกเพื่อให้เลือดกลับไปเลี้ยงกล้ามเนื้อหัวใจได้ใหม่โดยเร็ว โดยให้ยาละลายลิ่มเลือดหรือทำการขยายหลอดเลือด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความเสียหายหรือการทำลายของกล้ามเนื้อหัวใจเป็นบริเวณกว้างอันจะทำให้เกิดภาวะหัวใจล้มเหลวและหัวใจวายตามมาได้ในที่สุด  ผู้ป่วยกลุ่มนี้ถ้าได้รับการรักษายิ่งเร็วมากเท่าไรโอกาสที่จะรอดชีวิตก็มีสูงเท่านั้น  และภาวะเช่นนี้เป็นสาเหตุของการเสียชีวิตกระทันหันทีเกิดนอกโรงพยาบาลมากที่สุด

ผมมีผู้ป่วยเป็นผู้หญิง  อายุ 60 ปีเศษ  รูปร่างค่อนข้างอ้วน   สูง 150 กว่าเซนติเมตร   น้ำหนัก 60 กิโลกรัมเศษ   เป็นคนชอบรับประทานและออกไปหาอาหารอร่อยๆ นอกบ้านเป็นประจำ ทั้งๆ ที่ เป็นคนที่มีความเสี่ยงของโรคหัวใจอยู่หลายอย่าง  เช่น  เบาหวาน  ความดันโลหิตและไขมันในเลือดสูง  ผู้ป่วยคนนี้มาพบครั้งแรกด้วยอาการจุก แสบ แน่นบริเวณลิ้นปี่ซึ่งเกิดหลัง  รับประทานรสจัดโดยเฉพาะอาหารเผ็ดๆ ก่อนหน้านี้ได้ไปพบแพทย์อื่นๆ มาหลายคนแล้วโดยได้รับการวินิจฉัยว่า อาการดังกล่าวเกิดจากแผลในกระเพาะอาหาร แต่รักษาเท่าไหร่อาการก็ไม่ดีขึ้นจึงได้มาหาหมอหัวใจ

แต่เมื่อได้ถามรายละเอียดของอาการเพิ่มเติม จึงทราบว่า ผู้ป่วยเป็นคนชอบรับประทานอาหารเผ็ดและรสจัดเป็นประจำอยู่แล้ว แต่อาการแสบและแน่นที่ลิ้นปี่นั้น จะเป็นหลังจากรับประทานอาการอิ่มมากๆ (ซึ่งผู้ป่วยทำเป็นประจำทุกมื้อ) และอาการแน่นจะเกิดขึ้นขณะที่เดินออกจากร้านอาหาร (ด้วยความอิ่ม!!)

อาการเจ็บ แสบหรือแน่นหน้าอกหลังรับประทานอาหารอิ่มๆ  (มากๆ) ร่วมกับการออกแรง (ซึ่งคือ การเดิน) นี้เป็นอาการที่พบได้บ่อยมากในผู้ป่วยกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือด ผมจึงวินิจฉัยว่า อาการจุกแน่นบริเวณลิ้นปี่ของผู้ป่วยคนนี้เกิดจากกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดแล้ว จึงให้การรักษาด้วยยาที่รักษากล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดซึ่งก็ทำให้เธออาการดีขึ้น แต่ดีอยู่ได้ไม่นานนักเพราะเธอกลับมีน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ  เนื่องจากสามารถรับประทานอาหารได้มากขึ้น (เพราะไม่มีอาการจุกแน่นหลังรับประทานอาหาร) ในที่สุดผู้ป่วยคนนี้ก็ได้รับการฉีดสีและต้องรักษาด้วยการผ่าตัด

หมอหัวใจโดยเฉพาะหมอผ่าตัดเป็นคนที่โชคดีเพราะมีโอกาสทั้ง เห็นใจ (ดูใจ  กลับใจ และเจาะใจ) ของคนอื่นๆ ที่เป็นโรคอยู่เสมอ  จึงมีความกลัวทำให้หมอดูแลหัวใจ (ของตัวเอง) อย่างดี โดยออกกำลังกายสม่ำเสมอ  ดังนั้นคนที่อยากจะมีหัวใจแข็งแรง จึงขอแนะนำให้ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอและรับประทานอาหารแต่พอเพียงจะได้มีหัวใจที่แข็งแรง มิเช่นนั้นถ้ามีโรคหนักๆ แล้วและมาหาหมอหัวใจ เมื่อถึงเวลานั้นหมออาจจะทั้ง “หมดกำลังใจ” และ “ถอดใจ” ไม่รู้จะให้คำแนะนำรักษาอย่างไรดี!!!…………

นิธิ มหานนท์

บทความที่เกี่ยวข้อง

บำรุงหัวใจ
An organic heart
Integrative medicine can offer patients the best o...
Forever young?
การแพทย์ผสมผสาน
(Another) Heart-healthy food


ข้อคิดเห็นทั้งหมดนี้เป็นความคิดเห็นส่วนบุคคลของผู้อ่าน ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าของเว็บไซต์แต่อย่างใด โปรดแสดงความเห็นด้วยความสุภาพ ถ้าเป็นครั้งแรกที่คุณโพสต์แสดงความเห็น อาจจะมีการคัดกรองเนื้อหาได้ การแสดงความคิดเห็นควรอยู่ในประเด็น ห้ามโจมตีใส่ร้ายบุคคลอื่น หรือทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์ที่มีเนื้อหาไม่เกี่ยวข้องกัน ผู้ดูแลเว็บไซต์สามารถแก้ไขหรือลบความคิดเห็นได้ทุกกรณี

   

Your words are your own, not related to the owner of this website. So be nice and helpful if you can. If this is the first time you're posting a comment, it might go into moderation. Keep comments on topic, no personal attacks, external linking for unrelated content. Administrator has right to delete, edit comments for any reason.

Comments are closed.